ธุรกิจแบบยั่งยืน

ความยั่งยืน (Sustainable) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สมดุลกัน 3 ด้านได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่การพัฒนาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั่วโลก ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการเงินเป็นอย่างมาก จนเป็น priority แรกๆ จึงทำให้การพัฒนาในมิติด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมเสียหาย เกิดการสูญเสียทรัพยากรไปในจุดที่ไม่สามารถกู้คืนหรือฟื้นฟูกลับมาได้ การเอารัดเอาเปรียบจนเกิดระยะห่างทางสังคม รวยกระจุกจนกระจาย แต่มูลค่าของเศรษฐกิจกลับเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงและมีผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ทำให้ผู้คนหลายกลุ่มเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การตั้งประเด็นเกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมต่างๆ ปลูกพืชทดแทน หรือสร้างรายได้เพื่อรักษาพื้นที่สีเขียวจากการทำคาร์บอนเครดิต เพื่อหวังให้เกิดความยั่งยืน และให้โอกาสทรัพยากรธรรมชาติได้มีช่วงเวลาในการฟื้นตัวจากการถูกใช้งานอย่างหนัก อย่างไรก็ดี …ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ลดการใช้งานก็สามารถสร้างความยั่งยืนได้ เพราะต้องให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูด้วย มนุษย์ยังต้องทำกิจกรรมที่เอื้อต่อการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เช่น การลดใช้พลาสติด การคัดแยกขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นั่นเพื่อให้เกิดความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมา ภายใต้ความหวังว่า การกระทำนี้จะช่วยยืดอายุของโลกที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตอย่างช้าลงที่สุด นั่นคือ การแก้ไขปัญหาในเชิงสิ่งแวดล้อม แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ ในเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ดังนั้น บทความนี้ขอเสนอ รูปแบบการเงินและธุรกิจ ที่ควรจะต้องปรับเปลี่ยนเป็นแบบยั่งยืน เป็นการวางแผนเพื่ออนาคตในระยะยาวมากขึ้น คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทางราบกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และทางแนวตั้งกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคต ถ้าการแก้ไขปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อม คือ การลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงแล้วเหลือไว้ใช้ได้นานๆ พร้อมกับการฟื้นฟู ดังนั้น…

แก้ไขปัญหาการเกษตร ด้วยแนวคิดการลงทุน

…เชื่อว่าเราคงคุ้นเคยกับความเห็นที่ว่า“กี่ยุคกี่สมัยชาวนาไทยก็ยังจนอยู่ดี”  ซึ่งผูกโยงมาจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก และทำให้ชาวนาต้องแบกรับหนี้สินที่เกิดจากการลงทุนปลูกข้าวที่มีแนวโน้มต้องเพิ่มการลงทุนสูงขึ้นทุกปี ขณะที่ราคาข้าวก็ตกลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนในการทำนาเมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายต่างกันราว 1,000 บาท เป็นเรื่องยากที่ชาวนาจะได้กำไร แต่ชาวนายังคงปลูกข้าวต่อไป…….เพราะเป็นหนทางเดียวที่ทำได้และรอความหวังจากความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น การจำนำข้าวหรือเงินอุดหนุนเมื่อนาข้าวเสียหายจากการเผชิญภัยพิบัติ ไม่ใช่เพียงแค่ข้าวที่ขาดกำไร แต่ผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ก็มีราคาที่ไม่แน่นอน และทำให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่รายได้น้อย เฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 บาทต่อคนต่อปี นั่นเพราะต้นทุนที่สูงมากขึ้น ทั้งค่าแรง ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และยาฆ่าแมลง ที่จำเป็นต้องใช้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากความไม่แน่นอนของตลาดการรับซื้อ และสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งหากไม่แก้ไขปัญหาระบบการผลิตนี้ ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเกษตรกรรมอย่างไทย เพราะไทยมีจำนวนประชากรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรอยู่ที่ 9.3 ล้านคน หรือ 13% ของจำนวนประชากรทั้งหมดและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็น 8.6% ของ GDP ถือเป็นรายได้อันดับที่ 3 รองจาก อุตสาหกรรมและการค้า การเปลี่ยนประเทศเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรม ส่งออก หรือการท่องเที่ยวคงจะไม่ใช่วิธีที่จะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะความอุดมสมบูรณ์ทางด้านภูมิศาสตร์ ยังคงเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เพียงแต่รูปแบบการทำการเกษตรจะต้องเปลี่ยนแปลงไป บทความนี้ขอเสนอแนวคิดที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาดังล่าวได้ ด้วยมุมมอง “ธุรกิจเกษตร” ที่เป็นการประยุกต์แนวคิดทางธุรกิจมาใช้ในการเพาะปลูกพืช เพื่อ “ขาย”…

ป่าเปลี่ยนไป เมื่อเราใช้น้ำบาดาล

เมื่อฝนตกลงมาสู่ภูเขาที่มีป่า น้ำฝนจะถูกซับลงไปใต้ดินผ่านระบบรากต้นไม้ ขณะที่ภูเขาทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำที่ดูดซับน้ำไว้ ภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับพื้นที่ดินจะค่อยๆ ใช้กลไกแรงโน้มถ่วงของโลก ดึงน้ำที่ซับไว้ในดินให้รวมกันและผุดออกมาเป็นตาน้ำเล็กๆ ที่ไหลรวมกันเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตตลอดเส้นทาง ……และนั่นคือวัฏจักรของป่าต้นน้ำ กับระบบนิเวศน้ำใต้ดิน ซึ่งปัจจุบันกำลังสูญเสียไป ไม่เฉพาะจากการตัดไม้ทำลายป่า (deforestation) ที่ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไม่ถูกป่าดูดซับไว้ แต่การใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ราบรอบภูเขาก็ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงเช่นกัน ซึ่งเป็นเพราะเมื่อน้ำใต้ดินในพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าถูกดึงออกมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร หรือเพื่อการท่องเที่ยว ก็เท่ากับเป็นการนำน้ำที่อยู่ใต้ดินออกมาผึ่งแดดให้ระเหยไปอย่างรวดเร็ว น้ำใต้ดินที่หายไปจากการใช้น้ำบาดาล ก็จะถูกชดเชยด้วยน้ำใต้ดินบนภูเขาที่ถูกซับไว้ น้ำใต้ดินบนภูเขาจึงถูกใช้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อระบบนิเวศต้นไม้บนภูเขา จากที่สามารถดูดซึมน้ำที่ซับไว้ใช้ในการเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปีแบบป่าดิบชื้น…ไม่สามารถทำได้อีก นอกจากนี้ เมื่อเข้าหน้าหนาวต้นไม้ก็จะผลัดใบ ในลักษณะของป่าไม้ผลัดใบ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงป่า ส่งผลผระทบต่อความหลากหลายทางระบบนิเวศ เพราะพรรณไม้บางชนิด ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในวัฏจักรที่เปลี่ยนไป ทำให้ป่าเหลือต้นไม้เพียงไม่กี่ชนิด กลายเป็นป่าเบญจพรรณหรือป่าเต็งรัง ที่มีต้นไม้เพียง 2-5 ชนิดเท่านั้น ทำให้แหล่งอาหารของสัตว์ป่าไม่เพียงพอ และเกิดการอพยพหาแหล่งอาหารไปยังพื้นที่เกษตรรรอบข้าง กลายเป็นความขัดแย้งและอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์ จนเรามักจะเห็นข่าวปัญหาขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับสัตว์ป่าบ่อยครั้ง แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายแนวทาง ……..หนึ่งในนั้นคือการสร้างแหล่งอาหารให้สัตว์ภายในขอบเขตป่าที่กำหนดไว้ แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้มาจากการใช้น้ำใต้ดิน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการทำระบบชลระทานหรือระบบน้ำประปาเพื่อส่งน้ำจากแหล่งไปยังพื้นที่ต่างๆ อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม การสร้างแหล่งน้ำอย่างเขื่อนหรือแก้มลิงขนาดใหญ่ก็ยังเป็นการลงทุนที่สูง ดังนั้น….. ทางเลือกที่จะพอทุเลาปัญหานี้ลงได้ไปพร้อมกับการขยายตัวของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว ที่ยังคงต้องการการใช้น้ำมากขึ้น คือ การสนับสนุนให้ทุกๆ…

ชาวบังกลาเทศชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก

เว็บไซต์ สำนักข่าว TRT รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.65 ว่า ผู้สนับสนุนพรรค Bangladesh Nationalist Party (BNP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของบังกลาเทศมากกว่า 100,000 คน ชุมนุมประท้วงที่กรุงธากา เรียกร้องให้นางชีค อาซินา ประธานาธิบดีบังกลาเทศลาออกทันทีและตั้งรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศก่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในต้นปี 2567 นอกจากนี้ สมาชิกสภาพรรค BNP 7 คน ประกาศลาออกในวันเดียวกันเพื่อกดดันรัฐบาล ทั้งนี้ การชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีบังกลาเทศเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค BNP กับตำรวจเมื่อ 7 ธ.ค.65 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 50 คน ตำรวจจับกุมผู้สนับสนุนพรรค BNP มากกว่า 400 คน Credit Pic : trtworld.com

รมว.กต.ปาเลสไตน์ประณามสหรัฐฯ ที่คัดค้านการเผยแพร่รายชื่อบริษัทอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์

  สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 12 ธ.ค.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Riyad Al-Maliki รัฐมนตรีต่างประเทศปาเลสไตน์ เมื่อ 11 ธ.ค.65 ประณามตอบโต้สหรัฐฯ กรณีรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงคัดค้านการเผยแพร่รายชื่อบริษัทของอิสราเอลที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ยึดครองหรือในดินแดนปาเลสไตน์ฉบับใหม่ และสหรัฐฯ แจ้งข้อห่วงกังวลดังกล่าวต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of High Commissioner for Human Right -OHCHR) แล้ว โดยนาย Al-Maliki ระบุว่าท่าทีดังกล่าวเป็นการกดดันสหประชาชาติ (United Nations-UN) และหน่วยงานของ UN ซึ่งปาเลสไตน์จะไม่ยอมรับ และจะจัดการประชุมกับ OHCHR เพื่อหารือในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ OHCHR เผยแพร่รายชื่อบริษัทที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ยึดครองของอิสราเอลครั้งล่าสุดเมื่อ ก.พ.63 จำนวน 112 บริษัท รวมถึงบริษัทของอิสราเอลและสหรัฐฯ Credit Pic : timesofisrael.com

นรม.กัมพูชาเยือนยุโรปเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-EU ใน 14 ธ.ค.65

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 11 ธ.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชา พร้อมด้วยนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินทางเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นประธานร่วมการประชุม ASEAN-EU Commemorative Summit ในวาระครบรอบ 45 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม ใน 14 ธ.ค.65 โดยที่ประชุมจะทบทวนความร่วมมือและจัดทำแผนสำหรับทิศทางในอนาคตระหว่างอาเซียนกับสหภาพยุโรป ทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน อนึ่ง ก่อนการประชุมดังกล่าวกัมพูชาจะเดินทางเยือนฝรั่งเศส และพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทั้งยังมีแผนพบหารือกับผู้นำเวียดนามและลาว รวมถึงพบปะกับชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในยุโรป Credit Pic : khmertimeskh.com

NGO ด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้มาเลเซียช่วยเหลือเรือผู้อพยพชาวโรฮีนจา

  เว็บไซต์ The Guardian รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.65 ว่า NGO หลายกลุ่มห่วงกังวลที่ยังไม่มีรัฐบาลประเทศใดให้ความช่วยเหลือเรือชาวโรฮีนจาอพยพ ซึ่งปัจจุบันเรือดังกล่าวอยู่บริเวณน่านน้ำมาเลเซีย มีชาวโรฮีนจารวมเด็กเล็กประมาณ  160 คน สภาพบนเรือเลวร้ายเนื่องจากเรือรั่ว ทั้งยังขาดอาหารและน้ำดื่ม กลุ่ม Arakan Project ระบุว่า ไม่มีรัฐบาลประเทศใดในภูมิภาคแสดงความช่วยเหลือ เพราะไม่มีฝ่ายใดต้องการรับผิดชอบ ด้านองค์กรการกุศลแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières – MSF) ออกแถลงการณ์เมื่อ 10 ธ.ค.65 ขอให้รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้กลุ่มชาวโรฮีนจาดังกล่าวขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย แต่ทางการมาเลเซียยังไม่แสดงท่าทีตอบรับ และไม่ให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าว Credit Pic : theguardian

แนวโน้มสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนในปี 2566 | The Intelligence Updates 13/12/2022

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “แนวโน้มสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนในปี 2566”