เยอรมนีระงับการอนุมัติโครงการท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2

เยอรมนีประกาศระงับการอนุมัติโครงการท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 เมื่อ 22 ก.พ.65 แม้ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤติด้านพลังงานและราคาพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาเยอรมนีพยายามเลี่ยงการนำท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2

บุก… ไม่บุก (ภาคต่อ ครั้งที่ 2) รัสเซียตอบว่า……

หายไปหลายวัน จากที่ต้องลุ้นว่า รัสเซียจะแรงขนาดไหน ผลก็คือว่า แรงแบบไม่มีถอยหลัง ทั้งรับรองความเป็นรัฐอิสระของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ยังไม่พอ … ส่งทหารไปรักษาสันติภาพในภูมิภาคดอนบาสที่ DPR และ LPR อยู่ และอนุมัติให้กองทัพรัสเซียนอกประเทศ เพื่อสนับสนุน DPR และ LPR ต่อไปจะมีอะไรอีกไหมที่รัสเซียน่าจะทำ ! มีนะ… อาจส่งกองกำลังสันติภาพร่วมขององค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) ที่มีรัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ได้ ใครจะรู้….. ที่ทำมาทั้งหมด คำตอบก็อยู่ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 บอกว่า “จะไม่มีการเจรจา หากเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคง” สั้น ๆ ก็คือว่า ….หากยูเครนจะเป็นสมาชิกเนโต ไม่เจรจา…

นิวซีแลนด์

ระบุเมื่อ 23 ก.พ.65 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 3,297 ราย สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และเป็นการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันมากกว่า 3,000 ราย เป็นครั้งแรก

อิตาลี

ระบุเมื่อ 22 ก.พ.65 จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศนอกสหภาพยุโรป (EU) เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่ 1 มี.ค.65

ไอร์แลนด์

ระบุเมื่อ 22 ก.พ.65 จะยกเลิกข้อบังคับให้ผู้ใช้บริการสถานที่สาธารณะในอาคารและขนส่งสาธารณะต้องสวมหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ 28 ก.พ.65

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 22 ก.พ.65 สหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) เรียกร้องรัฐบาลให้ผ่อนปรนมาตรการเดินทางเข้าญี่ปุ่น เฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มจำนวนการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นต่อวัน

อิหร่าน

ระบุเมื่อ 22 ก.พ.65 ส่งคืนวัคซีน AstraZeneca จำนวน 820,000 โดส จากทั้งหมด 1 ล้านโดส ที่โปแลนด์บริจาคให้อิหร่าน เนื่องจากตรวจพบว่าวัคซีนดังกล่าวผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศห้ามนำเข้าตั้งแต่ปี 2563

โครงสร้างประชากรกับการแย่งชิงทรัพยากรมนุษย์

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของโครงสร้างประชากรทั้งหมด ทำให้เกิดความหวาดวิตกของการเป็นสังคมผู้สูงอายุ วัยแรงงานจะต้องรับภาระในการเลี้ยงดูวัยชรา ส่งผลต่อการผลิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ไทยได้กำหนดแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) โดยมียุทธศาสตร์ด้านการเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ สร้างระบบคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคลากรด้านผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่กำหนดไว้และได้ดำเนินการด้วยการพัฒนาผู้สูงอายุให้มีอาชีพ สามารถหารายได้ วางแผนการเงินเพื่อการพึ่งพาตนเองได้ มีสุขภาพที่แข็งแรง และได้ดำเนินการมาจนถึง พ.ศ. 2564 ตามแผนที่วางไว้…. คำถามสำคัญก็คือ แล้วหลังจากนี้คืออะไร? เมื่อจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุอยู่ในช่วง 60 ปีขึ้นไปในไทยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงร้อยละ 28 ของประชากร ในขณะที่วัยแรงงานลดลงเหลือร้อยละ 58 รวมถึงประชากรที่เกิดใหม่ก็กำลังลดลงเหลือร้อยละ 14 ในปี พ.ศ. 2575 หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อปัญหาสังคมผู้สูงอายุไม่ได้รับการแก้ไข โครงสร้างประชากรยังอยู่ในความเสี่ยงที่มีความเปลี่ยนแปลงไป อะไรจะเข้ามาเติมศักยภาพให้กับวัยแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แน่นอนว่าด้วยระบบสาธารณสุขในปัจจุบันทำให้คนมีอายุยาวขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้นในวัยชรา เกษียณช้าลง แต่กระนั้นก็ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ทางออก…จึงมุ่งไปที่การนำ “เทคโนโลยี” เข้ามาช่วยในการทำงาน ซึ่งการใช้เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ก็ทยอยเปลี่ยนถ่ายมาอย่างต่อเนื่อง…

เมื่อโรงงานไฟฟ้าสามารถทำได้มากกว่าการผลิตไฟฟ้า

ไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญที่ไม่ว่าชุมชนแห่งหนไหนก็ต้องการทั้งสิ้น และเราพบว่า ความต้องการไฟฟ้ามีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าต้องมากขึ้นตาม ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าได้หลายวิธีตามแหล่งทรัพยากรที่แตกต่างกัน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานจลน์หรือพลังงานความร้อนสร้างไอน้ำเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า ทรัพยากรต่างๆที่ใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าก็มีอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ กันไป ทางเลือกในการผลิตที่หลากหลายได้สร้างโอกาสที่จะทำให้เกิดโรงงานผลิตไฟฟ้ากระจายไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น กระจายโอกาสการเข้าถึงไฟฟ้าได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานตามท้องถิ่นเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้มากขึ้นแล้ว การสร้างโรงไฟฟ้ายังมีผลต่อบริบทพื้นที่รอบข้างอีกด้วย โดยเราจะชวนให้มาทำความรู้จักกับแหล่งผลิตพลังงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพื้นที่ 3 ตัวอย่าง ตามนี้… “โรงไฟฟ้าพลังงานหญ้า” กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน มีแนวคิดในการก่อตั้ง โรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ห่างไกล ชุมชนบนดอยหรือหมู่บ้านกลางทุ่ง ที่การตั้งเสาเดินสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ต้องใช้งบประมาณสูง ชุมชนเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ในป่า ทำการเกษตรและหาของป่าเลี้ยงชีพ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟหรือโซล่าเซลล์ การใช้ไฟฟ้ายังขาดความเสถียรตามสภาพอากาศของวัน การตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กตามชุมชนจะช่วยให้ชุมชนมีพลังงานไฟฟ้าทางเลือกมากขึ้น และยังเป็นการพลิกฟื้นผืนดินด้วยการปลูกหญ้าเนเปียที่นำใช้ในการหมักเป็นก๊าซสำหรับการสร้างความร้อนในการผลิตกระแสไฟฟ้า หญ้าเนเปียสามารถทำการเพาะปลูกได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูก ปลอดภัยต่อสัตว์ป่า และทำให้ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์มากขึ้น “โรงไฟฟ้ากับการประมง” สำหรับประเทศที่หนาวเย็นอย่างประเทศฮังการี น้ำในทะเลสาบที่มีอุณหภูมิต่ำไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำสักเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป สำหรับทะเลสาบโบโกดี (Bokodi tó horgászat) ที่มีการใช้น้ำในทะเลสาบในการหล่อเย็นเครื่องผลิตไฟฟ้า น้ำร้อนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าจะถูกปล่อยลงทะเลสาบทำให้น้ำในทะเลสาบมีอุณภูมิอุ่นขึ้น 10 องศาเซลเซียส สัตว์น้ำมีขนาดตัวโตมากขึ้นจากพืชน้ำที่เป็นแหล่งอาหารและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่มากขึ้น พ้นฤดูหนาวที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง เมื่อระยะเวลาในการกลายเป็นน้ำแข็งลดลงด้วยความอุ่นของน้ำ ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของปลาก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการตกปลา สร้างอาชีพและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้ากับอาณานิคมต่างดาว เมื่อแนวคิดที่มนุษย์จะออกไปท่องอวกาศกำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น…