กองทัพจีนฝึกซ้อมกองกำลังและยุทโธปกรณ์รอบเกาะไต้หวัน หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 2 ส.ค.65 ว่า กองทัพจีนจะฝึกซ้อมปฏิบัติการร่วมทางอากาศและทางน้ำ ครอบคลุมพื้นที่น่านน้ำและน่านฟ้าทางเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน และการฝึกใช้กระสุนจริงใน 6 พื้นที่รอบเกาะไต้หวันระหว่าง 4-7 ส.ค.65 รวมทั้งฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธไปทางตะวันออกของไต้หวัน หลังนางแนนซี เพโลซี  ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน เมื่อ 2 ส.ค.65 นอกจากนี้ นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเรียกตัวนายนิโคลัส เบิร์นส เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/จีน เข้าพบเพื่อประท้วงการเยือนไต้หวันครั้งนี้ของนางเพโลซี และคณะกรรมาธิการสภาประชาชนแห่งชาติ สำนักงานกิจการไต้หวันแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน กระทรวงกลาโหม  รวมทั้งคณะกรรมาธิการสภาที่ปรึกษาทางการเมือง ต่างออกแถลงการณ์ประณามการเยือนดังกล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างรุนแรง

มาแล้วทูตอเมริกาคนใหม่ : รักกันไว้เถิด

ชื่อเรื่องอาจไม่เร้าใจ และใครจะรักกับใคร และทูตอเมริกาคนใหม่มาแล้วอย่างไร เกี่ยวข้องกับความรักอย่างไร …. คำถามตามกันมาติด ๆ ขออนุญาตพูดคุยกันพอเจ็บ ๆ คัน ๆ กันในเรื่องความรักระหว่างเรากับอเมริกาที่ความสัมพันธ์มีมายาวนานกว่าร้อยปี นาย Robert F Godec เตรียมตัวจะมาเป็นทูตอเมริกาคนใหม่ประจำกรุงเทพฯ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า เอกอัครราชทูต แต่ก่อนมาถึงไทย ทางอเมริกาก็มีหลักมีเกณฑ์ว่า ต้องไปชี้แจง หรือบอกเล่ากับคณะกรรมาธิการด้านต่างประเทศของวุฒิสภาก่อนว่า จะมาทำอะไรที่ไทยที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่มีกันอยู่อย่างแน่นแฟ้น ให้โชติช่วงต่อไป และรักกันตลอดไป หากทางวุฒิสภาถูกใจ ก็จะลงคะแนนเสียงให้ผ่านมาไทยได้ ซึ่งนาย Godec ก็ไม่น่าจะพลาด และหลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการทางฝ่ายไทยในการดำเนินการต่อไป จากการที่ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และตาม ๆ อ่าน ข้อมูลที่นาย Godec ชี้แจงกับทางอเมริกาเมื่อ 13 กรกฎาคม 2565 ก็ดูดีนะ ภาพก็ออกมาเป็นบวก ๆ ดูจะเข้าใจความรักอันแน่นแฟ้นระหว่างเรากับอเมริกาดี และก็บอกว่าจะมาส่งเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งต่อไปนี้ รัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน…

สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายต่อไต้หวัน

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 2 ส.ค.65 อ้างท่าทีโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายต่อไต้หวัน รวมทั้งไม่ต้องการขัดแย้งกับจีน แม้มีรายงานว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ มีกำหนดการเยือนไต้หวัน โดยจะถึงท่าอากาศยาน Songshanใน 2 ส.ค.65 เวลา 22.20 น. และกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีไต้หวัน  พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนลดระดับท่าทีแข็งกร้าวต่อการเยือนดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการเยือนครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของนางเพโลซี

ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนสิงคโปร์

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 1 ส.ค.65 ว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อพบหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสิงคโปร์ ประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีและการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าจะเพิ่มความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน แก้ไขวิกฤตโลกร้อน การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ผ่านกรอบ Indo-Pacific Economic Framework (IPEF) พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมองประเด็นรัสเซีย-ยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งปัจจุบันตึงเครียดขึ้นจากกรณีที่นางเพโลซีอาจเยือนไต้หวัน

รัสเซียเพิ่มประเด็นการขยายอิทธิพลทางทหารของเนโตเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัย

สำนักข่าว Tass, Sputnik และ RT รายงานเมื่อ 31 ก.ค.65 อ้างเว็บไซต์ข้อมูลทางกฎหมายรัฐบาลรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาเกี่ยวกับหลักนิยมกองทัพเรือใหม่ พ.ศ. 2565 ที่ปรับปรุงจากฉบับปี 2558 โดยให้ความสำคัญกับ 1) ภัยคุกคามจากเนโต หากติดตั้งยุทโธปกรณ์ทางทหารใกล้พรมแดนรัสเซีย และการฝึกซ้อมทางทหารที่ติดกับรัสเซีย 2) ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปกป้องพรมแดนทางทะเลของรัสเซีย การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือในภาคตะวันไกลของรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นสูงสำหรับกองทัพเรือ และ 3) สถานะมหาอำนาจทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งน่านน้ำอาร์กติก ทะเลดำ อาซอฟ เมดิเตอร์เรเนียน แบริง บอลติก แคสเปียน และโอค็อตสค์ ซึ่งรวมถึงช่องแคบคูริล ซึ่งจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งรัสเซีย-ประเทศตะวันตก-ประเทศไม่เป็นมิตร ทวีความตึงเครียดขึ้น กฎหมายที่ปรับปรุงฉบับใหม่นี้ ยังเพิ่มบทบัญญัติ 10 ข้อเกี่ยวกับภัยคุกคามแห่งชาติ เน้นโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตร ที่มุ่งครอบงำประเทศตามแนวชายฝั่ง รวมถึงกดดันทางเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนสกัดกั้นรัสเซียไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรทางทะเลและเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ นอกจากนี้ ในกฎหมายนี้ยังระบุถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการก่อการร้ายสากล การละเมิดลิขสิทธิ์…

สหรัฐฯ อ้างความสำเร็จในการสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอัฟกานิสถาน

หนัสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 1 ส.ค.65 อ้างท่าทีประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการใช้โดรนสังหาร Ayman al-Zawahiri ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ในคาบูล อัฟกานิสถาน โดยเป็นปฏิบัติการที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA ) สนับสนุนด้านการข่าวกรองและยืนยันตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมาย ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการใช้โดรนโจมตีสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถานครั้งแรก หลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานเมื่อปี 2564

จีนมีเส้นทางรถไฟสายใหม่ระยะทางรวม 2,043 กม.ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 31 ก.ค.65 ว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 จีนเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายใหม่ทั่วประเทศระยะทางรวม 2,043 กิโลเมตร  ในจำนวนนี้เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระยะทางรวม  959.9 กิโลเมตร โดยกระทรวงคมนาคมจีน ตั้งเป้าหมายว่าในสิ้นปี 2565 จีนจะมีเส้นทางรถไฟสายใหม่รวม 3,300 กิโลเมตร และเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมีระยะทางรวม 40,000 กิโลเมตร

เมียนมาควบคุมตัวช่างภาพสารคดีชาวญี่ปุ่น

สำนักข่าว Strait Times รายงานเมื่อ 31 ก.ค.65 ว่า ทางการเมียนมาควบคุมตัวนาย Toru Kubota ช่างภาพสารคดีชาวญี่ปุ่น ขณะถ่ายภาพผู้ประท้วงที่เขต South Dagon ในภาคย่างกุ้ง เมื่อ 30 ก.ค.65  เบื้องต้นสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/ย่างกุ้ง ได้ติดต่อกับทางการเมียนมาเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2564 หลังการรัฐประหาร เมียนมาเคยจับกุมนาย Yuki Kitazumi นักข่าวชาวญี่ปุ่นมาแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็ปล่อยตัวเมื่อ พ.ค.64  ทั้งนี้ คาดว่า เมียนมายังควบคุมตัวนักข่าวต่างชาติอยู่ประมาณ 48 คน

จีนจะดำเนินมาตรการแข็งกร้าว หากประธานสภาสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 1 ส.ค.65  เตือนว่า กองทัพจีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวและอาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเมืองอย่างร้ายแรง หากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน  ทั้งนี้นางแนนซีดำรงตำแหน่งทางการเมืองสูงเป็นอันดับ 3 ของรัฐบาลสหรัฐฯ

The Intelligence Weekly Review (31/07/2022)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป