สำรวจนโยบายความมั่นคงของสวิตเซอร์แลนด์ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรปจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เราเห็นประเทศยุโรปผนึกกำลังกันอย่างชัดเจนมากในการต่อต้านการกระทำของรัสเซีย ประเทศที่มีนโยบายเป็นกลางมาอย่างยาวนานอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ก็ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมนาโต้อย่างเป็นทางการแล้ว อีกประเทศหนึ่งที่สมควรจับตามองไม่แพ้กันว่าจะดำเนินนโยบายต่อไปอย่างไรคือสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศเป็นกลางใจกลางยุโรป สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะเจรจาหาข้อยุติเมื่อใด และทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันและกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการสู้รบทางทหารซึ่งยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยชาติพันธมิตรนาโต้หลายประเทศได้ส่งอาวุธให้ยูเครน อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยูเครนสามารถต้านทานการรุกคืบของรัสเซียได้ อีกด้านหนึ่ง เราเห็นการผนึกกำลังในชาติตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ผ่านกลุ่มนาโต้และกลุ่มอียู ในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินต่อรัสเซียอย่างหนักหน่วง อีกทั้งยังประณามการกระทำของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง และโน้มน้าวให้ประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ แสดงจุดยืนเชิงนโยบายที่ต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย จากสภาวะสงครามข้างต้น สวีเดนและฟินแลนด์เริ่มมองเห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงจุดยืนเชิงนโยบายที่เคยมีมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศประกาศถึงความจำเป็นในการเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนาโต้ เพื่อรับประกันความมั่นคง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟินแลนด์มีพรมแดนทางบกติดกับรัสเซียกว่า 1,340 กิโลเมตร มองกลับมาที่สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป ซึ่งภาคภูมิใจในสถานะความเป็นกลางที่เริ่มตั้งแต่ปี 1815 โดยในช่วงเวลาความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์นั้น สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายเป็นกลางทางทหารมาโดยตลอดไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง และสงครามเย็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปัจจุบัน เริ่มมีข้อถกเถียงในแวดวงนโยบายถึงมาตรการที่สวิตเซอร์แลนด์สามารถจะดำเนินการได้โดยที่สามารถคงสถานะความเป็นกลางไว้ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ดำเนินการไปแล้วคือ การประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย การโหวตสนับสนุนขับรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตกทำ แต่สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ทำคือ การขับไล่นักการทูตรัสเซียออกจากประเทศ และการส่งยุทโธปกรณ์ไปยูเครน โดยกรณีล่าสุดคือ สวิตเซอร์แลนด์ปฏิเสธคำขอของเยอรมนีที่ต้องการส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่เยอรมนีนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไปมอบให้ยูเครน ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์มองว่าขัดกับการดำรงสถานะความเป็นกลาง…

The Intelligence Weekly Review (22/05/2022)

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

สิงคโปร์และ 6 ประเทศอาเซียนจะร่วมกันฟื้นฟูการเดินทางทางอากาศในภูมิภาค

รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์ และ สมาชิกอาเซียนอีก 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และไทย แถลงร่วมเมื่อ 17 พ.ค.65 ในวันเปิดการประชุม Changi Aviation ที่สิงคโปร์ ว่า จะร่วมกันรื้อฟื้นการเดินทางทางอากาศระหว่างกัน รวมถึงเสริมสร้างการเชื่อมต่อทางอากาศระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับภูมิภาคอื่น โดยเตรียมจัดทำใบรับรองสุขภาพ COVID-19 และพัฒนาตลาดการบินเดี่ยวในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่แนวทางอื่น ๆ อาทิ การออกมาตรการด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการบิน การพัฒนาความร่วมมือที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน เช่น เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมการฝึกอบรมและการสร้างขีดความสามารถเพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดการบินหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่หลายประเทศเริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ห้วง เม.ย.65

ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่เยือนเขตปลอดทหารบริเวณพรมแดนเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ ระหว่างเยือนเกาหลีใต้

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯแถลง เมื่อ ๑๘ พ.ค.๖๕ ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯไม่มีกำหนดการเยือนเขตปลอดทหารบริเวณพรมแดนเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ และต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เนื่องจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าในห้วงที่ประธานาธิบดีไบเดนเยือนเกาหลีใต้ใน ๒๐ พ.ค.๖๕  เกาหลีเหนือจะทดสอบขีปนาวุธ

เลขาธิการ UN วิตกกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลก

นายอันโตนิโอ กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุเมื่อ 18 พ.ค.65 ว่าวิตกกับสงครามในยูเครนที่อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งจะจัดการเจรจากับรัสเซีย ยูเครน ตุรกี สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เกี่ยวกับการยุติการปิดท่าเรือ เฉพาะอย่างยิ่งในยูเครน เพื่อให้สามารถส่งออกธัญพืช และปุ๋ยไปยังประเทศยากจน เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารของโลก

อินเดียสนับสนุนเงินกู้ให้กัมพูชาภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-คงคา

  นสพ.Khmer Times ฉบับ 19 พ.ค.65 รายงานผลการหารือทวิภาคีผ่านระบบทางไกลระหว่าง นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชา กับ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดีย เมื่อ 18 พ.ค.65 ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การทหาร การค้าการลงทุน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การรับมือและฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดย นายกรัฐมนตรีอินเดียย้ำถึงความสำคัญของกัมพูชาตามนโยบาย Act East พร้อมกับว่าจะสนับสนุนเงินกู้มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กัมพูชาภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-คงคา เพื่อดำเนินโครงการด้านกสิกรรม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข การพัฒนาชนบท การศึกษา รวมถึงวัฒนธรรม ในโอกาสนี้ ผู้นำกัมพูชากล่าวขอบคุณอินเดียที่มอบวัคซีนป้องกัน COVID-19 และยินดีในโอกาสครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

ชวนมาตรวจสุขภาพเศรษฐกิจจีน “ตอนที่ 1 : ปีแห่งความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ”

ในตอนแรก เรามาดูกันก่อนว่า อาการเศรษฐกิจจีนมันเป็นยังไงบ้าง และเศรษฐกิจจีนจะไปในทิศทางไหน ในห้วงการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 20 ในเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2565 ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางการเมืองของสี จิ้นผิง ว่าจะดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในสมัยที่ 3 หรือไม่   ที่จริงแล้ว สี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน รวมทั้งสวัสดิภาพทางสังคมของจีนไม่ให้หยุดชะงักในปีสำคัญของเขาอย่างมาก โดยเราได้เห็นนโยบายทางเศรษฐกิจสำคัญเมื่อปี 2564 หลายอย่าง ทั้งการผลักดันแนวคิด “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ที่มีเป้าหมายสร้างความเท่าเทียมในสังคมจีน ด้วยการเพิ่มการกำกับดูแลภาคเอกชน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มครอบงำตลาดมากเกินไป และแผนการปรับขนาดและลดบทบาทของรัฐวิสาหกิจจีน รวมทั้งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ   ขณะเดียวกัน จีนพยายามจัดการกับชะตากรรมของ Evergrande Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาหนี้มากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้บริษัทดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนปัญหาหนี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนไปแล้ว ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์จีนมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก เพราะคิดเป็น 29% ของ GDP จีน อันที่จริง ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนมากกว่า 10 แห่ง ที่ได้ผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้ง Kaisa Group ที่มีหนี้สินรวม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ…

INT Podcast EP:32 สหประชาชาติ(UN)กับบทบาทในภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สหประชาชาติมีบทบาทในสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังไงบ้าง หรือเป็นเพียงเสือกระดาษท่ามกลางความขัดแย้งเท่านั้น มาฟังมุมมองของ the intelligence กัน

เกษตรกรอินโดนีเซียประท้วงนโยบายห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม

นสพ.The Straitstimes รายงานเมื่อ 17 พ.ค.65 ว่า เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อยในอินโดนีเซียหลายร้อยคน รวมตัวประท้วงในกรุงจาการ์ตาและอีก 22 จังหวัดของอินโดนีเซีย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม เพราะทำให้รายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันลดลงไปจากการเสียโอกาสในการทำกำไรตามกลไกตลาดที่ขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มกำลังปรับตัวสูงขึ้น โดยแถลงการณ์ของกลุ่มเกษตรกร ระบุว่า การผลิตเพื่อบริโภคแค่ในประเทศภายใต้นโยบายควบคุมราคา ไม่เพียงทำให้เสียโอกาสในการหารายได้จากการส่งออก แต่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นผลให้เกษตรกรเกิดความลังเลไม่อยากจะเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มรอบใหม่ ขณะที่นายแอร์ลังกา รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ยืนยันว่า คำสั่งห้ามดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไป จนกว่าราคาน้ำมันสำหรับประกอบอาหารในประเทศจะลดลงเหลือ 14,000 รูเปียะฮ์ (ประมาณ 33 บาท) ต่อลิตร (เมื่อ 13 พ.ค.65 อยู่ที่ 17,300 รูเปียะฮ์ หรือประมาณ 41 บาท ต่อลิตร) ทั้งนี้ อินโดนีเซียระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์อนุพันธ์บางประเภท เมื่อ 28 เม.ย.65 เพื่อควบคุมราคาน้ำมันประกอบอาหารในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

รัสเซียโอนสินทรัพย์บริษัทผลิตรถยนต์กลุ่ม Renault Russia เป็นของรัฐ

สำนักข่าว.Tass และ นสพ.Kommersant ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 16 พ.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย ว่า สินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Renault Russia ถูกโอนไปเป็นกรรมสิทธิของรัฐบาลรัสเซีย ส่วนโรงงาน Renault Russia โอนให้กับรัฐบาลท้องถิ่นมอสโก ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย ทำข้อตกลงแบบมีเงื่อนไขหากต้องการซื้อคืนกิจการต้องใช้สกุลเงินรูเบิล ด้านนาย Sergei Sobyanin นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก กล่าวว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ Moskvich ของรัสเซีย จะกลับมาผลิตอีกครั้งที่โรงงาน Renault Russia รวมถึงวางแผนผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ให้ได้สูงสุด อนึ่ง เมื่อ 23 มี.ค.65 Renault หยุดการผลิตในมอสโก เพื่อคัดค้านการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน และวางแผนโอนหุ้นใน AvtoVAZ ไปยังนักลงทุนท้องถิ่น เพื่อเป็นทางเลือกในการออกจากตลาดรัสเซีย ซึ่ง Renault ตั้งใจให้ส่วนแบ่งกับทางสหรัฐฯ