ไต้หวันคาดว่า COVID-19 จะระบาดถึงขีดสุดในช่วงปลาย ม.ค.-ต้น ก.พ.66

  ศูนย์ควบคุมโรคไต้หวัน ระบุเมื่อ 4 ม.ค.66 ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19  ในไต้หวันยังน่ากังวล เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 42.9 โดยคาดว่าจะระบาดถึงขีดสุดในห้วงปลาย ม.ค. – ต้น ก.พ.66 ที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 40,000 รายต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อซ้ำประมาณร้อยละ 5 จึงจำเป็นที่ต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนรับวัคซีนเพื่อรับมือกับการระบาดระลอก 3 ที่จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1)ประชาชนที่ในครอบครัวมีผู้สูงอายุ 2) ผู้ที่รับวัคซีนครบแล้วแต่ยังไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น 3) เคยติดเชื้อและรักษาหายครบ 3 เดือนแล้ว  4) เคยรับวัคซีน mRNA รุ่นใหม่ของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1  และ 5) ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปต่างประเทศหรือมีญาติมิตรเดินทางกลับจากต่างประเทศช่วงก่อนและหลังตรุษจีน Credit Pic : courtesy of Taoyuan Metro Corp / taipeitimes.com

อากาศยานไร้คนขับเกาหลีเหนือบินเข้าเขตห้ามบินใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อ 26 ธ.ค.65

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 5 ม.ค.66 ว่า อากาศยานไร้คนขับของเกาหลีเหนือที่บินรุกล้ำเข้าน่านฟ้าเกาหลีใต้เมื่อ 26 ธ.ค.65 จำนวน 5 เครื่อง ในจำนวนดังกล่าว มี 1 เครื่องบินเข้าเขตห้ามบิน (พื้นที่หวงห้าม P-73) รัศมี 3.7 กิโลเมตรรอบทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยบินเข้าไปบริเวณด้านเหนือของพื้นที่หวงห้าม แต่ไม่ได้เข้าใกล้อาคารสำคัญ โดยนายอี จง-ซ็อบ รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้รายงานรายละเอียดดังกล่าว รวมถึงการกำหนดมาตรการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ แก่ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้เมื่อ 4 ม.ค.66 ทั้งนี้ กรณีอากาศยานไร้คนขับของเกาหลีเหนือรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าเกาหลีใต้ไม่มีความพร้อมในการตรวจจับ ติดตาม และยิงทำลายอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับของเกาหลีเหนือที่มีขีดความสามารถในการเปลี่ยนความเร็วและระดับความสูงในการบิน ในลักษณะที่ยากต่อการคาดเดาทิศทาง นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวส่งผลให้ผู้นำเกาหลีใต้จะพิจารณาระงับข้อตกลงทางทหารระหว่างสองเกาหลีที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2561 Credit Pic : South Korean Defense Ministry via Getty Images / thedrive.com

อินโดนีเซียออกระเบียบฉุกเฉินเพื่อกระตุ้นการลงทุน

  สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 5 ม.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ได้ลงนามในระเบียบฉุกเฉินเพื่อกระตุ้นการลงทุนในประเทศ เมื่อ 30 ธ.ค.65 โดยคาดหวังว่า ระเบียบใหม่ดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมสร้างบรรยากาศทางธุรกิจและการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอินโดนีเซียตั้งเป้าการลงทุนในปี 2566 ไว้ที่ 1,400 ล้านล้านรูเปียะฮ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1,200 ล้านล้านรูเปียะฮ์ ด้านนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ระบุว่า ระเบียบใหม่ฉบับนี้ เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ตลอดจนรองรับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและภาวะเงินฝืด ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้แทนที่กฎหมายการจ้างงาน (omnibus law) ที่อยู่ระหว่างการปรับแก้ในส่วนที่เป็นประเด็นขัดแย้ง หลังจากศาลอินโดนีเซียพิจารณา เมื่อ 25 พ.ย.64 ว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ Credit Pic : AP /freemalaysiatoday.com

สิงคโปร์ยังคงตกเป็นเป้าหมายโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย

    สถานีโทรทัศน์ ChannelNewsasia รายงานเมื่อ 4 ม.ค.66 กรณีสถาบัน RSIS ซึ่งเป็นศูนย์คลังสมองเชิงนโยบายของสิงคโปร์ เปิดเผยรายงานประเมินภัยคุกคามประจำปีว่า  สิงคโปร์ยังคงตกเป็นเป้ามายโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย หลังจากเมื่อห้วง ก.ย.65 สื่อเครือข่ายของกลุ่ม Islamic State (IS)  เผยแพร่ถ้อยแถลงของนาย Abu Umar al-Muhajir โฆษกของกลุ่ม IS เรียกร้องให้มุสลิมในสิงคโปร์ และประเทศในเอเชียตะวันออก เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย  อินเดีย เข้าร่วมกับกลุ่ม IS ต่อสู้กับพวกนอกรีตในประเทศของตน นอกจากนี้ สถาบัน RSIS ยังประเมินว่า อินเทอร์เน็ตยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มนักรบญิฮาด เฉพาะอย่างยิ่งนักรบญิฮาดไซเบอร์ ซึ่งต่อสู้ในสนามรบเสมือนจริงที่ไร้พรมแดน จึงมีศักยภาพในสังคมที่มีการเชื่อมต่อทางดิจิทัลสูงอย่างเช่นสิงคโปร์ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายที่เฉพาะเจาะจงหรือน่าเชื่อถือ แต่สิงคโปร์ก็ยังตกเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงสำหรับกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงที่ก่อเหตุโดยลำพัง Credit Pic : AFP/Welayat Raqa