มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ EU จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาการกีดกันน้ำมันปาล์ม

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 6 ส.ค.66 ว่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสหภาพยุโรป (European Union-EU) จัดตั้งคณะทำงานร่วมเฉพาะกิจ (Ad-hoc Joint Task Force-JTF) เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมในประเด็นอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน หลัง EU บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU’s Deforestation Regulation-EUDR) ห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าเมื่อ ธ.ค.65 ทั้งนี้ JTF จัดประชุมครั้งแรกเมื่อ 5 ส.ค.66 ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย หารือกรอบการทำงานครอบคลุมประเด็นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรรายย่อย โครงการของภาครัฐ (เช่น กฎหมายที่ดิน ช่วงเวลาที่ห้ามทำลายป่า) การตรวจสอบย้อนกลับจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรม (Forest Degradation) และการคุ้มครองข้อมูล โดยหลังจากนี้ประเทศสมาชิก JTF จะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารและคณะทำงานย่อยเพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ สอดคล้องกัน

NUG ประณามรัฐบาลทหารเมียนมาที่ปรับลดโทษจำคุกของอองซานซูจี

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 6 ส.ค.66 อ้างแถลงของนายจ่อซอ โฆษกรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) ประณามกรณีรัฐบาลทหารเมียนมาปรับลดโทษจำคุกของอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ(จาก 33 ปี เหลือ 27 ปี) และอูวินมยิน อดีตประธานาธิบดีเมียนมา (จาก 12 ปี เหลือ 8 ปี) ว่าใช้ทั้งสองคนเป็นตัวประกันทางการทูต (Hostage Diplomacy) เพื่อให้กลุ่มต่อต้านยอมเจรจาลดความแข็งกร้าวต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งกลุ่มต่อต้านจะไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุผลดังกล่าว และย้ำจุดยืนที่จะต่อต้านระบอบเผด็จการทหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทั้งหมด โดยเฉพาะอองซานซูจีและอูวินมยิน โดยทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข