ประธานาธิบดีรัสเซียอาจเยือนตุรกีในปลาย ส.ค.66 เพื่อกระชับความสัมพันธ์รวมทั้งอาจหารือรื้อฟื้นข้อตกลงการส่งออกธัญพืช

สำนักข่าว Tass รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ Hurriyet ของตุรกี เมื่อ 7 ส.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียมีกำหนดเยือนตุรกีในปลาย ส.ค.66 เพื่อหารือประเด็นทวิภาคีที่สำคัญระหว่างกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ไตรภาคีระหว่างตุรกี อาเซอร์ไบจาน และอาร์มาเนีย แนวทางการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับซีเรียให้กลับมาเป็นปกติ และอาจหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นข้อตกลงการส่งออกธัญพืช ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีเรเซป เทยิป เออร์โดกัน ของตุรกี หารือทางโทรศัพท์เมื่อ 2 ส.ค.66 เป็นครั้งแรกหลังจากที่รัสเซียยุติการต่ออายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative (เมื่อ 17 ก.ค.66) ซึ่งประธานาธิบดีเออร์โดกัน ให้สัมภาษณ์สื่อตุรกีว่าประธานาธิบดีรัสเซียอาจเยือนตุรกีใน ส.ค.66

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ พบหารือคณะรัฐประหารไนเจอร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 7 ส.ค.66 ว่า นาง Victoria Nuland รักษาราชการแทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการการเมือง เยือนกรุงนีอาเม ไนเจอร์ เพื่อพบหารือกับภาคประชาสังคมและสภาแห่งชาติเพื่อการพิทักษ์มาตุภูมิ (National Council for the Safeguard of the Homeland-CNSP) หรือคณะรัฐประหารไนเจอร์ โดยสหรัฐฯ แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไนเจอร์ พร้อมเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตยและระเบียบตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนความเสี่ยงที่ไนเจอร์จะถูกสหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประธานาธิบดี Mohamed Bazoum และครอบครัว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ถูกคุมขังโดยทันที ซึ่งสหรัฐฯ จะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคซาเฮล รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Economic Community of West African States-ECOWAS) เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ผู้แทนสหรัฐฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับ พล.อ. Abdourahamane Tchiani ประธานสภาแห่งชาติเพื่อการพิทักษ์มาตุภูมิ ขณะที่คณะรัฐประหารไนเจอร์เร่งกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่ม Wagner

อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเรียกร้องการยกระดับมาตรการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามต่อไต้หวัน

สำนักข่าว Kyodo News รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายอาโซ ทาโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น รองหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น และอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต่อที่ประชุม Ketagalan Forum-2023 Indo-Pacific Security Dialogue เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงไทเป ไต้หวัน ว่า การรักษาสันติภาพและความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการก่อสงครามในภูมิภาค ทั้งนี้นายอาโซเห็นว่า ปัจจุบันสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันอยู่ในระดับร้ายแรงที่สุดในประวัติการณ์ จากการที่จีนซ้อมรบบริเวณรอบไต้หวันอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโต้กรณีนางแนนซี เพโลซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการเมื่อ ส.ค.65 ขณะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ดังนั้น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกันจึงต้องร่วมกันยกระดับการดำเนินมาตรการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามต่อไต้หวัน

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นยืนยันไม่มีข้อมูลลับรั่วไหลจากกรณีจีนโจมตีเครือข่ายสารสนเทศด้านความมั่นคง

หนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายฮามาดะ ยาซูคาซุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เมื่อวันเดียวกันต่อกรณีหนังสือพิมพ์ Washington Post เผยแพร่ข่าวสารประเด็นสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency-NSA) ของสหรัฐฯ ตรวจพบว่ากองทัพจีนโจมตีเครือข่ายสารสนเทศด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นเมื่อปี 2563 โดยนายฮามาดะปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นการเปิดเผยขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางไซเบอร์ของญี่ปุ่น แต่ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลับของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นรั่วไหล และญี่ปุ่นหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในประเด็นดังกล่าวเสมอมา

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจะจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

หนังสือพิมพ์ Mainichi Shimbun รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจะจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 (1 เม.ย.67-31 มี.ค.68) มากกว่า 7 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.71 ล้านล้านบาท) สูงกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 (1 เม.ย.66-31 มี.ค.67) ที่ตั้งไว้ 6.8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.66 ล้านล้านบาท) และสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์หากผ่านการพิจารณาของรัฐสภาญี่ปุ่น งบประมาณจำนวนดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการจัดสรรงบประมาณสำหรับเร่งรัดโครงการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลของญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการโจมตีเข้าไปในเขตอำนาจอธิปไตยของต่างชาติเพื่อทำลายฐานยิงขีปนาวุธหรืออาวุธอื่นในกรณีที่ประเทศนั้นโจมตีญี่ปุ่นก่อน ตามที่ระบุไว้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy-NSS) ฉบับใหม่ ซึ่งญี่ปุ่นประกาศใช้เมื่อ ธ.ค.65 รวมทั้งโครงการพัฒนาเรือพิฆาต 2 ลำ สำหรับติดตั้งระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ AEGIS Ballistic Missile Defense (Aegis BMD) ของสหรัฐฯ