อิหร่านและซาอุดีอาระเบียจะเร่งแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารระหว่างกัน

สำนักข่าว Press TV และสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ พลจัตวา Amir Aziz Nasirzadeh รองเสนาธิการกองทัพอิหร่าน พบหารือกับพลตรี Talal bin Abdullah bin Turki Al-Otaibi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย นอกรอบการประชุมความมั่นคงระหว่างประเทศครั้งที่ 11 ที่กรุงมอสโก รัสเซีย (Moscow Conference on International Security-MCIS) เมื่อ 15 ส.ค.66 ซึ่งรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ในการพบหารือ รองเสนาธิการกองทัพอิหร่านและผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เห็นตรงกันที่จะเร่งแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (Military Attaché) ประจำประเทศระหว่างกัน รวมถึงหารือเกี่ยวกับแผนการดำเนินความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงและการทหาร เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การพบหารือดังกล่าว เป็นการพบหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของอิหร่านและซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายบรรลุการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อ มี.ค.66

ซาอุดีอาระเบียลงนามข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์กับจีนมูลค่ากว่า 1,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย และสำนักข่าว Al Mayadeen ของเลบานอน รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า นาย Majed bin Abdullah bin Hamad Al-Hogail รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเทศบาลเมืองและชนบทของซาอุดีอาระเบีย ระบุในที่ประชุมธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-จีน (Saudi-Chinese Business Forum) ซึ่งจัดที่กรุงปักกิ่ง จีน ในวันเดียวกันว่า ซาอุดีอาระเบียพร้อมเพิ่มความร่วมมือในการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์กับจีนจากปัจจุบันที่ซาอุดีอาระเบียมีความร่วมมือกับบริษัทจีนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย มูลค่า 799 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงนอกรอบการประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเทศบาลเมืองและชนบทของซาอุดีอาระเบียร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดหาเงินทุน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ระหว่างบริษัทและธนาคารของซาอุดีอาระเบียกับจีน จำนวน 12 ฉบับ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แอฟริกาใต้ยกระดับมาตรการ รปภ.ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 15

พล.ต.ท. Tebello Mosikili รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแอฟริกาใต้ แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคง National Joint Operational and Intelligence Structure (NATJOINTS) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 15 ซึ่งจะจัดที่ศูนย์การประชุม Sandton เมืองโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ระหว่าง 22-24 ส.ค.66 โดยรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมระดับสูงสุดในการต้อนรับผู้นำ BRICS และคณะผู้ติดตาม เช่น จัดกองกำลังรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลพื้นที่โดยรอบการประชุม การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นสูงสุดต่อผู้ก่อเหตุ และการปิดถนนบริเวณโดยรอบระหว่าง 20-24 ส.ค.66 นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอให้ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงอย่างเคร่งครัดด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี

สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน และสำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า นาย Hossein Amir-Abdollahian รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนซาอุดีอาระเบีย แถลงร่วมกับเจ้าชาย Faisal bin Farhan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังเสร็จสิ้นการพบหารือในวันเดียวกันนี้ว่า การพบหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและอยู่บนแนวทางที่ดี สานต่อขั้นตอนการดำเนินการตามข้อตกลงฟื้นฟูทางการทูตระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูต และกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตระหว่างกันอย่างเป็นทางการ เมื่อ มิ.ย.66 โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันจะกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระดับทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ครอบคลุมด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม บนพื้นฐานการส่งเสริมเสถียรภาพของทั้งสองประเทศ รวมถึงภูมิภาค ซึ่งอิหร่านเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือพิเศษในด้านต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน และยังได้หารือเรื่องการจัดตั้งสภาความร่วมมือระหว่างประเทศ (Bilateral Relations Coordination Council) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานสภาฯ ร่วม เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีให้เกิดความก้าวหน้า นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแสดงความคาดหวังให้ประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซีของอิหร่าน ตอบรับการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ การเยือนของนาย Abdollahian เป็นการเยือนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับจากซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านเมื่อปี…

เวียดนามย้ำว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสหรัฐฯ เมื่อทั้งสองประเทศพร้อม

สำนักข่าว VNexpress International รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาง Pham Thu Hang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เมื่อ 17 ส.ค.66 ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเวียดนามกับสหรัฐฯ ที่มีความใกล้ชิดทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ในฐานะเป็นหุ้นส่วนแบบรอบด้าน (Comprehensive Partnership) และได้หารือการยกระดับความสัมพันธ์ใหม่ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นบนเงื่อนไขความพร้อมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาทั้งในระดับทวิภาคี พหุภาคี และระดับโลก ทั้งนี้ เวียดนามและสหรัฐฯ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2538 และยกระดับเป็นหุ้นส่วนแบบรอบด้านเมื่อปี 2556 สำหรับการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2565 มีมูลค่า 123,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากเมื่อปี 2564 โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 และเป็นคู่ค้าอันดับสองของเวียดนาม และสหรัฐฯ ลงทุนในเวียดนามมากเป็นอันดับ 11 รวมมูลค่ามากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีคาซัคสถานจะเยือนเวียดนามระหว่าง 20-22 ส.ค.66

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาง Pham Thu Hang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามในวันเดียวกันว่า ประธานาธิบดีคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ของคาซัคสถาน กำหนดจะเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่าง 20-22 ส.ค.66 ซึ่งเป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกในรอบ 12 ปี ของผู้นำคาซัคสถาน ทั้งนี้ เวียดนามและคาซัคสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2535 การค้าทวิภาคีมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 ต่อปี โดยเมื่อปี 2565 มีมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 ปัจจุบันคาซัคสถานลงทุนในเวียดนาม 5 โครงการ ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โทรคมนาคมและการสื่อสาร และธุรกิจค้าปลีก รวมมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รัฐบาลตอลิบันเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปีการกลับคืนสู่อำนาจ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลตอลิบันเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปีในการกลับสู่อำนาจ และปกครองประเทศภายใต้ระบบอิสลาม เมื่อ 15 ส.ค.66 ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดด้วย อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุว่า นับตั้งแต่ตอลิบันคืนสู่อำนาจ สิทธิของผู้หญิงภายในประเทศถูกลิดรอนมากขึ้น จากเดิมที่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่มีชาติตะวันตกหนุนหลัง แต่ปัจจุบันเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 12 ปี จะถูกห้ามเรียนต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หลายประเทศไม่ให้การรับรองรัฐบาล ผู้แทนพิเศษของ UN ก็ระบุด้วยว่า ภายใต้การปกครองของตอลิบันทำให้การทุจริตเงินช่วยเหลือจากต่างชาติลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดการทุจริตอย่างมากในช่วงที่ตอลิบันถูกโค่นอำนาจเมื่อปี 2544 และรัฐบาลตอลิบันยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามฝิ่น ซึ่งทำให้พื้นที่ปลูกฝิ่นในปัจจุบันลดลงอย่างมาก