ญี่ปุ่นเฝ้าระวังกรณีเกาหลีเหนือมีแผนปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีข้อสั่งการต่อกรณีญี่ปุ่นได้รับแจ้งจากเกาหลีเหนือถึงแผนปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรโดยใช้ขีปนาวุธเป็นจรวดนำส่งในห้วง 24-31 ส.ค.66  ได้แก่ 1) ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมและประมวลผลข้อมูล เพื่อแจ้งรายละเอียดให้ประชาชนทราบ 2) ร่วมมือกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือระงับแผนปล่อยดาวเทียมดังกล่าวขึ้นสู่วงโคจร และ 3) เฝ้าระวังความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่น และเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันเดียวกันนี้เพื่อหารือประเด็นดังกล่าว ขณะที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self-Defense Forces-JSDF) ยังคงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ตามมาตรการสกัดกั้นขีปนาวุธ โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นที่ยังคงมีผลบังคับใช้

เกาหลีเหนือเตรียมส่งดาวเทียมลาดตระเวนครั้งใหม่ห้วง 24-31 ส.ค.66

  สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า เกาหลีเหนือแจ้งห้วงเวลายิงนำส่งดาวเทียมลาดตระเวนครั้งใหม่ต่อหน่วยชายฝั่งของญี่ปุ่น องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization-IMO) และสำนักงานความปลอดภัยทางทะเลของสหประชาชาติ โดยมีกำหนดส่งดาวเทียมระหว่าง 24-31 ส.ค.66 พื้นที่ทางทะเลที่เสี่ยงได้รับอันตรายจากภารกิจดังกล่าว คือ ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และน่านน้ำทางตะวันออกของเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ การแจ้งเตือนของเกาหลีเหนือสอดคล้องกับการประเมินของหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ (NIS) ก่อนหน้านี้ว่า เกาหลีเหนืออาจส่งดาวเทียมลาดตระเวนครั้งใหม่ก่อนวาระครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งประเทศใน 9 ก.ย.66 ขณะที่กระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ประกาศคำเตือนเพื่อการเดินเรือหลังจากหน่วยชายฝั่งของญี่ปุ่นดำเนินการลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ เกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวในการส่งดาวเทียมลาดตระเวน Malligyong-1 ดวงแรกของประเทศเมื่อ 31 พ.ค.66 หลังจากจรวด Chollima-1 ซึ่งเป็นจรวดรุ่นใหม่ที่นำส่งดาวเทียมตกในทะเลเหลือง เพราะเกิดข้อขัดข้องที่ระบบเครื่องยนต์

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ประกาศนโยบายสำคัญ 6 ข้อ

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า สภาแห่งชาติกัมพูชามีมติ 123 ต่อ 125 เสียง รับรองนายฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชาจะให้ความสำคัญกับนโยบาย 6 ข้อ ได้แก่ 1) การขยายบริการด้านสาธารณสุขและสิทธิการรักษาอย่างครอบคลุม 2) การจัดการอบรมทักษะอาชีพให้เยาวชนจากครอบครัวยากจน 3) การจัดตั้งสถาบันด้านความช่วยเหลือในสังคมสำหรับกลุ่มคนยากจนและกลุ่มเปราะบาง เฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอน/วิกฤตเศรษฐกิจ 4) การเร่งรัดยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจนอกระบบให้สามารถเข้าถึง/ใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในระบบ 5) การส่งเสริมกลไกประสานงานภาคการเงิน เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร ความสามารถในการเข้าถึงตลาด และเสถียรภาพด้านราคา และ 6) การส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตร และจัดตั้งสภาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล