ประธานาธิบดีจีนและสหรัฐฯ เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันด้าน AI และรื้อฟื้นการติดต่อระหว่างกองทัพ

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 15 พ.ย.66 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งเยือนสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ ในวันเดียวกันที่คฤหาสน์ฟิโลลี (Filoli Estate) อยู่ทางตอนใต้ของนครซานฟรานซิสโกประมาณ 40 กิโลเมตร  ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะส่งเสริมความร่วมมือและการเจรจากันอย่างรอบด้าน รวมทั้งการจัดตั้งการเจรจาระดับรัฐบาลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ การจัดตั้งคณะทำงานความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติดจีน-สหรัฐฯ การรื้อฟื้นช่องทางติดต่อสื่อสารระดับสูงระหว่างกองทัพ การประชุมกลไกคณะที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางทะเล และการประชุมนายทหารระดับสูงจีน-สหรัฐฯ   นอกจากนี้ จีนและสหรัฐฯ ตกลงที่จะเพิ่มเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างกันในต้นปี 2567 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและแลกเปลี่ยนกันด้านการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา และธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยผู้นำจีนย้ำว่า หลักการเคารพกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และมีผลประโยชน์ร่วม จะเอาชนะความแตกต่าง และทั้งสองประเทศจะหาหนทางที่เหมาะสมในการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน อีกทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่จีน สหรัฐฯ หรือโลกเผชิญได้ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า การแข่งขันระหว่างกันต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งและต้องจัดการการแข่งขันอย่างมีความรับผิดชอบ

อิหร่านผลิตและเก็บสำรองยูเรเนียมเสริมสมรรถณะความเข้มข้นร้อยละ 60 ได้มากถึง 128 กก.

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 พ.ย.66 อ้างรายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) ในวันเดียวกันว่า อิหร่านผลิตและเก็บสำรองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะความเข้มข้น ร้อยละ 60 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ อยู่ที่ 128.3 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 6.7 กิโลกรัม จากปริมาณที่เคยรายงานต่อ IAEA เมื่อ 4 ก.ย.66 โดยอิหร่านยังคงผลิตยูเรเนียมความเข้มข้นร้อยละ 60 ได้ 3 กิโลกรัมต่อเดือน ลดลงจากเมื่อต้นปี 2566 ที่อยู่ประมาณ 9 กิโลกรัมต่อเดือน ขณะที่การแก้ไขปัญหาขัดแย้งอื่น ๆ ระหว่าง IAEA กับอิหร่าน ไม่ปรากฏความคืบหน้าสำคัญ อาทิ กรณีอิหร่านเพิกถอนการรับรองผู้ตรวจสอบของ IAEA บางส่วน และไม่สามารถคลี่คลายข้อสงสัยกรณี IAEA ตรวจพบอนุภาคยูเรเนียมในพื้นที่ Varamin และ Turquzabad ซึ่งไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการว่าเป็นที่ตั้งด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงกรณีอิหร่านยอมกลับมาติดตั้งกล้องวงจรปิดของ IAEA…

รัฐมิโซรัมของอินเดียเผชิญปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาระลอกใหม่

เว็บไซต์ mint รายงานเมื่อ 14 พ.ย.66 ว่า ชาวเมียนมามากกว่า 5,000 คน (ในจำนวนนี้เป็นทหารเมียนมา 42 คน และผู้บาดเจ็บ 20 คน)  อพยพหนีภัยการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังพันธมิตรชนกลุ่มน้อย 3 ฝ่าย (Brotherhood Alliance) เข้ามาในรัฐมิโซรัม ทางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ภายหลังจากกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defense Force-PDF) โจมตีฐานทัพของกองทัพเมียนมา 2 แห่งในรัฐชิน และกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตีฐานปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันชายแดน 2 แห่งในรัฐยะไข่ ทั้งนี้ ทางการรัฐมิโซรัมนำผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาดังกล่าวไปยังค่ายผู้อพยพในเขต Champhai และก่อนหน้านี้ ทางการรัฐมิโซรัมรับผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาประมาณ 6,000 คนไว้ที่ค่ายผู้อพยพเขต Zokhawthar ขณะที่สถานการณ์ทั่วไปในรัฐมิโซรัมยังเป็นปกติ และไม่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบครั้งนี้

เกาหลีเหนืออ้างความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งสำหรับติดตั้งใน IRBM

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 พ.ย.66 อ้างการรายงานของสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งระยะที่ 1 และ 2 สำหรับติดตั้งกับขีปนาวุธนำวิถีพิสัยกลาง (Intermediate-Range Ballistic Missile-IRBM) เมื่อ 11 และ 14 พ.ย.66 การทดสอบบ่งชี้การทำงานของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นแรงขับดันสูงมีความน่าเชื่อถือและเสถียร ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาขีปนาวุธ IRBM รุ่นใหม่ ทั้งนี้ ขีปนาวุธ IRBM สามารถเคลื่อนที่ไกล 4,000 กิโลเมตร และมีพิสัยครอบคลุมเกาะกวมของสหรัฐฯ ขณะที่ เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งใช้ระยะเวลาเตรียมยิงขีปนาวุธสั้นกว่าเชื้อเพลิงเหลว ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจจับและสกัดกั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือระบุว่า เกาหลีเหนือพยายามเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องปรามสหรัฐฯ โดยพัฒนาขีปนาวุธ IRBM ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลว และมีแนวโน้มที่เกาหลีเหนืออาจยิงทดสอบขีปนาวุธ IRBM ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งรุ่นใหม่นี้ในวันอุตสาหกรรมขีปนาวุธ (Missile industry day) ใน 18 พ.ย.66 ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่น Hwasong-17 เมื่อปี 2565

ไต้หวันระบุไม่มีข้อมูลกรณีเมียนมาส่งตัวพลเมืองไต้หวันที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมให้จีน

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 16 พ.ย.66 อ้างนาย Jeff Liu โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ไต้หวัน ว่า ทางการไต้หวันยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดกรณีเจ้าหน้าที่รัฐว้า นำตัวพลเมืองไต้หวัน 6 ราย ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมที่หลอกลวงและฉ้อโกงทางโทรศัพท์ให้ทางการเมียนมา เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน เมื่อ 15 พ.ย.66  พร้อมพลเมืองจีน 277 ราย ที่มีความผิดในลักษณะเดียวกัน โดยโฆษก กต.ไต้หวัน ระบุว่า เป็นการยากที่จะยืนยันข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว แต่หากเป็นความจริงทางการไต้หวันพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือชาวไต้หวันที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างสุดความสามารถ