มาเลเซียเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ให้ประกาศว่ากลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย  กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึง กต.มาเลเซีย และเรียกเอกอัครราชทูตมาเลเซีย/กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้าพบ เพื่อกดดันให้มาเลเซียเปลี่ยนจุดยืนต่อความขัดแย้งในฉนวนกาซา และประกาศให้กลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงให้มาเลเซียใช้ช่องทางการทูตตักเตือนไปยังบางประเทศ (นัยถึงอิหร่าน) ไม่ให้ฉวยโอกาสเข้าไปสร้างความขัดแย้งในพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีอันวาร์ยืนยันว่า มาเลเซียไม่กังวลต่อแรงกดดันดังกล่าว และจะช่วยเหลือสนับสนุนปาเลสไตน์ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมต่อไป

ผู้แทนรัฐกลันตันกับไทยหารือแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 ว่า ผู้แทนกระทรวงการค้าภายในและค่าครองชีพประจำรัฐกลันตัน มาเลเซีย มาเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย (ไม่ได้ระบุหน่วยงาน) ในประเด็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันพืชสำหรับประกอบอาหาร ซึ่งผู้แทนทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการดำเนินมาตรการที่สอดคล้องกัน อาทิ การกั้นรั้วตลอดแนวชายแดน 96 กิโลเมตร กำหนดพื้นที่กันชนหรือพื้นที่ปลอดภัย (buffer or safety zone) เว้นระยะ 100 เมตรจากริมแม่น้ำโกลก ซึ่งอาจทำเป็นสวนสาธารณะและติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ บริเวณชายแดนทางใต้ของไทยเผชิญปัญหาการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซีย เนื่องจากนโยบายอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงของรัฐบาลมาเลเซียเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะค่าครองชีพสูง ทำให้ราคาเชื้อเพลิงในมาเลเซียต่ำกว่าของไทยมาก จึงมีขบวนการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียเข้ามาขายในไทยทั้งช่องทางทางบกและทางทะเล เพื่อจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) เช่น ปั๊มหลอด เรือประมง

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียให้ความเห็นต่อเหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลาเป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 อ้างการให้สัมภาษณ์สื่อของนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า เหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลา (Makhachkala) เป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ ซึ่งใช้อิทธิพลของข้อมูลข่าวสาร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการใช้สื่อในการเผยแพร่มุมมองความโหดร้ายที่ฉนวนกาซา และแสวงประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อปลุกปั่นและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งภายในรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินให้ความสนใจและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อ 29 ต.ค.66 เกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุมนับร้อยคนบุกสนามบินมาคัชคาลาหลังทราบว่ามีเที่ยวบินจากกรุงเทลอาวีฟลงจอด มีรายงานผู้บาดเจ็บมากกว่า 20 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อจราจลได้ 60 คน