อิสราเอลอพยพพลเมืองออกจากพื้นที่สู้รบทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 10 ส.ค.66 อ้างสำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลว่า อิสราเอลอพยพพลเมืองอย่างน้อย 204 คนออกจากภูมิภาค Amhara ทางตอนเหนือของเอธิโอเปียในวันเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอลและบางส่วนเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับสัญชาติอิสราเอล ทั้งนี้หลังจากการสู้รบระหว่างกองกำลังทหารของรัฐบาลเอธิโอเปียกับกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นายกรัฐมนตรี Abiy Ahmed ของเอธิโอเปีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในภูมิภาค Amhara เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 4 ส.ค.66 โดยการสู้รบในภูมิภาค Amhara ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ เม.ย.66 หลังจากรัฐบาลเอธิโอเปียประกาศแผนจะรวมกองกำลังความมั่นคงในภูมิภาคเข้ากับกองทัพเอธิโอเปีย ทำให้กลุ่มชาตินิยมและผู้มีอำนาจทางการเมืองในภูมิภาค Amhara ไม่พอใจแผนดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้ภูมิภาคของตนเปราะบางลง

วิเคราะห์ความมั่นคงอัฟกานิสถาน…ผ่านไป 2 ปีจากจุดเปลี่ยนทางการเมือง

ผ่านไปแล้ว 2 ปีที่กลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางการเมืองในประเทศ ด้วยการเคลื่อนกำลังเข้ายึดครองอำนาจทางการเมืองเมื่อ สิงหาคม 2564 และประกาศตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อบริหาร “เอมิเรตอิสลามแห่งอัฟกานิสถาน” (Islamic Emirate of Afghanistan) หรือชื่อใหม่ของประเทศอัฟกานิสถาน โดยมีกลุ่มสมาชิกระดับสูงและผู้ก่อตั้งกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานเป็นผู้นำ

3 ประเด็นความมั่นคงเมียนมาที่จะส่งผลต่อไทย

เมื่อปลายกรกฎาคม 2566 สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของเมียนมาประกาศขยายเวลาการใช้มาตรการฉุกเฉิน หรือ state of emergency ออกไปอีก 6 เดือน หรือถึงมกราคม 2567 โดยให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ เพราะปัจจุบันยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง….. ทีนี้ที่สำคัญ การประกาศขยายมาตรการดังกล่าวออกไป เท่ากับว่าเป็นการ “เลื่อนกำหนดการเลือกตั้ง” ของเมียนมา จากเดิมที่กำหนดไว้ในสิงหาคม 2566 ไปเป็นเมื่อไหร่..ก็ยังไม่มีความชัดเจนได้ เพราะ State Administration Council (SAC) ตั้งใจว่าสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศต้องเรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถจัดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม ปราศจากความหวาดกลัวได้ เมื่อวิเคราะห์การตัดสินใจครั้งนี้ของ SAC ก็พอจะเป็นเหตุเป็นผล เพราะในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับการปะทะระหว่างกองทัพกับกลุ่มต่อต้าน SAC และชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคสะไกง์ รัฐกะเหรี่ยง รัฐคะยา และรัฐฉิน รวมทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐบาล SAC ของเมียนมาโดยใช้แนวทางสันติอีกด้วย เท่ากับว่า…ในระยะนี้ “ความมั่นคงภายใน” ของเมียนมาอาจยังไม่พร้อมกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะการรวมตัวของประชาชนหรือการหาเสียงต่าง ๆ อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น การไม่เร่งรีบจัดการเลือกตั้ง และให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในก่อน…

รู้ไว้….. ไม่ตกงาน : ทักษะการทำงานที่จำเป็น

ปัจจุบันนี้การหางานเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อผู้คนที่จบการศึกษาใหม่…และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงานมาก เพราะโลกที่ก้าวหน้ากำลังสร้างเทคโนโลยี หรือ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ ทั้งเพื่อลดระยะเวลาในการทำงานและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ดังนั้นการที่จะทำอย่างไรให้คุณมีความโดดเด่นและมีความพิเศษมากกว่าเทคโนโลยี…จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่? และการมีทักษะที่จำเป็นและเหมาะสมต่องานนั้น ๆ จึงอาจเป็นคำตอบที่สำคัญ ทักษะการทำงานที่จำเป็นในปี 2566 และในอนาคตสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาใหม่ หรือประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนงานใหม่ ท่านคงจำเป็นที่จะต้องมี Soft skills มากขึ้น…. ซึ่ง Soft skills คือทักษะในการทำงาน การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี โดยจะมีความแตกต่างไปจาก Hard skills ที่เทคโนโลยีสามารถทำแทนมนุษย์ได้แล้วในโลกปัจจุบัน ( Hard skills คือ ทักษะเชิงเทคนิค หรือทักษะเฉพาะที่มีต่องานนั้น ๆ เช่น ทักษะการตัดต่อ ทักษะการพิมพ์เอกสาร และทักษะด้านบัญชี เป็นต้น) สำหรับ Soft skills นั้น เป็นทักษะที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด และเทคโนโลยียังไม่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ได้ โดย Soft skills ที่จำเป็นต่อการทำงานในปี 2566 และในอนาคต ประกอบด้วย…

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 43

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 10 ส.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ อาจไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 43 ที่กรุงจาการ์ตา ระหว่าง 4-7 ก.ย.66 โดยอาจส่งรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส เข้าร่วมประชุมแทน แต่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศ (G20) ที่กรุงนิวเดลี ระหว่าง 9-10 ก.ย.66 และมีแผนจะเยือนเวียดนามเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งนี้ แม้สหรัฐฯ พยายามเพิ่มความร่วมมือกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่การที่ประธานาธิบดีไบเดนไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน จะสร้างความผิดหวังและคลางแคลงใจให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนต่อบทบาทและพันธกรณีของสหรัฐฯ ในภูมิภาคซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อจีน

ผู้นำติมอร์-เลสเตระบุอาจไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนหากการแก้ไขปัญหาเมียนมาไม่คืบหน้า

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างบทสัมภาษณ์นาย Xanana Gusmao นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว The Jakarta Post ว่า ติมอร์-เลสเตอาจพิจารณาไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน หากอาเซียนยังไม่สามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาให้คืบหน้าได้ โดยเฉพาะการโน้มน้าวรัฐบาลทหารเมียนมาให้ร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนหน้านี้ ผู้นำติมอร์-เลสเต เคยมีบทบาทสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ด้วยการเชิญ นางซินมาอ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งรัฐบาลชุดใหม่ของติมอร์-เลสเต เมื่อ 1 ก.ค.66 ซึ่งทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาไม่พอใจและเชิญอุปทูตติมอร์-เลสเต ณ กรุงย่างกุ้ง เข้าพบ เมื่อ 5 ก.ค.66 เพื่อเรียกร้องให้ติมอร์-เลสเต ยุติการปฏิสัมพันธ์กับ NUG ซึ่งเมียนมากำหนดเป็นกลุ่มก่อการร้าย นอกจากนี้ ผู้นำติมอร์-เลสเต ยังเคยเรียกร้องให้ประชาคมโลกสนับสนุน NUG เช่นเดียวกับที่สนับสนุนยูเครนเพื่อต่อต้านรัสเซียในการประชุมสหประชาชาติ (United Nations-UN) เมื่อปี 2565 อีกด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเยือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชาระหว่าง 10-13 ส.ค.66

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 9 ส.ค.66 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน จะเยือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ระหว่าง 10-13 ส.ค.66 ตามคำเชิญของ นาย Vivian Balakrishnan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ นาย Zambry Abd Kadir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย และนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา การเยือนต่างประเทศครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของนายหวัง อี้หลังกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนอีกครั้งเมื่อ 25 ก.ค.66 และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและเติบโตต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์รูปแบบใหม่กับสิงคโปร์สู่การปฏิบัติ และประสบความก้าวหน้าอย่างมั่นคงในกรอบความร่วมมือแถบและเส้นทางในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันกับมาเลเซียและกัมพูชา

IIMM ระบุกองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างแถลงของคณะสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ (UN Independent Investigative Mechanism for Myanmar-IIMM) ระบุว่า ห้วง มิ.ย.65-มิ.ย.66 กองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศและการเผาทำลายบ้านเรือนต่อเป้าหมายที่เป็นพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ในพื้นที่ภาคสะไกง์ ภาคมะก่วย รัฐชิน รัฐกะเหรี่ยง และรัฐคะยา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มต่อต้าน โดยที่กองทัพอาจรู้อยู่แล้วว่ามีพลเรือนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีการโจมตี ขณะนี้ IIMM กำลังรวบรวมหลักฐาน อาทิ ภาพถ่าย วิดีโอ ไฟล์เสียง เอกสาร แผนที่ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และบัญชีพยานมากกว่า 200 บัญชี เพื่อใช้ดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศต่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมถึงอาชญากรรมทางเพศ ทั้งนี้ IIMM จัดตั้งโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council-UNHRC) เมื่อปี 2561 เพื่อติดตามและสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศในเมียนมา

KIA บุกยึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมาในรัฐคะฉิ่น

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้าง พ.อ. หน่อบู โฆษกกองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army-KIA) ว่า KIA บุกโจมตียึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 33 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฐานปฏิบัติการ Mt Kathaing และฐานปฏิบัติการ Nam Hmaw รวมถึงฐานปฏิบัติการของกองกำลัง Shan Nationalities Army (SNA) อีก 1 แห่ง ใน จ.ผากั้น รัฐคะฉิ่น เมื่อ 7 ส.ค.66 ทั้งยังจับสมาชิก SNA ไว้เป็นตัวประกัน 3 คน พร้อมด้วยอาวุธ ขณะเดียวกันมวลชนในพื้นที่ระบุว่า ทหารเมียนมาที่ประจำการที่ฐานปฏิบัติการดังกล่าวประมาณ 70 นาย มีบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน โดย…

ญี่ปุ่นยกเว้นการตรวจลงตราให้บราซิล

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 10 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะยกเว้นการตรวจลงตราให้บราซิลสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป โดยสามารถพำนักอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน ตั้งแต่ 30 ก.ย.66 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศระหว่างการพบหารือกับนายลูอิซ อินาชิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เมื่อ 20 พ.ค.66 ขณะที่รัฐบาลบราซิลจะยังคงยกเว้นการตรวจลงตราให้ชาวญี่ปุ่นต่อไปหลัง 30 ก.ย.66 เช่นกัน ทั้งนี้ การยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างญี่ปุ่นกับบราซิลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 115 ปี ที่ชาวญี่ปุ่นอพยพไปบราซิล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน วัฒนธรรม และธุรกิจ รวมทั้งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว