ท่าทีของประเทศต่าง ๆ ต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 14 ม.ค.67 เกี่ยวกับท่าทีของประเทศต่าง ๆ ต่อการเลือกตั้งไต้หวัน อาทิ สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนยืนยันว่า ชัยชนะของนายไล่ชิงเต๋อ ตัวแทนพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ทำให้ภูมิทัศน์ในช่องแคบไต้หวันเปลี่ยนแปลง และพรรค DPP ไม่ใช่ตัวแทนของความคิดเห็นกระแสหลักของชาวไต้หวัน ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ และรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น แสดงความยินดีต่อนายไล่ชิงเต๋อ แต่ก็แสดงความคาดหวังว่าจีนและไต้หวันจะสามารถคลี่คลายความเห็นต่างและความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันด้วยการเจรจาอย่างสันติ ไม่ใช้กำลังหรือการข่มขู่บังคับ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียยังถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศจีน รวมถึงสถานทูตจีนในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เผยแพร่ความเห็นเตือนประเทศต่าง ๆ ที่แสดงความยินดีต่อนายไล่ชิงเต๋อและพรรค DPP โดยระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงการให้ความชอบธรรมและการยอมรับผู้สมัครและพรรคการเมืองที่พยายามแยกไต้หวันออกเป็นอิสระจากจีน

นายไล่ชิงเต๋อจากพรรครัฐบาลชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อ 13 ม.ค.67

สำนักข่าว CNA ของไต้หวัน รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อ 13 ม.ค.67 ว่า นายไล่ชิงเต๋อ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันคนใหม่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางเปิดเผยผลการนับคะแนนไปแล้วร้อยละ 99.97 จากทั้งหมด 17,795 คูหาเลือกตั้ง ว่านายไล่ชิงเต๋อได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 5,584,920 เสียง คิดเป็นร้อยละ 40.05 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 19.54 ล้านคน ส่วนนายโหวโหย่วอี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang-KMT) ได้คะแนนเสียงสนับสนุน 4,669,130 เสียง คิดเป็นร้อยละ 33.49 และนายเคอเหวินเจ๋อ จากพรรคประชาชนไต้หวัน (Taiwan People’s Party-TPP) ได้ 3,689,251 เสียง คิดเป็นร้อยละ 26.46 ชัยชนะของนายไล่ชิงเต๋อครั้งนี้ส่งผลให้พรรค DPP เป็นพรรคการเมืองแรกของไต้หวันที่ได้เป็นรัฐบาลถึง 3 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2539 โดยนายไล่ชิงเต๋อแถลงขอบคุณชาวไต้หวันที่ให้การสนับสนุนพรรค DPP และว่าผลการเลือกตั้งแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าไต้หวันเลือกฝั่งประชาธิปไตย

สหรัฐฯ โจมตีระบบเรดาร์ของกลุ่ม Houthi ในเยเมนอีกครั้ง

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 13 ม.ค.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ เรือพิฆาต USS Carney ของสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธเพื่อทำลายระบบเรดาร์ของกลุ่ม Houthi ในเยเมนอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ และพันธมิตรปฏิบัติการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่ม Houthi เมื่อ 11 ม.ค.67 โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อ 12 ม.ค.67 เตือนให้เรือที่ติดธงสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดนเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุด

The Intelligence Weekly Review 14/01/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป