นรม.โมดิย้ำเยาวชนช่วยขับเคลื่อนอินเดียสู่เป้าหมายประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2590

  เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 25 ม.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ต่อที่ประชุม Nav Matdata Sammelan เนื่องในวันผู้มีสิทธิเลือกตั้งแห่งชาติ (National Voters Day) ว่า เยาวชนอินเดีย (อายุระหว่าง 18-25 ปี) ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดีย (ในห้วง เม.ย.-พ.ค.67) มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาอินเดียให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2590 โอกาสนี้นายโมดิยังย้ำถึงความสำคัญในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีนัยต่อการกำหนดอนาคตของอินเดีย โดยให้ข้อสังเกตว่า รัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากจะสามารถผลักดันนโยบายพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเชิญชวนให้เยาวชนมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นสำหรับการพัฒนาอินเดียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และโดดเด่นในเวทีประชาคมระหว่างประเทศ

รองผู้แทนรัสเซียประจำ UN อ้างยูเครนมีเจตนาก่ออาชญากรรมเหตุ บ.รัสเซียตก

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 26 ม.ค.67 อ้างการอภิปรายของนาย Vladimir Polyansky รองผู้แทนคนที่ 1 ของรัสเซียประจำสหประชาชาติ  ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ว่า ผู้นำยูเครนได้รับทราบถึงเส้นทางและวิธีการขนส่งเชลยสงครามไปยังสถานที่ที่ตกลงกันไว้มาก่อน แต่ปรากฏยูเครนยังโจมตีเครื่องบิน Il-76 ของรัสเซียลำดังกล่าวตก บ่งชี้ให้เห็นว่ายูเครนมีเจตนาก่ออาชญากรรม และด้วยเหตุผลบางประการที่ไม่สามารถอธิบายได้ ยูเครนตั้งใจขัดขวางการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามระหว่างสองฝ่าย ด้วยวิธีป่าเถื่อนที่สุด ทั้งนี้ เมื่อ 24 ม.ค.67 เครื่องบิน Il-76 ของรัสเซียตกที่แคว้นเบลโกรอด เป็นเหตุให้เชลยสงครามชาวยูเครนเสียชีวิต 65 คน โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียประณามว่าเป็นการก่อการร้าย

ไต้หวันแสดงความเสียใจกรณีนาอูรูสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน

กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ไต้หวัน แถลงเมื่อ 24 ม.ค.67 แสดงความเสียใจกรณีนาอูรูลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับจีนเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และแสดงความผิดหวังที่นาอูรูยอมจำนนให้กับสิ่งจูงใจทางเศรษฐกิจโดยเพิกเฉยต่อความช่วยเหลือด้านการพัฒนาและมิตรภาพที่ไต้หวันมอบให้ ขณะเดียวกัน ได้ประณามจีนต่อความพยายามบ่อนทำลายอธิปไตยและจำกัดพื้นที่ทางการทูตของไต้หวัน แต่เน้นย้ำว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานะอธิปไตยของไต้หวัน ทั้งนี้ กต.ไต้หวันเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศทำงานร่วมกัน เพื่อต่อต้านการกระทำของจีนที่มุ่งเปลี่ยนสถานภาพที่เป็นอยู่ (status quo) ในช่องแคบไต้หวัน รวมถึงขอให้ทุกประเทศสนับสนุนไต้หวันต่อไป และร่วมกันปกป้องสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ก่อนหน้านี้ นาอูรูตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเมื่อ 15 ม.ค.67 ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียง 12 ประเทศที่มีความสัมพันธ์กับไต้หวัน ได้แก่ เบลีซ เฮติ เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ กัวเตมาลา ปารากวัย เซนต์ลูเซีย เอสวาตินี นครรัฐวาติกัน ปาเลา ตูวาลู และหมู่เกาะมาร์แชลล์

กห.เกาหลีใต้ตรวจจับเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธร่อนหลายลูกไปยังทะเลเหลือง

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 24 ม.ค.67 ว่า ในวันเดียวกัน คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ตรวจจับเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) หลายลูกมุ่งหน้าไปยังทะเลเหลือง ทางตะวันตกของเกาหลีเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 05.00 น.ของไทย) โดยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างวิเคราะห์รายละเอียดการยิงขีปนาวุธครั้งนี้ รวมถึงเพิ่มการติดตามและเฝ้าระวังการยั่วยุเพิ่มเติมจากเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ สำนักข่าวยอนฮับอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ขีปนาวุธดังกล่าวเคลื่อนที่เป็นวงกลมในน้ำ ลักษณะคล้ายขีปนาวุธร่อนที่บินในระดับต่ำกว่าการเคลื่อนที่ของขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missile) คาดการณ์ว่า ขีปนาวุธร่อนถูกยิงจากพื้น ซึ่งอาจเป็นรุ่น Hwasal-1 หรือ Hwasal-2 สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์รุ่น Hwasan-31

นรม.กัมพูชาว่าการปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมมีเป้าหมายเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา และ Fresh News รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ในพิธีสถาปนาครบรอบ 25 ปีการก่อตั้งกองทัพบกกัมพูชา เมื่อ 24 ม.ค.67 ว่า การพัฒนาฐานทัพเรือเรียม และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารต่าง ๆ มีเป้าหมายเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ไม่มีเจตจำนงเป็นภัยคุกคามหรือรุกรานประเทศใด พร้อมกับย้ำรัฐธรรมนูญที่ไม่อนุญาตให้ต่างชาติจัดตั้งฐานทัพในดินแดนของกัมพูชา อีกทั้งกล่าวด้วยว่า ไม่มีประเทศใดที่มีกฎหมายห้ามการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย การเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพมีเป้าหมายรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในกัมพูชาและภูมิภาค

เรือพิฆาต USS John Finn แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเพื่อแสดงการยึดมั่นในเสรีภาพการเดินเรือ

กองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 25 ม.ค.67 ว่า เรือพิฆาต USS John Finn ของสหรัฐฯ ได้แล่นผ่านเขตทะเลหลวงในช่องแคบไต้หวันเมื่อ 24 ม.ค.67 เพื่อแสดงถึงคำมั่นของสหรัฐฯ ที่ยึดมั่นในเสรีภาพการเดินเรือของทุกประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันยืนยันเรื่องดังกล่าว และว่าได้ติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งทางอากาศและทางทะเลในระหว่างที่เรือพิฆาต USS John Finn แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันโดยไม่พบความผิดปกติใด ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่าง ส.ส.สหรัฐฯ แกนนำกลุ่ม Taiwan Caucus ประกอบด้วยนาย Mario Diaz Balart ส.ส.พรรครีพับลิกัน และนาย Ami Bera ส.ส.พรรคเดโมแครต เยือนไต้หวัน เพื่อแสดงการสนับสนุนต่อไต้หวันหลังการเลือกตั้งเมื่อ 13 ม.ค.67 ด้านกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า สหรัฐฯ มักมีพฤติกรรมยั่วยุเพื่อบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาค ซึ่งกองทัพจีนเฝ้าระวังและติดตามเรือ USS John Finn ขณะแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิดและจะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวตามหลักกฎหมาย

สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการป้องกันประเทศคู่ขัดแย้งสหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน

สำนักข่าวบลูมเบอร์ก รายงานอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 23 ม.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เตรียมออกคำสั่งผู้บริหารให้สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ออกมาตรการป้องกันประเทศคู่ขัดแย้งสหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ อาทิ ข้อมูลสุขภาพ ที่อยู่อาศัย การเดินทาง สื่อสังคมออนไลน์ เฉพาะอย่างยิ่งนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และครอบครัว สื่อมวลชน อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้เนื่องจากสหรัฐฯ วิตกว่า ประเทศคู่ขัดแย้งสหรัฐฯ อาจแสวงหาประโยชน์จากวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมายรวบรวมข้อมูลดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ข่มขู่ชาวอเมริกัน จารกรรม และโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ เช่น การใช้บริษัทวิจัยในสหรัฐฯ รวบรวมข้อมูล การบีบบังคับให้แจ้งข้อมูลในการสมัครงาน การลงทุนในบริษัทด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ และการซื้อขายข้อมูลผ่าน Third-Party อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ย้ำว่าจะระมัดระวังไม่ให้มาตรการดังกล่าวกระทบต่อความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในด้านการค้า การลงทุน และด้านวิทยาศาสตร์  

 สถาบันการเงินประเมินอัตราเงินเฟ้อไทยยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

ตามที่ สนค. เปิดเผยถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2567 ที่คาดว่าจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องและวางกรอบเป้าหมายเฉลี่ยที่ร้อยละ 0.7 นั้น พบกลุ่มสถาบันการเงิน อาทิ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคาร Citibank และธนาคาร HSBC แสดงความเห็นในเชิงตรงกันข้าม เพราะมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงมานั้นส่วนใหญ่เป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล

 ประเด็นเศรษฐกิจไทย “วิกฤตหรือไม่” ยังคงถูกนำมากล่าวถึงในแวดวงนักเศรษฐศาสตร์ 

การรายงานของสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจและการแสดงความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ยังคงมุ่งต่อประเด็นข้อถกเถียงว่าเศรษฐกิจไทยวิกฤตหรือไม่ โดยอ้างถึงกรณีรัฐบาลแถลงสรุปอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 1.8 และต่ำกว่าปี 2565 พร้อมทั้งรัฐบาลเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจไทยอาจอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งมุมมองดังกล่าวขัดแย้งกับ ธปท. และล่าสุดนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ (รอยเตอร์) ยืนยันความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้วิกฤต และไม่สามารถแก้ไขด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นระยะสั้นของรัฐบาล

สถานการณ์ของภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดีและจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น

อโกด้า แพลตฟอร์มผู้ให้บริการด้านการเดินทางท่องเที่ยว เปิดเผยผลสำรวจการจองห้องพักช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2567 พบว่า “กรงุเทพฯ” เป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่นิยมอันดับที่ 1 ของนักท่องเที่ยว และ “ไทย” ถือเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่นิยมอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ส่วนชาวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่จองห้องพักในไทยนั้น ได้แก่ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งแรกที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาติดอันดับ 1 ใน 5 ที่จองห้องพักในไทยมากที่สุด นับตั้งแต่การสำรวจในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2562