นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ากัมพูชามากกว่า 2.6 ล้านคนในช่วงแรกของปี 2567

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 5 ก.ค.67 อ้างรายงานกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ว่า เมื่อห้วง ม.ค.-มิ.ย.67 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ากัมพูชามากกว่า 2.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากัมพูชามากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ ไทย (770,371 คน) เวียดนาม (528,252 คน) จีน (326,003 คน) ลาว สหรัฐฯ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น พร้อมกับคาดว่า ในปี 2567 กัมพูชาจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7 ล้านคน ขณะเดียวกัน มีชาวกัมพูชาเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่า 740,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับปี 2566 ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเป็น 1 ใน…

นรม.อินเดียจะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 อ้างกระทรวงการต่างประเทศอินเดียว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ จะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67 ในการเยือนรัสเซีย (ระหว่าง 8-9 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอินเดีย-รัสเซีย ครั้งที่ 22 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกทั้งพิจารณาทบทวนประเด็นความร่วมมือให้ครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น การเยือนรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเยือนเมืองวลาดีวอสตอค เพื่อเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อปี 2562 ส่วนการเยือนออสเตรีย (ระหว่าง 9-10 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือร่วมกับประธานาธิบดี Alexander Van der Bellen และ นายกรัฐมนตรี Karl Nehammer รวมทั้งพบปะหารือกับนักธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ

กองทัพอาระกันปิดล้อมเมืองตานดเวในรัฐยะไข่ เพื่อตัดเส้นทางส่งกำลังเสริมของกองทัพเมียนมา

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า สถานการณ์สู้รบที่เมืองตานดเว รัฐยะไข่ ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตี พัน ร.55 ใกล้กับชายหาดงะปะลี ซึ่งเป็นกองพันแห่งสุดท้ายที่จะป้องกันเมืองแห่งนี้ โดยระหว่างการสู้รบทหารบางส่วนจาก พัน คร.566 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินตานดเว ได้ยอมแพ้ต่อ AA และหนีไปรวมพลที่ พัน ร.55 ขณะที่กองทัพเมียนมาโต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถส่งกำลังเสริมภาคพื้นดินเนื่องจาก AA ปิดล้อมเมืองไว้ อย่างไรก็ดี AA ยังเปิดเส้นทางให้ประชาชนพื้นที่หลบหนีเพื่อเลี่ยงการโจมตีทางอากาศของกองทัพ

ตูนิเซียจับกุมผู้นำพรรคฝ่ายค้านในข้อหาต้องสงสัยฟอกเงิน

โฆษกศาลตูนิส เปิดเผยเมื่อ 4 ก.ค.67 ว่า ตำรวจตูนิเซียจับกุมนาย Lotfi Mraihi หัวหน้าพรรค Republican Union และเป็นผู้นำฝ่ายค้านตูนิเซีย เมื่อ 3 ก.ค.67 ในข้อหาต้องสงสัยฟอกเงินและเปิดบัญชีต่างประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตจากธนาคารกลาง โดยนาย Mraihi เป็นหนึ่งในผู้ที่แสดงเจตจำนงจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตูนิเซียที่จะจัดขึ้นใน 6 ต.ค.67 และมักวิจารณ์และแสดงความเห็นต่างต่อการบริหารงานของประธานาธิบดีไคส์ ซาอิด การจับกุมเกิดขึ้นในห้วงที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล (ประมาณ 60 คน) ถูกจับกุมจากหลากหลายข้อหา อาทิ ยุยงปลุกปั่น คดีอาญาอื่น ๆทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลใช้อำนาจตุลาการเพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมือง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีซาอิดประกาศยุบสภา และดำรงตำแหน่งต่อโดยยึดอำนาจบริหารและตุลาการเมื่อปี 2564

ศรีลังกาใกล้บรรลุการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรมูลค่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 ว่า รัฐบาลศรีลังกาเจรจารายละเอียดกับเจ้าหนี้ ซึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าประมาณ 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตกลงในเงื่อนไขรายละเอียดของการเจรจาได้เป็นผลสำเร็จเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังการเจรจาครั้งแรกเมื่อ เม.ย.67 ล้มเหลว เนื่องจากเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรไม่ยอมรับเงื่อนไขตามข้อเสนอของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ในการเจรจาครั้งที่ 2 เจ้าหนี้เห็นชอบข้อเสนอของรัฐบาลศรีลังกาที่ให้ลดมูลค่าตราสารหนี้ลงร้อยละ 28 และลดผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรลงร้อยละ 11 โดยรัฐบาลศรีลังกาจะต้องเริ่มจ่ายผลตอบแทนอีกครั้งใน ก.ย.67

เบลารุสเข้าเป็นสมาชิก SCO เต็มรูปแบบในลำดับที่ 10 อย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดี Kassym-Jomart Tokayev ของคาซัคสถาน ประกาศเมื่อ 4 ก.ค.67 ว่า เบลารุสเข้าเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) อย่างเป็นทางการ หลังผู้นำประเทศสมาชิกลงนามรับรอง โดยประธานาธิบดีคาซัคสถานแสดงความยินดีกับประธานาธิบดี Alexander Lukashenko ของเบลารุส ระหว่างการประชุมสุดยอด SCO ที่กรุงอัสตานา ทั้งนี้ SCO จะมีสมาชิกรวม 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อิหร่าน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ปากีสถาน รัสเซีย ทาจิกิสถาน อุซเบกิซสถาน และเบลารุส