กลุ่ม G7 ห่วงกังวลต่อความตึงเครียดของสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางที่เพิ่มขึ้น

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่แถลงการณ์รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 และผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง (EU High Representative for Foreign Affairs and Security Policy) เมื่อ 5 ส.ค.67 ห่วงกังวลต่อความตึงเครียดของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคขยายวงกว้าง กลุ่ม G7 จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ และงดเว้นการดำเนินมาตรการตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามโดยใช้ความรุนแรง เพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ในภูมิภาค พร้อมย้ำว่าไม่มีประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากความตึงเครียดของสถานการณ์ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น

ยูเครนสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้แนวสู้รบในแคว้นโดเนตสค์

นาย Vadym Filashkin ผู้ว่าการแคว้นโดเนตสค์ของยูเครน ประกาศเมื่อ 4 ส.ค.67 ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้พื้นที่แนวหน้าการสู้รบ เฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้าน Hrodivka และ Novohrodivka ในเขต Pokrovsk อพยพไปยังภูมิภาคที่ปลอดภัย เนื่องจากการสู้รบขยายตัวใกล้หมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งห่างจากพื้นที่สู้รบเพียง 5 กิโลเมตร (เมื่อต้นปี 2567 อยู่ห่างประมาณ 20 กิโลเมตร) โดยประชาชนที่ต้องอพยพเป็นเด็กจำนวน 744 คน พร้อมครอบครัว ข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่นเขต Pokrovsk มีประชากร 60,000 คน เป็นเด็กจำนวน 4,000 คน และมีการอพยพประมาณ 500 คน ในแต่ละเดือน ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครน ระบุเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า รัสเซียมุ่งการโจมตีทางตะวันออกของยูเครนในทิศทางของเขต Pokrovsk หลังจากที่โจมตีแคว้นคาร์คีฟครั้งใหม่ล้มเหลว

กต.อินเดียแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปบังกลาเทศ

กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์ เมื่อ 4 ส.ค.67 แจ้งเตือนชาวอินเดียที่ประสงค์เดินทางเยือนบังกลาเทศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนี้จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม สำหรับชาวอินเดียในบังกลาเทศควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางอย่างยิ่ง และหากมีเหตุจำเป็นสามารถติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของสำนักงานข้าหลวงใหญ่อินเดียประจำบังกลาเทศทันที ก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศอินเดียได้ประกาศแจ้งเตือนชาวอินเดียให้หลีกเลี่ยงการเดินทางหรือออกจากที่พักหากไม่จำเป็น และส่งนักเรียน/นักศึกษาอินเดียในบังกลาเทศกลับประเทศแล้วกว่า 6,700 คน เนื่องจากสถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลบังกลาเทศทวีความตึงเครียด

นรม.มาเลเซีย จะนำผู้บาดเจ็บจากการสู้รบในปาเลสไตน์มารักษาในประเทศ

สำนักข่าว The Star รายงานอ้างคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เมื่อ 4 ส.ค.67 ในกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่า มาเลเซียมีแผนจะช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลแก่ชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะเด็กและสตรีที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล โดยจะให้มารักษาตัวในมาเลเซีย แต่ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อาลเคาะลีฟะฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรน เชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะห์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman-MbS) นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย และประธานาธิบดีอับดุล ฟัตตาห์ อัสซีซี แห่งอียิปต์ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มาเลเซียไม่ยอมให้ประเทศใดมากำหนดท่าทีว่าควรเข้าข้างฝ่ายใด และจะสนับสนุนปาเลสไตน์โดยยึดหลักการแห่งความยุติธรรมและมนุษยธรรมต่อไป รวมทั้งต้องการให้มาเลเซียเป็นที่ได้รับการจดจำในฐานะประเทศที่มุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อชาวปาเลสไตน์

ฟิลิปปินส์ลำเลียงเชื้อเพลิงแจกจ่ายเรือประมงบริเวณพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้

พลเรือจัตวา เจย์ ทาร์รีลา โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) เปิดเผยเมื่อ 4 ส.ค.67 ว่า เรือของสำนักงานทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำฟิลิปปินส์ (Bureau of Fisheries and Aquatic Resources-BFAR) ลำเลียงเชื้อเพลิงเพื่อแจกจ่ายแก่เรือประมงฟิลิปปินส์บริเวณสันดอน Sabina ในทะเลจีนใต้ โดย PCG ส่งเรือ BRP Teresa Magbanua พร้อมเรือยางท้องแข็ง (Rigid Hull Inflatable Boats-RHIB) อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ภายใต้โครงการ “Bayanihan sa Karagatan” ที่มุ่งดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรมและปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ โฆษกหน่วยยามฝั่งของจีน (China Coast Guard-CCG) แถลงในวันเดียวกัน ระบุว่า CCG ตรวจพบความเคลื่อนไหวของเรือตรวจการณ์และเรือประมงของฟิลิปปินส์ เมื่อ 3 ส.ค.67 โดยย้ำว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลของจีน ทั้งยังทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

ไปเที่ยวธรรมชาติและวัดเจดีย์ขาว จังหวัดลำปาง

   ชวนไปขึ้นเขาชมวิวธรรมชาติจังหวัดลำปาง และแวะพักที่วัดพระบาทปู่ผาแดง ที่ได้ชื่อว่าเป็น Unseen ของลำปาง!! ไปยังไง…เดินยากไหม!? ไปดูกันเลย #ลำปาง #เที่ยวไทย #เที่ยววัด

เจาะลึกแผนพัฒนาของสิงคโปร์ ทำไมจึงเป็นที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!?

   สิงคโปร์มีแผนพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจอย่างไร และมีวิธีการเตรียมรับมือกับความท้าทายเรื่องประชากรและทรัพยากรอย่างไรบ้างในอนาคต!? ร่วมแชร์ความเห็นกันได้ใน Podcast ตอนที่ 171 #สิงคโปร์ #แผนพัฒนาเศรษฐกิจ #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #อาเซียน

สหรัฐฯ เตือนการแทรกแซงการเลือกตั้งจากต่างชาติ

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ย้ำเตือนเมื่อปลาย กรกฎาคม 2567 ว่าต่างประเทศกำลังวางแผนการและเริ่มแทรกแซงการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นใน พฤศจิกายน 2567 โดยผู้อำนวยสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Director of National Intelligence) ระบุว่าต่างประเทศเริ่มปฏิบัติการข่าวสารเพื่อสร้างอิทธิพล (influence Operations) ต่อความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อการเมืองและการเลือกตั้ง โดยใช้ประโยชน์จากเทคนิคและข้อมูลของบริษัทโฆษณาและการตลาดไปวางแผนการเผยแพร่ข้อมูล สร้างช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อโน้มน้าวความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อการเลือกตั้ง ซึ่งการใช้กระบวนการว่าจ้างบริษัทเหล่านี้ทำให้ปฏิบัติการของต่างชาติในการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ แนบเนียนและตรวจสอบได้ยากขึ้น