รัฐบาลอิหร่านชุดใหม่จะมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย และประเทศมหาอำนาจใหม่

  นายอับบาส อะราคซี ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียาน แถลงนโยบายต่างประเทศต่อที่ประชุมรัฐสภาอิหร่าน เมื่อ 18 ส.ค.67 เพื่อประกอบการลงมติรับรองรายชื่อคณะรัฐมนตรีว่า จะให้ความสำคัญกับภารกิจหลัก 3 ประการ คือ (1) การปกป้องผลประโยชน์ รักษาและเพิ่มความมั่งคั่งของประเทศ (2) การเสริมสร้างและเพิ่มอำนาจด้านความมั่นคงของประเทศ และ (3) การรักษาและเสริมสร้างบูรณภาพและศักดิ์ศรีของประเทศ สำหรับการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะให้ความสำคัญลำดับแรกกับการกระชับความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย และประเทศมหาอำนาจเกิดใหม่ในแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออก ที่ให้การสนับสนุนอิหร่านซึ่งเผชิญมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ควบคู่กับการสานต่อนโยบายฟื้นฟูและปรับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคที่รัฐบาลเดิมได้ดำเนินไว้ ขณะที่การฟื้นฟูความสัมพันธ์และยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก เฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) จะเกิดขึ้นต่อเมื่อสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก แก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านเสียก่อน

กต.รัสเซีย ยืนยันไม่มีแผนเจรจาลับกับยูเครน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อ 18 ส.ค.67 ยืนยันไม่มีแผนการจัดเจรจาลับระหว่างรัสเซียกับยูเครนตามที่ Washington Post รายงาน ทั้งการเจรจาทางตรงและทางอ้อมกรณีการบุกรุกข้ามแดนของยูเครนมายังแคว้นคุสค์ของรัสเซีย และไม่มีการเจรจาสันติภาพระหว่างกันตั้งแต่ปี 2565 ยกเว้นประเด็นด้านมนุษยธรรม อาทิ การแลกเปลี่ยนเชลยสงคราม โดยผ่านประเทศผู้ไกล่เกลี่ย พร้อมย้ำว่ายูเครนมีโอกาสเจรจากับรัสเซียหลายครั้ง ซึ่งล่าสุดประธานาธิบดีรัสเซียเสนอข้อริเริ่มการเจรจาสันติภาพเมื่อ มิ.ย.67 มีเป้าหมายให้เกิดการหยุดยิงและการเจรจาทางการเมืองและการทูตอย่างแท้จริง ทั้งนี้ Washington Post เผยแพร่บทความเมื่อ 17 ส.ค.67 อ้างแหล่งข่าวลับว่า การรุกรานของยูเครนในแคว้นคุสค์ รัสเซีย ตั้งแต่ 6 ส.ค.67 ได้ทำลายแผนการจัดเจรจาลับระหว่างรัสเซียกับยูเครนโดยมีกาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ที่กรุงโดฮา ซึ่งอาจนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงบางส่วน เฉพาะอย่างยิ่งการหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีอนุภาคทำลายล้างสูงของทั้งสองฝ่าย และอ้างว่ารัสเซียยังไม่ได้ยกเลิกการเจรจา แต่ขอประวิงเวลาไว้ก่อน

ไทยมีพฤติกรรมใช้โซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ในการหาข้อมูล

ข้อมูลจากรายงาน Digital Insights Thailand Report 2024 ที่ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทย พบประเด็นที่น่าสนใจคือ การเสพสื่อของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจากการใช้สื่อดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และวิทยุ มาเป็นการใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ใช้โซเชียลมีเดียในการหาข้อมูลมากถึงร้อยละ 55 ในขณะที่กลุ่ม Baby Boomer และ Gen X ยังใช้ Search Engine ในการหาข้อมูลมากที่สุด

ความสัมพันธ์ไทย-จีนจะยังมั่นคงแม้การเมืองของไทยเผชิญความวุ่นวาย

นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่และมีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนาน ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การป้องกันประเทศ แม้ไทยจะเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองจากกรณีนายเศรษฐาต้องพ้นจากตำแหน่ง นรม. แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ น.ส.แพทองธาร ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น นรม.คนใหม่ มีความเป็นมิตรกับจีน

แรงงานไทยมีทักษะต่ำเพราะขาดแรงกระตุ้น

Jobsdb ผู้ให้บริการด้านการจัดหางานแบบครบวงจร เปิดเผยผลสำรวจความพึงพอใจต่องานของคนไทย (Thai workforce’s job satisfaction mini-survey 2024) พบว่าประมาณร้อยละ 50 มีความพึงพอใจต่องานที่ทำอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่างานที่ทำไม่ตรงกับความต้องการหรือไม่ตรงกับทักษะที่เรียนจบมา ซึ่งต้องพยายามทนทำงานนั้นต่อไป เพราะยังหางานอื่นที่ดีกว่าไม่ได้ จึงเป็นผลให้แรงงานไทยขาดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาศักยภาพและทักษะของตัวเองให้ดีขึ้นด้วย

โรคฝีดาษลิงกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง

องค์กรด้านสาธารณสุข อาทิ องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป (ECDC) ออกประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และยกระดับการเฝ้าระวังกรณีการแพร่ระบาดโรค Mpox หรือฝีดาษลิง ที่พบระบาดหนักในทวีปแอฟริกา โดยตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๗ มีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 13,700 ราย และเสียชีวิต 450 คน และเมื่อเร็วนี้ (ห้วง 16 – 17 ส.ค. 67) พบผู้ป่วยนอกพื้นที่ ได้แก่ สวีเดน และปากีสถาน ซึ่งสิ่งที่น่ากังวล คือ การแพร่ระบาดครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ Clade 1b เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้รวดเร็ว อัตราการเสียชีวิตสูง และพบในกลุ่มเด็กเป็นส่วนมาก