สหรัฐฯ อาจพิจารณาส่งเรือคุ้มกันภารกิจขนส่งเสบียงของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 27 ส.ค.67 อ้างการเปิดเผยของ พล.ร.อ.Samuel Paparo ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (INDOPACOM) นอกรอบงานสัมมนา U.S. Indo-Pacific Command International Military Law and Operations Conference (MILOPS) ครั้งที่ 35 ประจำปี 2567 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ในวันเดียวกัน ว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาส่งเรือคุ้มกันการปฏิบัติภารกิจขนส่งเสบียงของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ ภายใต้สนธิสัญญาป้องกันร่วมระหว่างฟิลิปปินส์ และสหรัฐฯ (Mutual Defense Treaty-MDT) ภายหลังเรือจีนเผชิญหน้ากับเรือฟิลิปปินส์บริเวณพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้บ่อยครั้ง ขณะที่ พล.อ. Gilberto Teodoro รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ เรียกร้องประเทศในภูมิภาคแสดงจุดยืนประเด็นความเคลื่อนไหวของจีน โดยเน้นว่าจีนเป็นผู้ขัดขวางสันติภาพมากที่สุด (biggest disruptor of peace)

จีนไม่พอใจกรณีแคนาดาประกาศขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากจีน

  สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 28 ส.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์(พณ.)จีน แสดงความไม่พอใจกรณีแคนาดาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles-EVs) จากจีน โดยระบุว่า การขึ้นภาษีนำเข้าส่งผลกระทบอย่างจำกัด เนื่องจากมูลค่าการค้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวยังมีไม่มาก แต่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เพิ่งฟื้นฟู ทั้งยังอาจทำให้ภาคธุรกิจจีนในตลาดแคนาดาเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งนี้ พณ.จีนระบุว่า แคนาดาไม่ควรละเมิดระเบียบข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) และปฏิบัติตามบางประเทศอย่างมืดบอด เนื่องจากการดำเนินมาตรการทางภาษีเพียงฝ่ายเดียวสะท้อนแนวคิดกีดกันทางการค้าอย่างชัดเจน สอดคล้องกับแถลงการณ์ของนายหลิน เจี้ยน โฆษกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งเรียกร้องให้แคนาดาแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าว ยึดหลักข้อเท็จจริง ทำตามกฎของ WTO และยุติการใช้ประเด็นการค้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง โดยจีนจะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

เกาหลีเหนือส่งอาวุธให้รัสเซียด้วยตู้บรรทุกสินค้ามากกว่า 13,000 ตู้ตั้งแต่ปี 2565

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 27 ส.ค.67 อ้างรายงานข่าวกรองทางทหารของเกาหลีใต้ว่า ห้วงกลางปี 2565 ถึงปัจจุบัน เกาหลีเหนือส่งอาวุธให้รัสเซียด้วยตู้บรรทุกสินค้ามากกว่า 13,000 ตู้ ผ่านท่าเรือ Najin ทางตะวันออกของประเทศ โดยประเมินว่าอาวุธดังกล่าวเป็นกระสุนปืนใหญ่ขนาด 152 มิลลิเมตร จำนวนมากกว่า 6 ล้านนัด ซึ่งรัสเซียพัฒนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเพื่อนำเข้าอาวุธและกระสุนสำหรับทำสงครามระยะยาวกับยูเครน จำนวนตู้บรรทุกอาวุธที่เกาหลีเหนือส่งให้รัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายชิน ว็อน-ชิก รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อ ก.พ.67 ว่า เกาหลีเหนือส่งตู้บรรทุกอาวุธให้รัสเซียประมาณ 6,700 ตู้ ทั้งนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ติดตามความร่วมมือทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียอย่างใกล้ชิด โดยตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีเหนืออาจส่งกระสุนปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยานแบบเคลื่อนที่ และจรวดต่อสู้รถถัง แลกเปลี่ยนกับเทคโนโลยีในการพัฒนาขีปนาวุธและดาวเทียมจารกรรม

กองทัพอาระกันพยายามรุกคืบยึดเมืองหม่องดอในรัฐยะไข่

สำนักข่าว Myanmar Now รายงานเมื่อ 27 ส.ค.67 ว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) อ้างว่าสามารถควบคุมเมืองหม่องดอ ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ได้เกือบทั้งหมดแล้ว และยึดสถานีตำรวจได้เพิ่มอีก 1 แห่ง โดยควบคุมตัวตำรวจ 8 นาย พร้อมอาวุธ ขณะที่กองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมืองหม่องดอ เมื่อ 25 ส.ค.67 เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของ AA ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ การสู้รบที่เมืองหม่องดอได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างมาก ตั้งแต่ต้น ส.ค.67 เนื่องจากมีชาวโรฮีนจาในพื้นที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจากล่าวโทษว่าเป็นเพราะการโจมตีของ AA ขณะที่ AA ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และอ้างว่า ได้แจ้งให้พลเรือนในเมืองอพยพออกจากพื้นที่ตั้งแต่ 16 มิ.ย.67 หากใครยังอยู่ในเมืองจะถือว่าเป็นกลุ่มที่สนับสนุนกองทัพและกลุ่มโรฮีนจาติดอาวุธ ด้านหนึ่งชาวโรฮีนจาจากเมืองหม่องดอที่หนีภัยไปที่บังกลาเทศ ให้ข้อมูลว่าชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในรัฐยะไข่ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาห้ามไม่ให้เดินทางออกออกนอกพื้นที่ ขณะที่บางส่วนเป็นห่วงบ้านและทรัพย์สิน

ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียระบุตะวันตกพยายามขัดขวางรัสเซียเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและเส้นทางขนส่งทางทะเล

นายนิโคไล ปาตรูเชฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียและประธานคณะที่ปรึกษากิจการทางทะเลแห่งรัสเซีย ระบุในการประชุมคณะที่ปรึกษาฯ ที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 27 ส.ค.67 ว่า สหรัฐฯ และชาติตะวันตกพยายามขัดขวางรัสเซียในการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและเส้นทางขนส่งทางทะเล โดยกำลังเพิ่มกองเรือในพื้นที่สำคัญของมหาสมุทรโลกและในบริเวณน่านน้ำติดกับรัสเซีย และพยายามบ่อนทำลายกิจการทางเรือของรัสเซียโดยใช้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตกกำลังวางแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางทะเลของรัสเซียด้วยวิธีก่อการร้าย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ลงนามกฤษฎีกาแต่งตั้งคณะที่ปรึกษากิจการทางทะเลแห่งรัสเซีย (Maritime Collegium) เมื่อ 13 ส.ค.67 เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ การปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลอาร์กติก และสนับสนุนการพัฒนากิจกรรมทางทะเลของรัสเซีย

กาสิโนถูกกฎหมายอาจเพิ่มรายได้ประเทศจริงแต่ไม่คุ้มค่ากับปัญหาสังคมที่จะตามมา

กรณีการสร้างสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน โครงการ The Royal Siam Haven ภายใต้ความร่วมมือของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามนางเลิ้ง) ร่วมกับบริษัท รอยัล สปอร์ต คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ RSC และพันธมิตรต่างชาติ ที่ล่าสุดอยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่ดำเนินโครงการ ได้แก่ เขตหนองจอก ลาดกระบัง และท่าเรือคลองเตย โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ทุกภาคส่วนให้ความสนใจเรื่องการตั้งกาสิโนในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ประชาชนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและโรคที่มีสาเหตุจากความเครียดสูงขึ้น

ข้อมูลรายงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของประชาชนจากกลุ่มโรงพยาบาลและองค์กรภาครัฐ ได้สะท้อนถึงภาวะอาการป่วยของประชาชนที่มาจากสาเหตุความเครียดสูงขึ้น อาทิ โรคซึมเศร้าที่ได้กลายเป็นโรคยอดนิยมของกลุ่มวัยรุ่นและเริ่มพบมากในกลุ่มวัยแรงงานและผู้สูงอายุ เนื่องจากปัจจัยทางด้านสังคมที่มีแรงกดดันสูง บวกกับอาการความรู้สึกโดดเดี่ยวจากสภาพสังคมที่อยู่กันอย่างพึ่งพากันน้อยลงมากขึ้น

สถานการณ์เด็กเกิดใหม่น้อยลงและอยู่ในครอบครัวเปราะบาง ทำให้ถูกเลี้ยงดูแบบไม่มีคุณภาพ

ข้อมูลจากทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านประชากรไทย พบประเด็นที่น่าสนใจคือ จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ในแต่ละปีลดน้อยลงเป็นอย่างมาก เหลือประมาณ 500,000 คน จาก 10 ปีก่อนหน้านี้ที่มีประมาณ 700,000 คน เนื่องจากสาเหตุภาวะทางเศรษฐกิจและค่านิยมของคนรุ่นหลัง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าการแต่งงานมีบุตรเป็นการเพิ่มภาระ หรือจะมีบุตรก็ต่อเมื่อมีความพร้อม เพื่อให้บุตรมีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่านั้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มผู้มีรายได้หรือมีศักยภาพเลี้ยงดูบุตรอีกด้วย จนกลายเป็นเด็กที่เกิดใหม่ในช่วงนี้มักกระจุกตัวอยู่ในครอบครัวที่เปราะบางหรือไม่มีศักยภาพจะเลี้ยงดูบุตรได้ดีพอ เช่น มีปัญหาความยากจน ปัญหาครอบครัว

คนไทยยังมีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ซึ่งสวนทางกับกระแสทั่วโลก

จากสถิติและผลสำรวจด้านพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ขององค์กรทั้งในและต่างประเทศ พบข้อมูลที่ตรงกันว่าคนไทยมีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่มาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งเพศหญิงและเพศชายที่นิยมดื่มเป็นปกติหลังจากการทำงาน หรือการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมสวนทางกระแสในต่างประเทศที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากขึ้น และหันไปใช้วิธีเข้าสังคมในรูปแบบอื่น ๆ แทน