EU ลงโทษภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องการหาน้ำมันอากาศยานให้กองทัพเมียนมา

สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป (EU) และแคนาดา ออกมาตรการลงโทษแบบเฉพาะเจาะจงรอบใหม่ เมื่อ 29 ต.ค.67 ต่อภาคธุรกิจที่มึส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำมันอากาศยานแก่กองทัพเมียนมา จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ บริษัท Asia Sun Group บริษัท  Swan Energy บริษัท Myan-Oil บริษัท Rich Ray Trading บริษัท Progress Technology Support และบริษัท King Royal Technologies  สหราชอาณาจักรขึ้นบัญชีคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจงต่อเมียนมา รวม 25 บุคคล และ 33 องค์กร ระหว่าง ก.พ.64-ต.ค.67 กรณีรัฐประหารในเมียนมา

มาเลเซียลดการนำเข้าวัตถุดิบการผลิต

เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 30 ต.ค.67 ว่า รัฐบาลจะลดการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจภายในประเทศเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิต และผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคมีเสถียรภาพมากขึ้น มาเลเซียยังป็นกลางในความขัดแย้งของมหาอำนาจ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับทุกประเทศ เพื่อกระจายตลาดนำเข้า เน้นประเทศที่ไม่ใช่คู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย โอมาน เคนยา อียิปต์ และประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน และอุซเบกิซสถาน

ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้จะเพิ่มขึ้นเพราะสหรัฐฯ สนับสนุนงบประมาณฟิลิปปินส์

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 29 ต.ค.67 อ้างนาย Song Zhongping นักวิเคราะห์ด้านการทหารของจีน ว่า กรณีสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนงบประมาณสำหรับพัฒนาหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) มูลค่า 450 ล้านเปโซ (ประมาณ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายหลังการเจรจาทางทะเลระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ (Philippines-US Maritime Dialogue) ครั้งที่ 3 ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อ 24 ต.ค.67 จะเพิ่มความขัดแย้งในทะเลจีนใต้   ฟิลิปปินส์ไม่ควรเป็นเครื่องมือของสหรัฐฯ ในการแข่งขันอิทธิพลกับจีน  รวมทั้งฟิลิปปินส์ควรยุติการยั่วยุและหาทางแก้ไขปัญหากับจีนตามแนวทางการทูต

ไทยและกัมพูชายังมีอะไร (ดี ๆ) ในโอกาสจะครบรอบ 75 ปี

ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนบ้านชิดใกล้ของไทย อย่างกัมพูชาเป็นกระแสที่ร้อนแรงในโลกอินเทอร์เน็ตของไทยอีกครั้ง ชาวเน็ตไทยต่างพูดถึงและถกเถียง ทั้งกระแสเรียกร้อง #Saveเกาะกูด

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง ต.ค.67

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง ตุลาคม 2567
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

แบ่งสันปันส่วนกับสันปันน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม

พื้นที่ของภูเขา ปกติจะคิดรวมครอบคลุมตั้งแต่บริเวณตีนเขาจนถึงยอดเขา โดยมีข้อกำหนดให้พื้นที่ดินใดก็ตาม  ที่มีความลาดเอียงหรือความชันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป นับว่าเป็น “ภูเขา” ซึ่งมักจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสงวนไว้เป็นแหล่งธรรมชาติ เพราะในอดีต ความลาดเอียงของภูเขา เป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการก่อสร้างอาคาร การทำการเกษตร มนุษย์ส่วนใหญ่จึงเริ่มตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบลุ่มที่มีแหล่งน้ำไหลผ่านมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พัฒนาการความรู้ในการก่อสร้างและเอาตัวรอด ทำให้มนุษย์มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลาดเอียงหรือภูเขามากขึ้น เช่น การปรับพื้นที่ลาดเอียงให้เป็นพื้นที่ราบขนาดเล็กเหมือนขั้นบันได หรือการเพาะปลูกโดยเลือกพันธุ์พืชที่ต้องการน้ำน้อย ดังนั้น แม้ภูเขาจะมีความลาดเอียงเหมือนเดิม แต่สุดท้ายมนุษย์ก็สามารถเข้าไปจับจองเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินได้ ส่วนที่สูงที่สุดของภูเขา คือ ยอดเขา ที่จะมีลักษณะทอดตัวเป็นแนวยาวเป็นสันเขา เมื่อน้ำฝนตกลงมาสันเขาจะทำหน้าที่แบ่งน้ำฝนให้ไหลลงภูเขาในแต่ละด้าน และมีชื่อเรียกแนวสันเขานี้ว่า “สันปันน้ำ” ภูเขาหนึ่งลูกอาจมีสันปันน้ำมากกว่า 1 แนว ตามลักษณะของภูมิศาสตร์ และแนวสันปันน้ำนี้มักถูกใช้เป็นเส้นแบ่งขอบเขตการปกครองหรือขอบเขตที่ดิน เพราะเป็นแนวที่สังเกตได้ง่าย และยังเปลี่ยนแปลงได้ยาก ดังนั้น ภูเขาหนึ่งลูกตั้งแต่ตีนเขาถึงแนวส่วนยอดเขาก็จะถูกแบ่งตามแนวสันปันน้ำออกเป็นส่วน ๆ ได้อีก เมื่อน้ำฝนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดน้ำจากธรรมชาติ ไหลตามสันปันน้ำลงมาตามความลาดเอียงของภูเขา ยิ่งความลาดเอียงมากก็จะไหล่ผ่านโดยเร็ว ไม่ได้ถูกกักไว้ และไม่สามารถซึมลงดินได้มากเท่ากับพื้นที่ที่มีความลาดเอียงต่ำกว่า แต่หากมีสิ่งกีดขวางที่คอยดักน้ำฝนตามแนวลาดของภูเขาก็จะช่วยชะลอน้ำให้ซึมลงใต้ดิน และภูเขาก็จะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ แหล่งตาน้ำต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย ซึ่งสิ่งกีดขวางตามธรรมชาตินั้น ก็คือ “ป่า” หรือต้นไม้ที่มีระบบรากนำน้ำลงสู่ดินนั่นเอง…