นรม.สิงคโปร์เยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์

นรม.ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์เขียนข้อความผ่านเอ็กซ์เมื่อ 28 พ.ย.67 ว่า เดินทางถึงไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการแนะนำตัวกับประเทศอาเซียน (หลังขึ้นดำรงตำแหน่ง นรม.เมื่อ พ.ค.67) โดยเตรียมเข้าพบกับ นรม.ไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเป็นการเยือนก่อนครบรอบ 60 ปี การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2568  นรม.หว่องได้โพสต์ภาพประกอบ ได้แก่ พระปรางค์วัดอรุณ บรรยากาศยิ้มแย้มของคนไทยที่กำลังซื้อโรตีรถเข็น และเสือโคร่งเอวาที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

ระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจ หรือไร้ขั้วอำนาจ?

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องของการใช้ “อำนาจ” หรือ power เพื่อรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติ ควบคู่กับการดำรงรูปแบบความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ …คำอธิบายนี้อาจใช้ในการอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการแบ่งขั้วอำนาจโลก หรือ Polarity ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยคุณ Goedele De Keersmaeker นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ระบุไว้ว่า การแบ่งขั้วอำนาจในโลก จะช่วยอธิบายพฤติกรรมของรัฐต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งช่วยอธิบายเหตุผลที่รัฐบางรัฐแสดงหรือใช้อำนาจ (power) มากกว่ารัฐอื่น ๆ ด้วย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ได้แบ่งขั้วอำนาจโลกออกเป็นอย่างน้อย 3 ระบบ อ้างอิงจากสถานการณ์โลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ขั้วอำนาจเดียว (unipolarity) ขั้วอำนาจ 2 ขั้ว (bipolarity) และหลายขั้วอำนาจ (multipolarity)   หากไล่เรียงประวัติศาสตร์โลกผ่านสงคราม เราอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจโลกได้ชัดเจนขึ้น ในช่วงสงครามเย็น โลกมี 2 ขั้วอำนาจ คือ สหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต และหลังสิ้นสุดสงครามเย็น สหภาพโซเวียตล่มสลาย ระบบขั้วอำนาจโลกเปลี่ยนเป็นขั้วอำนาจเดียว คือ สหรัฐฯ…

ศรีลังกาจับขบวนการ Call Center ข้ามชาติ พบชาวจีนเป็นหัวหน้าขบวนการ

  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองศรีลังกาแถลงเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมสมาชิกขบวนการหลอกลวงผ่านศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) จำนวน 26 คน ซึ่งเป็นทั้งชายและหญิงจาก 10 ประเทศที่ปฏิบัติการในกรุงโคลัมโบ โดยมีชาวจีนเป็นหัวหน้าขบวนการและชาวเคนยาเป็นผู้ควบคุมการดำเนินงาน  เมื่อ ต.ค.67 ทางการจีนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศรีลังกาในการทลายเครือข่าย Call Center ในกรุงโคลัมโบหลายแห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนได้ 230 ราย พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ 250 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 500 เครื่อง โดยจุดปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สุดมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีน 126 คน รวมถึงคนไทยและฟิลิปปินส์อีกประเทศละ 1 คน

MSS เตือนชาวจีนที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ อาจตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ

สนข.South China Morning Post รายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 อ้างบทความเผยแพร่จากบัญชี WeChat ของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (Ministry of State Security-MSS)  แจ้งเตือนชาวจีนที่เดินทางไปเตรียมการศึกษาต่อในต่างประเทศ ในคณะหรือสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ เทคโนโลยีแห่งอนาคต  เทคโนโลยีการป้องกันประเทศ  และวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์  ให้ระมัดระวังการตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ ด้วยการพยายามเข้าถึงและเสนอความช่วยเหลือรูปแบบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และขอช่องทางการติดต่อ ต่อนักศึกษาชาวจีน

ส.ส.สหรัฐฯ ระบุฮ่องกงเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมการเงินของโลก

สนข. CNN รายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า คณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ  (House China Select Committee) ได้ส่งหนังสือถึงนางเจเน็ต เยลเลน รมว.กค.สหรัฐฯ เรียกร้องให้ทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสหรัฐฯ กับฮ่องกง เนื่องจากฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชีย และเป็นที่ตั้ง สนง.ธนาคารชั้นนำหลายแห่งของสหรัฐฯ กับทั้งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 1 ใน 5 ของ GDP จีน  ได้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมทางการเงินระดับโลก และเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งการส่งออกเทคโนโลยีควบคุมของตะวันตกไปยังรัสเซีย การจัดตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน และธุรกิจเรือสินค้าผิดกฎหมายกับเกาหลีเหนือ

ตม.มาเลเซียจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองได้ 119 คน

สนข.เบอร์นามารายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า ตม.มาเลเซีย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้เข้าตรวจค้นอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พบแรงงานต่างชาติประมาณ 400 คน  เป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง จำนวน 119 คน อายุระหว่าง 18-50 ปี  เป็นชาวเมียนมา 89 คน ชาวบังกลาเทศ 14 คน ชาวเนปาล 8 คน ชาวอินโดนีเซีย 4 คน และชาวอินเดีย 4 คน ทั้งหมดจึงถูกส่งตัวดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองปี 1959/63 และส่งตัวไปยังศูนย์กักกันต่อไป ทั้งนี้ ตม.มาเลเซีย ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนและนายจ้างว่าการให้ที่พักพิงหรือจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจะนำถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่าจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน รวมทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งจะเริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ทันทีหลังจากสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้ประกอบการอเมริกัน และเพิ่มการจ้างงานในประเทศ สำหรับอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ จะทำให้ประเทศคู่ค้าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การประกาศนโยบายนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ต้องตื่นตัวและเร่งเข้าหารัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ

อิสราเอล-ฮิซบุลลอฮ์บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเลบานอน

อิสราเอลและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเลบานอน เมื่อ 26 พ.ย.67 โดยจะมีผลบังคับใช้ 27 พ.ย.67 เพื่อบรรเทาความสูญเสียและลดระดับความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง  ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหลักในการเสนอและผลักดันข้อตกลงดังกล่าว มีถ้อยแถลงร่วมกันว่า ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การหยุดยิงถาวร และทำให้ประชาชนในทั้ง 2 ประเทศปลอดภัยในพื้นที่ Blue Line ซึ่งหมายถึงบริเวณพรมแดนของอิสราเอลและเลบานอน ที่ก่อนหน้านี้ตกอยู่ในอันตราย เพราะการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีอย่างมากต่อพลเรือนชาวเลบานอน เนื่องจากตกอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งรุนแรงตั้งแต่ ก.ย.67

เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมในอินเดียกับ จนท.ตร. ที่รัฐอุตตรประเทศ

กลุ่มชาวมุสลิมในอินเดียชุมนุมประท้วง ร้องตะโกน และขว้างปาก้อนหินใส่ จนท.ตร. ที่เขต Sambhal รัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 24 พ.ย.67 เนื่องจากไม่พอใจต่อกรณีศาลท้องถิ่นรัฐอุตตรประเทศ สั่งสำรวจมัสยิด Shahi Jama Masjid ซึ่งเป็นมัสยิดสมัยจักรวรรดิโมกุล ช่วงศตวรรษที่ 16 ว่า สร้างทับพื้นที่ของวัดฮินดูเดิมหรือไม่   (ครั้งแรก 19 พ.ย.67 และครั้งที่สอง 24 พ.ย.67) การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ ตร.ยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก  ตร.จับกุมผู้ประท้วง 25 คน ขณะที่ รัฐบาลรัฐอุตตรประเทศตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ปิดโรงเรียน และวิทยาลัยในพื้นที่ รวมทั้งห้ามการรวมกลุ่ม รวมทั้งห้ามบุคคลภายนอก องค์กรภาคประชาสังคม และผู้แทนสาธารณะเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึง 30 พ.ย.67

ว่าที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสหรัฐฯ เสนอวิสัยทัศน์สันติภาพยูเครน

นาย Mike Waltz วุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา ผู้ได้รับเสนอชื่อจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 24 พ.ย.67 เสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สร้างสันติภาพในยูเครนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มต้นการเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ 20 ม.ค.68 (วันแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มทำงาน) เน้นจัดให้มีการพูดคุยเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ซึ่งกำลังพิจารณาว่าใครควรจะเป็นผู้แทนของทั้ง 3 ประเทศ และข้อตกลงดังกล่าวควรมีขอบเขตแค่ไหน แต่ประเทศในยุโรปควรมีส่วนร่วมในการผลักดันการเจรจาดังกล่าวด้วย เพื่อร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ และทำให้ทั่วโลกเห็นว่าความร่วมมือระหว่างนานาชาติสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ วิสัยทัศน์ของนาย Waltz ก็คือนโยบายหาเสียงของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ว่าต้องการยุติความขัดแย้งดังกล่าว ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย และไม่เห็นด้วยกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันอนุมัติให้ยูเครนใช้อาวุธของสหรัฐฯ โจมตีดินแดนของรัสเซีย เพราะทำให้สถานการณ์รุนแรง รวมทั้งมีการสูญเสียมากขึ้น นักการเมืองสหรัฐฯ สนใจนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนในการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่หลายฝ่ายประเมินว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีเงื่อนไขการยุติสงครามที่แตกต่างกัน โดยยูเครนจะไม่ยอมสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนให้รัสเซีย และไม่ยอมให้รัสเซียคงกำลังทหารไว้ในยูเครนด้วย ส่วนท่าทีของรัสเซียยืนยันเป้าหมายการปฏิบัติการพิเศษทางการทหารในยูเครนไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเดินหน้าต่อไปเพื่อทำลายแนวคิดคลั่งชาติในยูเครนที่เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ต้องรอได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ดังนั้น ปัจจุบันนาย Waltz หารือกับนาย Jake Sullivan ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์สำคัญ แต่นาย Waltz ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนอาวุธให้ยูเครนใช้โจมตีรัสเซีย…