สิงคโปร์ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนในเยอรมนี

กต.สิงคโปร์แถลงเมื่อ 22 ธ.ค.67 ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองมักเดอบวร์ก ของเยอรมนีเมื่อ 20 ธ.ค.67 ว่า เป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้  และขอแสดงความเสียใจไปถึงเหยื่อและครอบครัว รวมทั้งขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว ขณะที่ สอท.สิงคโปร์/เบอร์ลิน ได้ติดต่อชาวสิงคโปร์ที่ลงทะเบียนกับเว็บไซต์ กต. และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเยอรมนีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งยังไม่พบว่า มีชาวสิงคโปร์ได้รับผลกระทบโดยตรง หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี สอท.ฯ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์ในเยอรมนี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงสถานที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ

สภานิติบัญญัติไต้หวันเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์จากจีน

นสพ.Taipei Times รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของสภานิติบัญญัติไต้หวันระบุว่า พบการโจมตีทางไซเบอร์จากจีนต่อสภานิติบัญญัติไต้หวันเฉลี่ย 900,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งหน่วยงานได้ทบทวนการป้องกันทางไซเบอร์เป็นประจำตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังพรรคพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP)  และพรรคก๊กมินตั๋งมีมติเรียกร้องให้แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดงบประมาณ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของสภานิติบัญญัติเพื่อความปลอดภัย

ออสเตรเลียเร่งค้นหาครูชีววิทยาถูกจับในยูเครน

เว็บไซต์เครือข่ายโทรทัศน์ ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า นาย Oscar Jenkins ชาวออสเตรเลีย อายุ 32 ปี ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อ 22 ธ.ค.67 ในสภาพถูกมัดมือ ใบหน้าเปื้อนดิน และมีบาดแผลที่ศีรษะ และกำลังถูกสอบถามด้วยภาษารัสเซียจากบุคคลที่อยู่นอกกล้อง โดยนาย Jenkins ตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษปนภาษายูเครน ระบุว่า เป็นครูสอนชีววิทยาที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียและยูเครน นาย Mark Dreyfus รักษาการ รมว.กต.ออสเตรเลียเรียกร้องให้รัสเซียปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงการคุ้มครองเชลยศึก รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเร่งค้นหาตัวนาย Jenkins โดยด่วนที่สุด เพื่อยืนยันความปลอดภัย

ฉนวนกาซาไม่มีพื้นที่ปลอดภัยขณะที่ความขัดแย้งอิสราเอล-กลุ่มฮูษีมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

กองทัพอิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ในฉนวนกาซา เมื่อ 23 ธ.ค.67 โดยโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน และที่อยู่อาศัยของพลเรือนชาวปาเลสไตน์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยวันละ 50 คน รวมทั้งเด็ก ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาอยู่ที่มากกว่า 45,200 คน การที่อิสราเอลไม่ยุติปฏิบัติการโจมตีทางทหารทำให้องค์กรระหว่างประเทศระบุว่าฉนวนกาซาไม่มีพื้นที่ปลอดภัยเลยในปัจจุบัน และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วย

คลินิกความงามกับ Beauty Standards ในไทย

   มาฟังไปพร้อมกันว่า Beauty Standard ส่งผลอย่างไรต่อการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมคลินิกความงาม และการรณรงค์เรื่อง Beauty Standards ในไทยประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง? ติดตามได้ใน ep นี้

ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหาร

นสพ.Financial Times รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า คณะทำงานด้านการต่างประเทศของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุกับ จนท.ของสหภาพยุโรปถึงนโยบายต่อยุโรปและการรุกรานยูเครนของรัสเซียว่า ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะยังคงสนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้ยูเครน ขณะเดียวกันจะโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายเร่งยุติสงคราม กับทั้งต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหารให้ถึงร้อยละ 5 ของ GDP จากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 2 ซึ่งมีสมาชิก 23 ประเทศจากทั้งหมด 32 ประเทศที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.1 ของ GDP ในปี 2567 ขณะที่ปี 2563 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่นายทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ได้จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.4 ของ GDP

ยูเครนใช้ขีปนาวุธโจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย

สนข.RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธ HIMARS ที่ผลิตในสหรัฐฯ โจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย เมื่อ 20 ธ.ค.67 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และก่อความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งเมือง   นาย Aleksandr Khinshtein รักษาการผู้ว่าการแคว้นคุสค์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ รวมให้ให้คำมั่นว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ และจะเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย

กต.จีนประท้วงสหรัฐฯ กรณีให้ความช่วยเหลือทางทหารและขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

กต.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ธ.ค.67 ประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อนุมัติความช่วยเหลือทางทหารแก่ไต้หวันมูลค่า 571.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดเท่าที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เคยให้แก่ไต้หวัน ขณะที่ กห.สหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันรอบใหม่มูลค่า 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจีนถือว่าสหรัฐฯ ละเมิดหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ 3 ฉบับอย่างร้ายแรง    และจีนจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน

เมื่อธุรกิจร้านอาหารกลายเป็นสนามรบใหม่สำหรับผู้ประกอบการชาวจีนในต่างประเทศ

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไอศกรีม และสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงการมุ่งดำเนินยุทธศาสตร์ “Go Global” ของจีน ด้วยการส่งเสริมให้นักธุรกิจออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศนอกเหนือจากการลงทุนในจีน ขณะที่นักลงทุนจีนเองก็ต้องการหาโอกาสใหม่ในต่างประเทศ ธุรกิจที่ว่าด้วยเรื่องอาหารจึงเป็นดาวกระจายดวงใหม่ของจีนที่ประเทศต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ไทยที่ต้องได้รู้จัก…มากขึ้น…และมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าจีนคงไม่ง่ายนักในการออกสู่สนามรบในต่างประเทศไม่ว่าจะด้วยธุรกิจใดจะเล็กหรือใหญ่ ในเมื่อหลายประเทศยังคงหวาดระแวงและหวาดกลัวกับการเข้ามาของทุนจีน ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังซบเซาโดยมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในปัจจัยผลักดันให้ผู้ประกอบการร้านอาหารชาวจีนจำเป็นต้องออกไปหาโอกาสเติบโตในประเทศอื่นและเพื่อหนีการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ เมื่อการแข่งขันในต่างประเทศที่ผู้ประกอบการชาวจีนมองว่ายังมีโอกาส ก็ร้อนแรงไม่ต่างจากรสชาติหม่าล่าของจีน เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันกับนักลงทุนชาติอื่น ที่เล็งเห็นโอกาสจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเช่นกัน ปัจจุบันมีร้านอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศประมาณ 600,000 แห่ง และแน่นอนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจีนและมีชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในแทบทุกประเทศ รวมถึงไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในสายตานักลงทุนจีน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสัญชาติจีนหน้าใหม่ผุดขึ้นเป็นระยะในประเทศแถบภูมิภาคนี้ เช่น ร้านชาบูหม้อไฟ haidilao ร้านกาแฟ Luckin Coffee ร้านชานมไข่มุกและไอศกรีม Mixue แต่นักลงทุนจีนยอมรับว่าความสำเร็จในการเจาะตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเมนูคุ้นลิ้นคนพื้นที่และเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หรือผู้ประกอบการต่างชาติก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่ง เกาหลี และญี่ปุ่น เพราะครองส่วนแบ่งการตลาดอาหารอยู่เดิม และที่สำคัญคือต้องต่อสู้กับผู้ประกอบการชาวจีนด้วยกันที่ต่างก็มองหาโอกาสในต่างประเทศเช่นกัน บทความเรื่อง “China’s restaurant chains may be biting off…