ยูเครนใช้ขีปนาวุธโจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย

สนข.RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธ HIMARS ที่ผลิตในสหรัฐฯ โจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย เมื่อ 20 ธ.ค.67 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และก่อความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งเมือง   นาย Aleksandr Khinshtein รักษาการผู้ว่าการแคว้นคุสค์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ รวมให้ให้คำมั่นว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ และจะเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย

กต.จีนประท้วงสหรัฐฯ กรณีให้ความช่วยเหลือทางทหารและขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

กต.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ธ.ค.67 ประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อนุมัติความช่วยเหลือทางทหารแก่ไต้หวันมูลค่า 571.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดเท่าที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เคยให้แก่ไต้หวัน ขณะที่ กห.สหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันรอบใหม่มูลค่า 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจีนถือว่าสหรัฐฯ ละเมิดหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ 3 ฉบับอย่างร้ายแรง    และจีนจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน

เมื่อธุรกิจร้านอาหารกลายเป็นสนามรบใหม่สำหรับผู้ประกอบการชาวจีนในต่างประเทศ

การเติบโตของธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไอศกรีม และสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงการมุ่งดำเนินยุทธศาสตร์ “Go Global” ของจีน ด้วยการส่งเสริมให้นักธุรกิจออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศนอกเหนือจากการลงทุนในจีน ขณะที่นักลงทุนจีนเองก็ต้องการหาโอกาสใหม่ในต่างประเทศ ธุรกิจที่ว่าด้วยเรื่องอาหารจึงเป็นดาวกระจายดวงใหม่ของจีนที่ประเทศต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ไทยที่ต้องได้รู้จัก…มากขึ้น…และมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าจีนคงไม่ง่ายนักในการออกสู่สนามรบในต่างประเทศไม่ว่าจะด้วยธุรกิจใดจะเล็กหรือใหญ่ ในเมื่อหลายประเทศยังคงหวาดระแวงและหวาดกลัวกับการเข้ามาของทุนจีน ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังซบเซาโดยมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในปัจจัยผลักดันให้ผู้ประกอบการร้านอาหารชาวจีนจำเป็นต้องออกไปหาโอกาสเติบโตในประเทศอื่นและเพื่อหนีการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ เมื่อการแข่งขันในต่างประเทศที่ผู้ประกอบการชาวจีนมองว่ายังมีโอกาส ก็ร้อนแรงไม่ต่างจากรสชาติหม่าล่าของจีน เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันกับนักลงทุนชาติอื่น ที่เล็งเห็นโอกาสจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเช่นกัน ปัจจุบันมีร้านอาหารสัญชาติจีนในต่างประเทศประมาณ 600,000 แห่ง และแน่นอนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจีนและมีชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในแทบทุกประเทศ รวมถึงไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพในสายตานักลงทุนจีน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นร้านอาหารและเครื่องดื่มสัญชาติจีนหน้าใหม่ผุดขึ้นเป็นระยะในประเทศแถบภูมิภาคนี้ เช่น ร้านชาบูหม้อไฟ haidilao ร้านกาแฟ Luckin Coffee ร้านชานมไข่มุกและไอศกรีม Mixue แต่นักลงทุนจีนยอมรับว่าความสำเร็จในการเจาะตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเมนูคุ้นลิ้นคนพื้นที่และเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หรือผู้ประกอบการต่างชาติก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่ง เกาหลี และญี่ปุ่น เพราะครองส่วนแบ่งการตลาดอาหารอยู่เดิม และที่สำคัญคือต้องต่อสู้กับผู้ประกอบการชาวจีนด้วยกันที่ต่างก็มองหาโอกาสในต่างประเทศเช่นกัน บทความเรื่อง “China’s restaurant chains may be biting off…

ส่องโลกข้ามปี

  ส่องโลกข้ามปี..ฉบับเต็ม ออก E-Book เรียบร้อย จะชวนทุกคนมาทบทวนปี 2567 ว่าเกิดอะไรบ้าง แล้วมาช่วยกันส่องดูว่า ปี 2568 จะเป็นอย่างไร เครดิตจาก TB-Talk

อียิปต์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่ม D-8

ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมุสลิมกำลังพัฒนา หรือ D-8 (ประกอบด้วยอียิปต์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน อิหร่าน บังกลาเทศ ตุรกี และไนจีเรีย) กล่าวเปิดการประชุม ที่เมือง New Administrative Capital อียิปต์ เมื่อ 19 ธ.ค.67 ย้ำความสำคัญของหัวข้อการประชุมที่เน้นการลงทุนในเยาวชนและการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนการสร้างความร่วมมือที่พร้อมรับความท้าทายร่วมกัน ที่ประชุมยังได้รับรองอาเซอร์ไบจานเป็นสมาชิกถาวร และเรียกร้องการยุติความรุนแรงในเลบานอนและซีเรียที่กระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจของภูมิภาคและโลก สำหรับประธานกลุ่ม D-8 ปี 2568 ได้แก่ อินโดนีเซีย

ญี่ปุ่นมีแผนพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงในปีงบประมาณ 2568

นสพ. Mainichi Shimbun รายงานเมื่อ 18 ธ.ค.67 อ้างแหล่งข่าวในญี่ปุ่นเมื่อ 17 ธ.ค.67 ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 (1 เม.ย.68-31 มี.ค.69) จำนวน 19,800 ล้านเยน (ประมาณ 4,355 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาและผลิตขีปนาวุธพิสัยไกล ในจำนวนนี้ใช้สำหรับพัฒนาขีปนาวุธแบบติดตั้งบนเรือ 16,800 ล้านเยน และแบบติดตั้งบนเรือดำน้ำ 3,000 ล้านเยน นอกจากนี้ จะจัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 239,100 ล้านเยน (ประมาณ 52,535 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาและผลิตขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง โดยตั้งเป้าหมายให้มีความเร็วมากกว่า 5 มัค (ประมาณ 6,200 กม./ชม.) ทั้งนี้ การพัฒนาขีปนาวุธดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy-NSS) ฉบับใหม่ ที่ญี่ปุ่นประกาศใช้เมื่อ ธ.ค.65

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดสร้างวาทกรรมโจมตีการพัฒนากองทัพของจีน

นสพ.Global Times รายงานอ้างนายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน เมื่อ 19 ธ.ค.67 ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าว AFP โดยไม่พอใจรายงานของกห.สหรัฐฯ เรื่อง Military and Security development involving the PRC ที่เผยแพร่เมื่อ 18 ธ.ค.67 เกี่ยวกับแผนพัฒนากองทัพและพัฒนาการด้านความมั่งคงของทางการจีน โดยเห็นว่า รายงานดังกล่าวคล้ายกับรายงานครั้งก่อน ซึ่งมีความจริงเพียงเล็กน้อย และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพสิทธิของจีนในการพัฒนากองทัพเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตย ยุติสร้างภาวะสงครามเย็น และเผยแพร่วิธีคิดแบบชี้นำต่อยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพของจีน รวมทั้งยุติการเผยแพร่รายงานที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อ 18 ธ.ค.67 ว่า มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 4.25 – 4.50 ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 3 ติดต่อกัน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในอัตราเป้าหมายร้อยละ 2  พร้อมประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างมั่นคง  อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูง  อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน   Fed ส่งสัญญาณจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 อีก  2 ครั้ง รวมร้อยละ 0.5 ในปี 2568

รมว.กต.มาเลเซียเข้าร่วมประชุมในประเด็นเมียนมาซึ่งจัดขึ้นที่ กทม.

กต.มาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ธ.ค.67 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซียจะเข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาเมียนมาผ่านกลไกผู้ประสานงานอาเซียน (ASEAN Troika) ที่ประกอบด้วย อินโดนีเซีย (ประธานอาเซียนปี 2566) ลาว (ประธานอาเซียนปี 2567) และมาเลเซีย (ประธานอาเซียนปี 2568)   การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการประสานงานและความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประสานงานในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ รวมถึงทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมาเลเซียจะนำเสนอแนวทางแก้ไขข้อขัดแย้งในเมียนมาในฐานะประธานอาเซียนในปี 2568 ต่อที่ประชุมด้วย

ส่องโลกข้ามปี เรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบปี 2567

ยุบพรรคก้าวไกล ได้นายกหญิงคนใหม่
ปี 2567 มีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทางการเมืองและยุบพรรคก้าวไกล ทำเอาบรรดาเอฟซีด้อมส้มทั้งหลายผิดหวังไปตามๆ กันแต่พวกเขายืนยันจะสนับสนุนพรรคสีส้มต่อไป ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรียุบสภาวันนี้พรรคประชาชนซึ่งเป็นร่างใหม่ของพรรคส้มก็คงได้รับคะแนนมาเป็นอันดับ 1 เหมือนเดิมแต่บทเรียนสอนแล้วว่าแม้ชนะในสนามรบแต่ไม่ชนะศึกคือเป็นพรรคอันดับ 1 แต่ต้องกลายเป็นฝ่ายค้านแทนที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีกลับได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่พร้อมแม้ได้เป็นรัฐบาลมาหนึ่งปีแต่หาผลงานที่จับต้องได้มิได้คงมีแต่การซีเคียวการกลับบ้านของผู้นำจิตวิญญานให้อยู่รอดปลอดภัยเท่านั้นที่เป็นผลงานเด่น