อินเดียประท้วงรัฐบาลแคนาดา อนุญาตให้กลุ่ม Khalistan จัดกิจกรรมเรียกร้องการแบ่งแยกดินแดน

เว็บไซต์ The Indian Express รายงานเมื่อ 21 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลอินเดียส่งหนังสือทางการทูตถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่แคนาดา ประจำกรุงนิวเดลี เมื่อ 20 มิ.ย.67 ประท้วงรัฐบาลแคนาดาที่อนุญาตให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดน Khalistan ในแคนาดา จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “citizens court” บริเวณหน้าสถานกงสุลอินเดีย ณ นครแวนคูเวอร์ และมีการเผาหุ่นจำลองของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับแคนาดาย่ำแย่ลงจากการที่นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของอินเดีย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารนาย Hardeep Singh Nijjar ศาสนาจารย์ชาวซิกข์ และหัวหน้ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน Khalistan Tiger Force (KTF) เมื่อ 18 มิ.ย.66 ที่รัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดา

อินเดียพร้อมสนับสนุนอาเซียนแก้ไขวิกฤตเมียนมา

สำนักข่าว NDTV รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย Kshitij Tyagi เลขานุการเอก คณะผู้แทนถาวรอินเดีย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ต่อที่ประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council-HRC) สมัยที่ 56 เมื่อ 18 มิ.ย.67 ว่า อินเดียสนับสนุนอาเซียนและฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) ในการแก้ไขวิกฤตเมียนมา พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของอินเดียที่มุ่งหวังให้เมียนมากลับคืนสู่วิถีประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงโดยทันที รวมทั้งปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง เร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และแก้ไขปัญหาขัดแย้งด้วยการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ นาย Kshitij Tyagi ยังแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์สู้รบในเมียนมาที่ยืดเยื้อ ที่ส่งผลกระทบให้ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเผชิญกับปัญหาการหลั่งไหลของผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาและอาชญากรรมข้ามแดนเพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบค้ายาเสพติด และค้ามนุษย์

ผู้นำรัสเซียเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 5

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน และคณะผู้แทน เยือนเวียดนามระหว่าง 19-20 มิ.ย.67 โดยพบหารือกับประธานาธิบดี To Lam นายกรัฐมนตรี Pham Minh Chinh นาย Nguyen Phu Trong เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ นาย Tran Thanh Man ประธานรัฐสภา ในโอกาสนี้รัสเซียและเวียดนามออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ภายใต้กรอบการครบรอบ 30 ปี ของสนธิสัญญาว่าด้วยหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันมิตรรัสเซีย-เวียดนาม นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามในเอกสารความร่วมมือด้านต่างๆ ได้แก่ การศึกษาและวิทยาศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานห้องปฏิบัติการเพื่อสู้กับโรคระบาด นโยบายและการบริหารภาษี การพัฒนาความเข้มแข็งของศุลกากร การพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์และนิวเคลียร์ในเวียดนาม ความร่วมมือภาคพลังงานระหว่างบริษัท Novatek ของรัสเซีย กับบริษัท Petrovietnam Oil and Gas Corporation ของเวียดนาม และภาคการเงินระหว่างกองทุน Russian Direct Investment Fund…

แคนาดาระงับการขายแร่ธาตุหายากแก่จีน

นายโจนาธาน วิลคินสัน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติแคนาดา แถลงเมื่อ 18 มิ.ย.67 ว่า แคนาดาระงับการขายแร่ธาตุหายากให้บริษัทเซิงเหอของจีน เนื่องจากแคนาดาพิจารณาแล้วเห็นว่าแร่ธาตุดังกล่าวมีความสำคัญต่อนโยบายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่แร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ลิเธียม แคดเมียม นิกเกิล และโคบอลต์ ใช้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แคนาดามีแผนพัฒนาแหล่งแร่ธาตุเพิ่มเติมในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาจีน

ศรีลังกาจับกุมชาวประมงอินเดียที่ลักลอบจับสัตว์น้ำในน่านน้ำศรีลังกา

กองทัพเรือศรีลังกาจับกุมชาวประมงอินเดีย 4 คน พร้อมเรือลากอวน 1 ลำ ที่บริเวณเกาะ Neduntheevu ช่องแคบ Palk ทางตอนเหนือของศรีลังกา เมื่อ 18 มิ.ย.67 ในความผิดฐานลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย โดยชาวประมงทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปที่ฐานทัพเรือ Kankesanthurai เมือง Jaffna ทั้งนี้ ปัญหาชาวประมงรุกล้ำน่านน้ำเป็นความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับศรีลังกามาอย่างยาวนาน จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติ โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2567 ศรีลังกาจับกุมชาวประมงอินเดียได้ทั้งหมด 182 คน และเรือลากอวน 25 ลำ ส่วนใหญ่ถูกจับกุมที่บริเวณช่องแคบเดียวกัน เนื่องจากเป็นแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์

ออสเตรเลีย กังวลกรณีเรือจีนดำเนินการอันตรายต่อเรือฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

กต.ออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 18 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียแสดงความกังวลอย่างยิ่งและสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการรับมือกับจีน จากเหตุการณ์ที่เรือจีนกระทำการที่เป็นอันตรายและผิดกฎหมายต่อเรือฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจประจำบริเวณแนวสันดอนโทมัสที่ 2 ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ เมื่อ 17 มิ.ย.67 โดยเรือจีนเข้าประชิดเรือฟิลิปปินส์ในระยะที่อันตรายและผิดกฎหมาย ได้แก่ กระแทกเรือฟิลิปปินส์ส่งผลให้เรือเสียหายและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ การขึ้นเรือฟิลิปปินส์โดยใช้การบังคับ และการลากจูงเรือฟิลิปปินส์พร้อมยึดอุปกรณ์ การกระทำดังกล่าวเป็นการยกระดับการกระทำที่น่าห่วงกังวลและบั่นทอนความมั่นคงในภูมิภาค คุกคามชีวิตและวิถีชีวิต และเสี่ยงต่อการประเมินที่ผิดพลาดและยกระดับความขัดแย้ง ทั้งนี้ ออสเตรเลียย้ำถึงความรับผิดชอบของทุกรัฐต่อการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea-UNCLOS) ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงในทะเลจีนใต้

ผู้นำเกาหลีเหนือยกย่องความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างเกาหลีเหนือ-รัสเซีย

สนข. Yonhap ของเกาหลีใต้ และ สนข. Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ-รัสเซีย ที่กรุงเปียงยาง โดยผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียอยู่ในระดับที่ดีมาก ซึ่งการเยือนเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีปูตินสะท้อนก้าวย่างสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนอย่างเต็มที่ ด้านผู้นำรัสเซียเชิญผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเยือนกรุงมอสโกในโอกาสต่อไป และผู้นำทั้งสองลงนามในสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership Treaty) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ไม่ระบุรายละเอียดของสนธิสัญญา

กต.ฟิลิปปินส์ ประณามพฤติกรรมที่เป็นอันตรายของจีนในทะเลจีนใต้

กต.ฟิลิปปินส์ แถลงเมื่อ 19 มิ.ย.67 ประณามการกระทำที่ผิดกฎหมายและก้าวร้าวของจีนต่อหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ขณะปฏิบัติภารกิจลำเลียงเสบียงไปยังเรือ BRP Sierra Madre บริเวณสันดอนโทมัสที่สอง เมื่อ 17 มิ.ย.67 ส่งผลให้ จนท.กองทัพฟิลิปปินส์ ได้รับบาดเจ็บ และเรือได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ กต.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า ได้พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสำหรับการเจรจากับจีนในประเด็นทะเลจีนใต้ ซึ่งความมุ่งมั่นของฟิลิปปินส์จะไม่สามารถบรรลุผลได้หากการกระทำของจีนไม่สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา รวมถึงคาดหวังให้จีนดำเนินการด้วยความจริงใจ มีความรับผิดชอบ และละเว้นจากพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สินของฟิลิปปินส์

ผู้นำรัสเซียเสร็จสิ้นการเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งที่สองในรอบ 24 ปี

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เยือนกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการเมื่อ 19 มิ.ย.67 ตามคำเชิญของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการเยือนเกาหลีเหนือเป็นครั้งที่สองในรอบ 24 ปี นับจากการเยือนครั้งแรกเมื่อปี 2543 คณะผู้แทนรัสเซียประกอบด้วย จนท.ระดับสูง ที่สำคัญ ได้แก่ นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย นาย Denis Manturov รอง นรม.คนที่หนึ่ง นาย Andrey Belousov รมว.กห. และนาย Alexey Krivoruchko รมช.กห. โดยเกาหลีเหนือจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่กรุงเปียงยาง พร้อมการถ่ายภาพร่วมกับผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และงานเลี้ยงน้ำชาที่ทำเนียบกุมซูซาน นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามความตกลงระหว่างกันหลายฉบับ

มาเลเซียจะคงนโยบายลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลต่อไป

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานอ้างคำกล่าวของ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ต่อนโยบายลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ว่า รัฐบาลมาเลเซียจะยังคงนโยบายลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลต่อไป เพื่อป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณประเทศ จากกลุ่มคนในสิงคโปร์และไทย ซึ่งมีข้อพิสูจน์จากการปรับเพิ่มค่าโดยสารของบริษัทนำเที่ยวและรถทัวร์ในสิงคโปร์ รวมถึงการจับกุมกลุ่มลักลอบค้าน้ำมันดีเซลตามแนวชายแดนที่นำไปใช้ในกลุ่มชาวประมงไทย ซึ่งงบประมาณเหล่านี้เป็นภาษีที่ชาวมาเลเซียต้องจ่าย แต่ชาวต่างชาติกลับได้ประโยชน์ นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนรถยนต์ที่ผลิตในมาเลเซียระหว่างปี 2555-2563 มีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลที่สวนทาง เพราะประเทศเพื่อนบ้านใช้น้ำมันดีเซลอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน แต่ยืนยันว่าการลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเป็นนโยบายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณและนำภาษีกลับมาสู่ประชาชน