กรมศุลกากรจีนยึดหนังสือที่ตีพิมพ์แผนที่ที่ให้ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับเขตอธิปไตยของจีน

สนข.Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากบัญชี WeChat ของกรมศุลกากรจีนในมณฑลฟูเจี้ยนเมื่อ 24 พ.ย.67 ว่า จนท.ได้ตรวจยึดหนังสือจำนวน 3 เล่ม ในระหว่างการตรวจสอบพัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากพบว่าตีพิมพ์ข้อมูลผิดพลาด แผนที่ในหนังสือระบุว่าไต้หวันเป็นสถานะเป็นประเทศ ทั้งยังไม่ตีพิมพ์เส้นประที่แสดงถึงเขตอธิปไตยของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการจีนเดียว ลดทอนอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติอย่างร้ายแรง เนื่องจากแผนที่ถือเป็นหลักฐานชั้นต้นที่สำคัญที่แสดงถึงเขตแดนและอธิปไตยของประเทศทั้งทางการเมือง วิทยาศาสตร์ และกฎหมาย ซึ่งกรมศุลกากรมีอำนาจตามกฎหมายที่จะตรวจยึดหนังสือและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

Elon Musk วิจารณ์กฎหมายการควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของออสเตรเลีย

นาย Elon Musk ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม X (เดิมชื่อ Twitter)  ได้วิจารณ์กฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

สหรัฐฯ พบการโจมตีทางไซเบอร์ของจีนที่มุ่งเป้าไปบริษัทโทรคมนาคมหลายแห่งในสหรัฐฯ

FBI และ CISA ตรวจพบการการโจมตีทางไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์จีน เมื่อ 13 พ.ย.67 ซึ่งมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายของบริษัทโทรคมนาคมหลายแห่งในสหรัฐฯ กลุ่มแฮ็กเกอร์เข้าถึงข้อมูลที่ส่งไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงบันทึกการโทรและการสื่อสารของลูกค้า

อิสราเอลยกระดับคำเตือนชาวอิสราเอลที่เดินทางท่องเที่ยวในไทย

นสพ.The Times of Israel ของอิสราเอล รายงานถึงกรณีสภาความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล (NSC) ยกระดับคำเตือนการเดินทางท่องเที่ยวในไทยเป็นระดับ 2 เมื่อวานนี้ โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่อชาวอิสราเอลที่ยังคงมีอยู่ หลังจาก NSC ออกคำเตือนฉบับแรกเมื่อ 12 พ.ย. 67 ทั้งนี้ ภัยคุกคามไม่ได้รุนแรงขึ้น แต่เป็นการปรับปรุงคำแนะนำสำหรับชาวอิสราเอลในไทย โดยแนะนำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมาตรการป้องกัน และหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล

รัสเซียจะยังคงทดสอบระบบขีปนาวุธพิสัยกลางชนิดใหม่เป้าหมายโจมตียูเครน

สนข.Al Jazeera รายงานเมื่อ 22 พ.ย.67 อ้างแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่า รัสเซียจะยังคงทดสอบระบบขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงชนิดใหม่ “Oreshnik” ในพื้นที่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน หลังจากทดลองใช้ครั้งแรกในการโจมตียูเครนเมื่อ 21 พ.ย.67   การใช้งานระบบขีปนาวุธฯ จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การสู้รบและการประเมินลักษณะของภัยคุกคามที่มีต่อรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียมีจำนวนยุทโธปกรณ์ชนิดดังกล่าวอย่างเพียงพอ และพร้อมใช้งาน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างหารือกับชาติพันธมิตรตะวันตกเพื่อรับมือและตอบโต้กับการโจมตีด้วยระบบขีปนาวุธชนิดใหม่ของรัสเซีย

ผู้ประกอบการจีนอ้างแรงงานไทยไม่มีคุณภาพจึงต้องจ้างแรงงานจีนแทน

ผู้ประกอบการจีนในภาคอุตสาหกรรมโรงงานเปิดเผยสถานการณ์การลงทุนในไทยกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนสูงกว่าการผลิตในจีน โดยเป็นต้นทุนจากค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก และค่าจ้างแรงงานจีนเพื่อมาทดแทนแรงงานไทย โดยเฉพาะในตำแหน่งระดับบริหาร สาเหตุเป็นเพราะที่ผ่านมาแรงงานคนไทยมีประสิทธิภาพการควบคุมดูแลต้นทุนการผลิตสินค้าด้อยกว่าความคาดหวังของนายจ้าง

เมียนมาเตรียมส่งแรงงานไปทำงานในรัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 24 พ.ย.67 ว่า หน่วยงาน Myanmar Overseas Employment Agencies Federation (MOEAF) ของเมียนมากำลังประสานงานกับรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งแรงงานเมียนมาไปทำงานในรัสเซีย โดยเน้นแรงงานด้านอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร และปศุสัตว์ ขณะที่รัสเซียสนับสนุนการสอนภาษารัสเซียขั้นพื้นฐานแก่แรงงานเมียนมากลุ่มดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการส่งออกแรงงานเมียนมาไปยังรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดแรงงานแห่งใหม่ของเมียนมา จากเดิมแรงงานเมียนมานิยมไปทำงานในไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ตอ.กลาง จีน และเกาหลีใต้

สงครามรัสเซีย-ยูเครน เข้าสู่สภาวะใหม่ เมื่อยูเครนจะใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลของอเมริกา

ระหว่างนี้ทั่วโลกกำลังสนใจนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะกลับไปใช้แนวทางบริหารและวางนโยบายเหมือนเดิมหรือไม่!? และที่สำคัญคือจะส่งผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ … แต่!!..บทความนี้อยากชวนมองบทบาทที่เหลืออยู่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ที่จะต้องลงจากตำแหน่งเร็ว ๆ นี้ แถมกำลังเป็นรัฐบาลที่อยู่ในสภาพ “เป็ดง่อย”

Patriot Park นิทรรศการประวัติศาสตร์อาวุธของรัสเซีย

   Int พาเที่ยว ชวนไปเดินเรียนรู้ประวัติศาสตร์รัสเซียผ่านอาวุธที่เก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต ณ Patriot Park ใกล้กรุงมอสโก

เมียนมามีสถิติเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก

องค์กรรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการห้ามทุ่นระเบิด (International Campaign to Ban Landmines-ICBL) ซึ่งเผยแพร่รายงาน Landmine Monitor เมื่อ 20 พ.ย.67 ว่า เมียนมามีเหยื่อจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก โดยเมื่อปี 2566 พบว่า มีคนในเมียนมาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและเศษวัตถุระเบิด จำนวน 1,003 คน (ไม่ระบุยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ )  กองทัพเมียนมาและกองกำลังกลุ่มต่อต้านใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลังเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 เป้าหมายคือ โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เมื่อปี 2566 มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดทั่วโลก อย่างน้อย 5,757 คน ซึ่งรองจากเมียนมาคือ ซีเรีย 933 คน อัฟกานิสถาน 651 คน และยูเครน 580 คน