ปี 2568 ปีสดใสของการท่องเที่ยวไทย : ต้องไม่ลืมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

ดูเหมือนว่าทุกยุคทุกสมัย ประเทศไทยก็พูดกันซ้ำ ๆ ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เราก็ได้รับบทเรียนอย่างเจ็บปวดอย่างยิ่งจากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรควิด-19 ที่ไทยเราต้องปิดประเทศ และกิจกรรมทางกายภาพในการติดต่อระหว่างประเทศต้องลดลงไปอย่างมาก มีสถิติกันทีเดียวว่า การแพร่ระบาดในไทยที่เริ่มในธันวาคม 2562 ทำให้ปี 2563 เศรษฐกิจไทยหดตัวถึงร้อยละ 6.1 โดยภาคบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหดตัวมากที่สุด มองไปในปี 2568 จะเป็นปีสดใสของการท่องเที่ยว…. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยมากกว่า 39 ล้านคน จากที่ตั้งเป้าในปี 2567 ไว้ 30-35 ล้านคน และรายได้จะเพิ่มเป็น 3.4 ล้านล้านบาท จาก 3 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ หากมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากกว่า 39 ล้านคน ก็จะทำลายสถิติเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เลยทีเดียว ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.8 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศ 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 18 ของ GDP เลยทีเดียว ความพร้อมของสนามบินของไทยเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ความฝันของไทยในการจะใช้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ…

ศาลเกาหลีใต้อนุญาตฝากขังประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล

สนข. Yonhap รายงานเมื่อ 20 ม.ค.68 ว่า จนท.นำตัวประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ ฝากขังที่สถานกักกันในเมืองอึยวัง จ.คย็องกี ทางใต้ของกรุงโซล โดยไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมนอกจากทีมกฎหมาย หลังศาลแขวงกรุงโซลอนุญาตฝากขังตามคำร้องของสำนักงานสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง (Corruption Investigation Office for High-ranking Officials-CIO) ของเกาหลีใต้ เมื่อ 19 ม.ค.68 ซึ่งจะขยายระยะเวลาควบคุมตัวประธานาธิบดียุนเป็น 20 วัน นับแต่จับกุมเมื่อ 15 ม.ค.68 เพื่อให้ CIO สอบสวนเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการร่างคำฟ้องในความผิดฐานเป็นกบฏ จากการประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อ 3 ธ.ค.67 ให้ศาลพิจารณา

กลุ่มกบฏในโคลอมเบียก่อเหตุโจมตี

สนข. AP รายงานเมื่อ 20 ม.ค.68 ว่ากองทัพโคลอมเบียเตรียมส่งกำลังพล 5,000 นาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ในภูมิภาคคาตาตัมโบ ซึ่งเกิดเหตุโจมตีระหว่างกลุ่มกบฏ National Liberation Army (ELN) กับอดีตสมาชิกกลุ่มกบฏ Revolutionary Armed Forces of Colombia (FARC) ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย ด้านนายวิลเลียม วิลลามิซาร์ ผู้ว่าการเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ ในภูมิภาคดังกล่าวระบุว่า ประชาชนบางส่วนอพยพไปยังเมืองทิบู ซึ่งมีศูนย์พักพิงหลายแห่ง หรือข้ามชายแดนไปยังเวเนซุเอลา ขณะที่นายอีวาน วาลาเกซ รมว.กห.โคลอมเบีย เดินทางไปยังเมืองคูคูตาในเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ เพื่อจัดประชุม จนท.ด้านความมั่นคงและเจรจาให้กลุ่มกบฏหยุดยิง

แอฟริกาใต้จะไม่ถอนคำร้องให้ ICJ สอบสวนกรณีอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

นาย Ronald Lamola รมว.กต.แอฟริกาใต้ เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 20 ม.ค.68 ว่า แอฟริกาใต้ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส แต่ยังมีประเด็นท้าทายคือการปฏิบัติตามข้อตกลง แอฟริกาใต้เรียกร้องให้หยุดยิงและแก้ไขความขัดแย้งตามแนวทาง 2 รัฐ (Two-state solution)  ซึ่งหากข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับการตอบรับเร็วกว่านี้ ก็คงไม่มีประชาชนถูกกองทัพอิสราเอลสังหารมากเช่นนี้ในห้วง 15 เดือนที่ผ่านมา  ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า แอฟริกาใต้จะยังไม่ถอนคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice-ICJ) ให้สอบสวนกรณีอิสราเอลละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 (Convention on the Prevention and Punishment of the Crime of Genocide-CPPCG) ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาตลอดห้วง 15 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งICJอยู่ระหว่างการไต่สวน

มาเลเซียจะส่งชาวปาเลสไตน์ที่เข้ารับการรักษาในประเทศกลับฉนวนกาซา

ดาโต๊ะ ซรี อะห์หมัด ซาฮิด ฮามีดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 19 ม.ค. 68 ว่า มาเลเซียเตรียมส่งตัวชาวปาเลสไตน์ที่บาดเจ็บและเข้ารับการรักษาในมาเลเซียพร้อมครอบครัว รวม 127 คน กลับฉนวนกาซา ในช่วงที่อิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรก เนื่องจากผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษาหายเป็นปกติ และแสดงความประสงค์กลับถิ่นฐานเดิม โดย กต.และกห.มาเลเซีย จะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังเหตุชาวปาเลสไตน์แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะพำนักอยู่ในมาเลเซีย