มาเลเซียกับการเป็นประธานอาเซียนในปี 2568 จะไปในทิศทางใด

มาเลเซียเริ่มเป็นประธานอาเซียนในปี 2568 แล้ว เมื่อ 1 มกราคม 2568 และจะสิ้นสุดใน 31 ธันวาคม 2568 การเป็นประธานอาเซียนจะหมุนเวียนตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ วาระละ 1 ปี  ไทยเป็นประธานอาเซียนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ต่อด้วยเวียดนาม 2563  และปี 2564 บรูไน  และส่งไม้ต่อให้กัมพูชาในปี 2565 อินโดนีเซียในปี 2566 สปป.ลาวในปี 2567 และมาเลเซียในปี 2568  ฟิลิปปินส์ที่จะเป็นประธานอาเซียนแทนเมียนมาในปี 2569  สำหรับมาเลเซียเป็นประธานอาเซียนในปี 2568 นี้ เป็นครั้งที่ 5 (ปี 2550 2540 2548 และ2558) หากจะว่าไปตามหลักการแล้ว การดำเนินการและบทบาทของอาเซียนในปี 2568 ก็มีกฎบัตรอาเซียนในการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ASEAN Unity และ ASEAN Centrality รวมทั้งยังมี 3…

แคนาดาเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงปี 2568

 แคนาดา ประเทศขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกกำลังจะเจอความท้าทาย 2 เรื่อง 2 ด้านพร้อมกันในปี 2568 คือ การเมืองภายใน และการเป็นประธาน G7…ความท้าทายนี้แคนาดาจะรับมือไหวหรือไม่!? และจะเผชิญวิกฤตอะไรเพิ่มเติมจากจีนและอเมริกาหรือเปล่า? …ร่วมแชร์ความเห็นกันใน Int Podcast ครับ

มาเลเซียตั้งภาษีนำเข้าพลาสติก PET จากจีนและอินโดนีเซียเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดที่ไม่เป็นธรรม

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 7 ม.ค.68 ว่า มาเลเซียจะบังคับใช้อัตราภาษีเพื่อป้องกันการทุ่มตลาด เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 7 ม.ค.-6 พ.ค.68 ที่ร้อยละ 6.33-37.44 สำหรับพลาสติกประเภท Polyethylene Terephthalate (PET) ที่นำเข้าจากจีนและอินโดนีเซีย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม หลังพบว่าพลาสติก PET ที่นำเข้าจากจีนและอินโดนีเซีย ตั้งราคาจำหน่ายต่ำกว่าราคาตลาดในประเทศมาก

ออสเตรเลียเตือนประชาชนระวังการติดเชื้อโรคหัดที่ระบาดในเวียดนามและไทย

สนข.ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 8 ม.ค.68 ว่า สาธารณสุขรัฐวิกทอเรียของออสเตรเลีย ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการระบาดของโรคหัด หลังพบผู้ป่วย รวม 3 ราย ในรัฐวิกทอเรีย ตั้งแต่ 27 ธ.ค.67 โดยทั้งหมดมีประวัติเดินทางไปประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ก่อนหน้านี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนสแลนด์ได้ประกาศแจ้งเตือนการระบาดเช่นเดียวกันตั้งแต่เมื่อ 24 ธ.ค.67 ออสเตรเลียยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคหัดที่เพิ่มมากขึ้นในเวียดนามและไทย โดยในเวียดนามพบผู้ป่วยมากขึ้น 130 เท่า ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ในไทยมีรายงานผู้ป่วย 7,507 คน เพิ่มขึ้นจาก 38 คน เมื่อปี 2566 พร้อมกันนี้ ออสเตรเลียแนะนำประชาชนให้เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ให้ครบจำนวน 2 โดส โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รัฐสภาสหรัฐฯ รับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 อย่างเป็นทางการ

รัฐสภาสหรัฐฯ นำโดยนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีและประธานวุฒิสภาสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 6 ม.ค.68 รับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 5 พ.ย.67 โดยว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะด้วยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 312 ต่อ 226 เสียง การรับรองผลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ต่างจากเมื่อ 6 ม.ค.64 ที่กลุ่มผู้สนับสนุนว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประมาณ 2,000 คน บุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางการรับรองผลการเลือกตั้งปี 2563 ที่ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนได้รับชัยชนะ ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่ห้วง 6 ม.ค.68 จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใน 20 ม.ค.68

ผู้นำยุโรปวิจารณ์นายอีลอน มัสก์

  ผู้นำและ รมว.หลายประเทศในยุโรป อาทิ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร และนายโอลาฟ ชอลซ์ นรม.เยอรมนี วิจารณ์นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.เทสลา อย่างรุนแรง เกี่ยวกับการพยายามแทรกแซงทางการเมืองในยุโรปอย่างชัดเจน เฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรป โดยในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา นายมัสก์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า นายสตาร์เมอร์ ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง นรม.รวมถึงมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่กระทำโดยชายชาวปากีสถาน อีกทั้งยังแสดงท่าทีสนับสนุนพรรคขวาจัดอย่างพรรค AfD ของเยอรมนี และเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปมีอำนาจมากขึ้น พร้อมโจมตีว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission-EC) เป็นองค์กรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

อินโดนีเซียสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกในภูมิภาค

อินโดนีเซีย ประเทศหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มแผนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเลี้ยงคนทั้งประเทศ จะสร้างที่ไหน อย่างไร และที่สำคัญคือจะปลอดภัยหรือไม่!? ติดตามได้ใน Int Podcast ครับ

Food waste สามารถบริหารจัดการได้เพื่อเป้าหมาย SDGs ให้กับโลก

  Food waste หรือขยะอาหารปริมาณมาก …ยังเป็นปัญหาที่สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการทรัพยากรไปจนถึงปี 2568 และต่อไปอีกหลาย ๆ ปี   ในขณะที่มีอาหารเหลือทิ้งจำนวนมาก แต่ก็มีประชากรที่ขาดแคลนหรือไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้กว่า 800 ล้านคน   อาหารเหลือทิ้ง เน่าเสีย และไม่ได้ถูกบริโภค ถูกทิ้งเป็นขยะทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1.3 พันล้านตันต่อปี  นอกจาก Food waste แล้ว ก่อนที่จะมาถึงขั้นตอนการบริโภค ก็ยังมีขยะอาหารที่ถูกทิ้งไว้ตลอดระยะทางระหว่างการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว ขนส่ง จนเป็น Food loss หรือการสูญเสียอาหารเกิดขึ้นก่อนที่อาหารจะถึงผู้บริโภค เช่น กระบวนการเพาะปลูกและแปรรูปทำให้สูญเสียผลผลิตไปไม่ต่ำกว่า 50% เพียงเพราะแค่ดูไม่สวยงาม หรือน่ารับประทานเท่านั้นเอง ตั้งแต่เริ่มการเพาะปลูก สิ่งสำคัญที่เกษตรกร รวมทั้งนักลงทุนต้องคิด  คือ อัตราการงอกของต้นพืชผักออกจากเมล็ด มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยการหยอดเมล็ดพันธุ์ 2-3 เมล็ดต่อ 1 หลุมเพาะ เพื่อรับประกันอัตราการงอก 100% และหากเป็นเมล็ดพันธุ์นั้น มีความสมบูรณ์งอกขึ้นมา 2 ต้น ก็ต้องคัดเลือกต้นที่ดูอ่อนแอทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์ที่สุดได้เจริญเติบโตต่อไป จนเริ่มผลิตดอกและออกผล…

วาทกรรมของนายทรัมป์ก่อนรับตำแหน่งในปี 2568 : ยึดแคนาดา คลองปานามา และเกาะกรีนแลนด์

ก่อนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 20 มกราคม 2568 วาทกรรมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ร้อนแรงทีเดียวในห้วงส่งท้ายปี 2567 โดยประกาศจะยึดแคนาดา ยึดคลองปานามา และยึดเกาะกรีนแลนด์ แต่วาทกรรมของนายทรัมป์ ที่เป็นจะเป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่วาทกรรมข่มขู่ และต่อรองเพียงอย่างเดียว แต่มีนัยแอบแฝงในเชิงยุทธศาสตร์อยู่ด้วย ได้แก่ เมื่อ 18 ธันวาคม 2567 ประกาศจะยึดแคนาดา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ โดยว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ลงใน Truth Social ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียของตนเองว่า ชาวแคนาดาจำนวนมากต้องการให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เพราะว่าไม่ต้องการถูกเก็บภาษีสินค้าในราคาสูง และต้องการได้รับการคุ้มครองทางทหาร  ซึ่งได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกหลายครั้ง แม้กับนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรี แม้การที่แคนาดาจะเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เป็นไปได้น้อยมาก  แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณจากว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ไปถึงรัฐบาลแคนาดาว่า สหรัฐฯ มีอิทธิพลเหนือกว่า แม้จะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากแคนาดามากเป็นอันดับ 1 และแคนาดายังมีทรัพยากรและแร่ธาตุหายากที่สหรัฐฯ ต้องการเป็นจำนวนมากที่นำไปใช้ในภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งระยะหลังจีนห้ามไม่ให้มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เมื่อ…

งบประมาณด้านกลาโหมของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์ asiapacificdefencereporter.com เมื่อ 5 ม.ค.68 อ้างรายงานของ GlobalData ที่ระบุว่า ระหว่างปี 2563-2567 สิงคโปร์ได้จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหม จำนวน 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 3.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพื่อใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงศักยภาพของกองทัพให้ทันสมัย เฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้ออาวุธและเทคโนโลยีที่สำคัญ อาทิ เครื่องบินรบ F-35A/B เพื่อทดแทนฝูงบิน F-16 เรือดำน้ำชั้น Invincible (Type 218SG)  ยานเกราะต่อสู้รุ่น Hunter เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพบก และเรือรบ Multi-Role Combat Vessels (MRCVs) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเล   รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2572  งบประมาณด้านกลาโหมของสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นสูงอีก ประมาณ 19,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสิงคโปร์ในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน