ตอนที่ 3 การติดต่อกับหม่องชิดตู่

การติดต่อกับหม่องชิดตู่ ต้องกระทำผ่านคนกลางซึ่งอำพรางตัวเป็นพ่อค้าเปิดร้านขายของอยู่ที่ตลาดพาเจริญในตัวเมืองแม่สอด ซึ่งการจะได้พบกับคนกลางที่ว่านี้ก็ต้องอาศัยเครือข่ายที่เป็นคนท้องถิ่นย่านนั้นช่วยแนะนำให้อีกที พอได้พูดคุยกันซักพักก็ได้คำตอบสุดท้ายว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์จะแจ้งกลับมาว่าชิดตู่จะให้พบได้หรือไม่? อย่างไร?
เวลาผ่านไปแค่ 2 วัน คนกลางก็ติดต่อมาบอกว่าพวกเขาได้ตรวจสอบและรายงานให้ชิดตู่ทราบแล้ว เขายินดีพบกับเราในวันพรุ่งนี้เลย

ตอนที่ 2 ณ หมู่บ้านก๊กโก่

หมู่บ้านก๊กโก่ เมื่อ 25-30 ปีที่แล้วมีแต่ไม้ซุงกองซ้อนสูงเท่ากับตึก 3-4 ชั้น เวลาชักลากไม้จะมีฝุ่นทรายคลุ้งไปไกลถึงพื้นที่ฝั่งไทยที่อำเภอแม่สอด แล้วรู้ไหมว่าการทำไม้เขาทำกันทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรผู้มีอำนาจจะเปลี่ยนนโยบาย ถ้าสมัยนั้นคนรู้จัก PM 2.5 คงได้ประท้วงกันวุ่นวายเพราะนอกจากการทำไม้ที่ทำให้เกิดฝุ่นเป็นหมอกขาวแล้วยังมีการเข้า-ออกของฝูงวัวควายเป็นร้อยเป็นพันที่ทำให้เกิดฝุ่นตลบอบอวล วัวควายเหล่านี้ต้อนมาจากพื้นที่ชั้นในของพม่ามาคลิปหูเช็คยอดก่อนข้ามพรมแดนเข้ามาขายในประเทศไทย

ตอนที่ 1 เรื่องราวของหม่องชิดตู่

เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ผมอยากเจอชิดตู่ เพราะไปได้รูปภาพมารูปหนึ่งเป็นรูปกระสอบปุ๋ยเรียงเป็นตั้งๆ ราวๆ 7-10 ใบ ข่าวว่าเป็นยาบ้าของหม่องชิดตู่ หัวหน้ากะเหรี่ยง DKBA คุมพื้นที่ทำไม้ที่บ้านก๊กโก่ ทางเหนือของเมียวดี ตอนนั้นชื่อเสียงของชิดตู่ดังกระฉ่อน หลังจากที่เขากล้าต่อกลอนกับลุงทินหม่อง ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 7 ทหารกะเหรี่ยง KNU ที่จริงแล้วสองคนนี้เขาเคยเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาก่อนสมัยที่ค่ายมาเนอปลอของ KNU ยังไม่แตก ชิดตู่เป็นลูกน้องรักของพันเอกทินหม่อง เขารบกับพม่ามาด้วยกัน แต่วันหนึ่งพม่าส่งพระอูตูสะนะมาสลายการปฏิวัติของกองทัพกะเหรี่ยง ส่งผลให้กะเหรี่ยงพุทธแยกออกมาจากกะเหรี่ยงคริสต์ มาตั้งกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA เมื่อปี 2537 แล้วพาทหารพม่าย้อนไปตีค่ายมาเนอปลอแตกเมื่อปี 2538

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก ก.พ.68

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2568
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

DeepSeek: สิ่งที่ทำให้วงการเอไอในสหรัฐฯ ปั่นป่วน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ แต่หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ AI ของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญคือการปรากฏตัวของ “DeepSeek” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา AI จากจีนที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ความก้าวหน้าของ DeepSeek ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงพลังทางเทคโนโลยีของจีนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรม AI โลก DeepSeek เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model–LLM) ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมนักวิจัยจากจีน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้าง AI ที่สามารถเข้าใจและใช้ภาษาธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบได้กับ GPT-4 ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic แม้ว่าผลิตภัณฑ์ AI จากจีนจะถูกมองว่าอยู่ในระดับรองจากเทคโนโลยีของตะวันตกมาโดยตลอด แต่ DeepSeek กลับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่ง ทั้งในด้านความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถในการสร้างเนื้อหา และการทำความเข้าใจบริบทของภาษาที่หลากหลาย สิ่งที่ทำให้วงการ AI ในสหรัฐฯ ต้องจับตามอง DeepSeek อย่างใกล้ชิดคือการที่มันถูกพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรของจีนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกโมเดลไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเอง นอกจากนี้…