สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาเป็นร้อยละ 25

คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 25 มี.ค. 68  ได้มีมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่ร้อยละ 25 ทั้งการนำเข้าโดยตรงจากเวเนซุเอลา และผ่านประเทศที่สาม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 เม.ย. 68  ด้วยเหตุผล  1) เวเนซุเอลาไม่สามารถจัดการปัญหากลุ่มอาชญากรรม Tren de Aragua ที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวก่ออาชญากรรมรุนแรงในสหรัฐฯ ตลอดจนลอบสังหารบุคลากรและผู้เห็นต่างจากรัฐบาลเวเนซุเอลา  และ 2) ความไม่ชอบธรรมของการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร   มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา อาทิ จีน สเปน อินเดีย รัสเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ขณะที่สหรัฐฯ ก็นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาเช่นกันประมาณ 8.6 ล้านบาร์เรล จากปริมาณการนำเข้าทั้งหมด 202 ล้านบาร์เรลเมื่อ ม.ค.6

จีนประกาศแนวทางส่งเสริมการใช้กฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรจากต่างชาติ

นสพ.South China Morning Post รายงานเมื่อ 24 มี.ค.68 อ้างผลการประชุมคณะมนตรีแห่งรัฐของจีนในวันเดียวกันว่า นรม.หลี่ เฉียง ลงนามในประกาศแนวทางส่งเสริมการใช้กฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรจากต่างชาติ (Anti-Foreign Sanction Law)  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 มี.ค.68 เพื่อเตรียมรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของจีนให้สามารถกำหนดมาตรการตอบโต้ได้อย่างเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพ รวมถึงกำหนดอัตราโทษ ตั้งแต่ยึด กักขัง และอายัดทรัพย์สินของบุคคลหรือหน่วยงาน ห้าม/จำกัดการทำธุรกรรม หรือให้ความร่วมมือด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงอนุญาตให้ใช้มาตรการที่จำเป็นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรจากต่างชาติของจีนที่ประกาศใช้เมื่อปี 2564 โดยอนุญาตให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ถูกบังคับใช้มาตรการตอบโต้การคว่ำบาตรจากจีนสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอระงับ แก้ไข หรือยกเลิกมาตรการได้ โดยต้องแสดงหลักฐานว่าได้แก้ไขพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว

กลุ่มผู้ประท้วงกฎหมายทหารของอินโดนีเซียก่อเหตุปะทะ จนท.ตำรวจ

สนข.เอเอฟพี รายงานว่า เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างตำรวจอินโดนีเซียและผู้ชุมนุมประท้วง ที่คัดค้านกฎหมายทหาร บริเวณหน้าอาคารรัฐบาล ที่สุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก เมื่อ 24 มี.ค.68  นักศึกษาและนักเคลื่อนไหวประมาณ 1,000 คน ที่ชุมนุมประท้วงได้ว้างปาไม้ ก้อนหิน และระเบิดขวดใส่ จนท. ซึ่งใช้ปืนฉีดน้ำสลายการชุมนุม เมื่อ 19.00 น. นาย Fatkhul Khoir นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนจากคณะกรรมการเพื่อผู้สูญหายและเหยื่อความรุนแรง ระบุว่ายังไม่สามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ชุมนุม 25 ราย ที่ถูกควบคุมตัว ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวที่รัฐสภาเห็นชอบเมื่อ 20 มี.ค.68 ซึ่งอนุญาตให้ทหารดำรงตำแหน่งที่สงวนไว้สำหรับพลเรือนเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งทางทหาร นำไปสู่การชุมนุมประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศ  เพราะกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้ จะขยายอำนาจให้ทหารแทรกแซงกิจการพลเรือนมากเกินไป

ญี่ปุ่นประท้วงแถลงการณ์ กต.จีน อ้างคำพูด นรม.ญี่ปุ่น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

สนข.Japan Today รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนายฮายาชิ โยชิมาซะ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น เมื่อ 24 มี.ค.68 ว่า ญี่ปุ่นประท้วงจีนกรณีแถลงการณ์ ของเว็บไซต์ กต.จีน อ้างคำพูดของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่นระหว่างพบปะกับนายหวัง อี้ รมว.กต.จีน เมื่อ 21 มี.ค.68 ที่กรุงโตเกียวว่าไม่ถูกต้อง ที่อ้างคำพูด นรม.ญี่ปุ่น ว่า ญี่ปุ่นเคารพต่อจุดยืนของจีนในประเด็นต่าง ๆ  ภายหลัง รมว.กต.จีน เน้นย้ำให้ญี่ปุ่นควรปฏิบัติตามพันธกรณีทางการเมืองที่สำคัญในประเด็นทางประวัติศาสตร์และประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน โดยเลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น กล่าวว่า นรม.ญี่ปุ่นไม่ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว และเรียกร้องให้จีนลบข้อความที่ไม่ถูกต้องออกทันที

นักท่องเที่ยวอินเดียจะมาไทยมากขึ้นในปี 2568 : ตั้งเป้าหมาย 2.3 ล้านคน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเมื่อปี 2567 ที่ติดอันดับสูงสุด 3 อันดับแรก คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย  ทำไมถึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถึงชอบมาไทย และจะเป็นไปได้ไหมว่าจำนวนชาวอินเดียจะเดินทางมาเที่ยวไทยถึง 2.3 ล้านคนในปี 2568  ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยตั้งเป้าหมายไว้ หลังจากเมื่อปี 2567 นักท่องเที่ยวอินเดียทำสถิติท่องเที่ยวไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 2.1 ล้านคน และมีค่าเฉลี่ยต่อหัว 34,920 บาท/คน/เที่ยว ทำไมไทยเราถึงต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอินเดียอย่างมากในปี 2568 อาจจะตอบได้ว่าไทยมองเห็นเทรนด์ที่ชาวอินเดียชอบเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศมากขึ้นด้วย โดยรายงาน Economic Impact 2024 ของ World Travel & Tourism Council ระบุว่าปี 2567 นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จะใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ขณะเดียวกันไทยก็ให้ความสำคัญกับปี 2568 ว่า “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว”ปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น…