ความตกลง “มาร์อะลาโก้”

2 เมษายนนี้จะเป็นวันปลดแอกของสหรัฐ ถ้าเอาตามที่พี่ทรัมพ์ว่า วันนั้นจะมีการประกาศแพ็คเกตรายชื่อกับรายการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐโดยเล็งไปที่ 15 ประเทศแรกที่สหรัฐมองว่าเอาเปรียบเขาก่อน จากนั้นยังไม่รู้ว่าจะมีมาตรการอะไรตามมาอีก และเชื่อได้ว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะโดนขึ้นภาษีเป็นผลให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นจนกระทบต่อยอดการส่งออกซึ่งเป็นตัวค้ำจุนเศรษฐกิจไทยที่ลุ่มๆดอนๆอยู่ขณะนี้ให้ต่ำเตี้ยลงไปอีก ถึงตอนนี้หลายๆคนคงอยากรู้ว่าทรัมพ์จะทำอะไรอีกที่จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก

รัสเซียและสหรัฐฯ ยังไม่มีการลงนามหลังการหารือประเด็นรัสเซีย-ยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุเมื่อ 24 มี.ค.68 ว่า ผู้แทนรัสเซียและสหรัฐฯ ยังไม่ได้ลงนามเอกสารใด ๆ หลังการหารือที่ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 24 มี.ค.68 ซึ่งเป็นวงปิด  โดยเน้นหารือเกี่ยวกับการประกันความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลดำและการรื้อฟื้นข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative ระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่สิ้นสุดลงเมื่อ 17 ก.ค.66 อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายตั้งใจจะร่วมมือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ในวันเดียวกัน นายเซอร์เกย์ เวอร์ชินิน รมช.กต.รัสเซีย พบหารือกับนางเรเบก้า กรินสแปน เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่กรุงมอสโก ในประเด็นความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลดำ รวมถึงการส่งออกธัญพืชและปุ๋ยของรัสเซียไปยังประเทศที่สาม ซึ่งไม่สามารถขนส่งผ่านท่าเรือของประเทศตะวันตกจากมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

รมช.กค.อินเดียเสนอให้ยกเลิกจัดเก็บภาษีโฆษณาออนไลน์จาก บ.เทคโนโลยีต่างชาติ

เว็บไซต์ The Indian Express รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 ว่า นาย Pankaj Chaudhary รมช.กค.เสนอร่างแก้ไขกฎหมายการเงินปี 2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยหนึ่งในร่างแก้ไข 35 ข้อนั้น ให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีโฆษณาออนไลน์ร้อยละ 6 จากบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ เช่น Apple, Amazon, Google และ Facebook (หรือ Google Tax) ตั้งแต่ 1 เม.ย.68 ทั้งนี้ อินเดียใช้อัตราภาษีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเรียกเก็บจากผู้ให้บริการที่มิใช่ผู้มีถิ่นพำนักในประเทศและให้บริการโฆษณาออนไลน์เกิน 1,168 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ สหรัฐฯ ซึ่งดำเนินการสอบสวนภาษีบริการดิจิทัลตั้งแต่ มิ.ย.63 พบว่าภาษีบริการดิจิทัลที่เรียกเก็บโดยออสเตรีย อินเดีย อิตาลี สเปน ตุรกี และสหราชอาณาจักร เป็นการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทดิจิทัลของสหรัฐฯ  ขัดต่อหลักการเก็บภาษีระหว่างประเทศ และสร้างภาระให้กับบริษัทของสหรัฐฯ

อิสราเอลมีแผนยึดฉนวนกาซาเพื่อกำจัดกลุ่มฮะมาสและปกครองพื้นที่

นสพ. Financial Times รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 ว่า พล.ท. Eyal Zamir ประธานเสนาธิการ กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้จัดทำแผนยึดครองฉนวนกาซาเพื่อกำจัดกลุ่มฮะมาสอย่างเบ็ดเสร็จและจะนำไปสู่การปกครองพื้นที่ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับการรายงานของ นสพ. Haaretz เมื่อ 21 มี.ค.68 โดยแผนการของ IDF ประกอบด้วย 1) การระดมกำลังบุกเข้ายึดพื้นที่และปราบปรามกลุ่มฮะมาส 2) การควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา 3) การผลักดันให้ประชากรกว่า 2 ล้านคนย้ายไปยัง Al-Mawasi ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งขนาดเล็กติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอิสราเอลกำหนดให้เป็นเขตมนุษยธรรม และ 4) IDF จะเข้าไปปกครองฉนวนกาซาในระยะยาวอีกครั้ง หลังจากถอนกำลังไปเมื่อปี 2548 ทั้งนี้ นสพ. Financial Times รายงานว่ามีการเสนอแผนการดังกล่าวต่อ ครม.ความมั่นคงอิสราเอลแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ

มาเลเซียไม่จ่ายเงินค่าไถ่ให้กลุ่มแฮกเกอร์ที่โจมตีระบบท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 มี.ค.68 ยืนยันรัฐบาลมาเลเซียจะไม่จ่ายเงินค่าไถ่ จำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 340 ล้านบาท) ให้กับกลุ่มแฮกเกอร์ที่ก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐวิสาหกิจบริหารท่าอากาศยาน Malaysia Airports Holdings Berhad (MAHB) เมื่อ 23 มี.ค.68 ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์บางส่วนของท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ล่มนาน 10 ชม. อย่างไรก็ดี นรม.อันวาร์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของกลุ่มแฮกเกอร์ และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

อาเซียนและจีนมีเศรษฐกิจที่น่าดึงดูดมากที่สุดในเอเชีย

สนข.ซินหัว รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 อ้างรายงาน “Asian Economic Outlook and Integration Progress 2025” ในห้วงการประชุมเอเชียโป๋อ่าว (Boao Forum for Asia-BFA) ประจำปี 2568  ระหว่าง 25-28 มี.ค.68 ที่มณฑลไห่หนาน จีน ย้ำว่า อาเซียนและจีนมีเศรษฐกิจที่น่าดึงดูดมากที่สุดในเอเชีย โดยมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (foreign direct investment-FDI) ร้อยละ 49.15 เมื่อปี 2566 ทั้งนี้ รายงานดังกล่าว ยังระบุเพิ่มเติมว่าจีนยังคงเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่มูลค่าการผลิตของโลก

ศรีลังกาสกัดขบวนการใช้วีซ่าปลอมลักลอบเข้าแคนาดา

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 ว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองศรีลังกาจับกุมชาวศรีลังกา 9 คน อายุระหว่าง 30–40 ปี ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Bandaranaike (BIA) กรุงโคลัมโบ เนื่องจากใช้วีซ่าปลอมเดินทางไปแคนาดา ซึ่งเป็นการลักลอบขนมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดที่ใช้เอกสารปลอมในประเทศ เหยื่อถูกหลอกให้จ่ายเงินค่าวีซ่าปลอมคนละ 4.5 ล้านรูปีศรีลังกา (ประมาณ 1,297,924 บาท) สำหรับ โดยก่อนออกเดินทาง เหยื่อทั้งหมดเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง Negombo ซึ่งต่อมา จนท.ตำรวจได้เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ประสานงานได้ ทั้งนี้ ผู้บงการเป็นอดีตชาวศรีลังกาที่พำนักอยู่ในโทรอนโต แคนาดา และดำเนินการผ่านนายหน้าในท้องถิ่น

ไต้หวันพร้อมรับมือกับปฏิบัติการทางทหารของจีน

เว็บไซต์สถานีวิทยุแห่งชาติไต้หวัน (RTI) รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 อ้างนายเวลลิงตัน คู รมว.กห.ไต้หวัน ให้ความเห็นต่อการรายงานของ นสพ.WSJ ที่ระบุว่า กองทัพจีนกำลังดำเนินยุทธศาสตร์ 5 ขั้นตอน เพื่อเตรียมพร้อมต่อการโดดเดี่ยวและกดดันไต้หวัน ระบุว่า ไต้หวันจะไม่นิ่งเฉย หากจีนปฏิบัติการปิดล้อมไต้หวัน โดยวางแผนรับมือกับทุกความเป็นไปได้ และไม่ประเมินภัยคุกคามจากจีนต่ำกว่าความเป็นจริง แต่การปิดล้อมไต้หวันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการค้าของโลกมากกว่าร้อยละ 50 ใช้เส้นทางผ่านภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จึงเชื่อมั่นว่าประชาคมระหว่างประเทศจะไม่นิ่งเฉย หากเผชิญกับภาวะความตึงเครียดดังกล่าว อย่างไรก็ดี ไต้หวันยึดมั่นในสันติภาพและการรักษาสภาวะที่เป็นอยู่ (status quo) ของช่องแคบไต้หวัน มีเพียงจีนที่กระทำการสั่นคลอนเสถียรภาพในภูมิภาค

กองกำลัง MNDAA เตือนชาวเมืองลาเสี้ยวในรัฐฉานตอนเหนือเฝ้าระวังการโจมตีทางอากาศ

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 25 มี.ค.68 ว่า ประชาชนเมืองลาเสี้ยวในรัฐฉานตอนเหนือ ได้รับคำเตือนผ่าน Facebook ของกลุ่มฟื้นคืนเมืองลาเสี้ยว ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชนชาติเมียนมา (MNDAA) หรือกลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ ให้ระมัดระวังและตื่นตัว เพราะกองทัพเมียนมาอาจปฏิบัติการโจมตีทางอากาศลงพื้นที่ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างผู้แทนรัฐบาลเมียนมากับผู้แทน MNDAA ที่มีจีนเป็นคนกลางจัดขึ้นที่มณฑลยูนนาน ระหว่าง 22-24 มี.ค.68 ไม่บรรลุผล เนื่องจากเมียนมาต้องการเมืองลาเสี้ยวคืนทั้งหมด ขณะที่ MNDAA ต้องการคืนเพียงบางส่วน