อินโดนีเซียจับกุมกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์หลอกลวงผ่านทางอินสตาแกรม

นสพ.Jakarta Globe รายงานเมื่อ 4 มี.ค.68 ว่า ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมชาย 4 คน ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองบาลิกปาปัน จังหวัดกาลิมันตันตะวันออก ในข้อหาก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยใช้วิธีส่งลิงก์ปลอม เสนอการตรวจสอบบัญชีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบโดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว จึงถูกควบคุมบัญชีอินสตาแกรมมากกว่า 300 บัญชี และนำมาข่มขู่เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1,029,092 บาท) แลกกับการกู้คืนบัญชี ตั้งแต่ 1 ล้านรูเปียห์ถึง 5 ล้านรูเปียห์ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามของบัญชี ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวถูกตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายข้อมูลและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 700 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1,440,743 บาท)

อำนาจละมุน (soft power) ของจีนน่าสนใจ น่าชื่นชม หรือน่าหวาดระแวง

            ไม่ว่าจีนจะขยับตัวทำอะไร ก็มักเผชิญกับการหรี่ตามองของหลายประเทศอย่างหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจ จึงไม่แปลกที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของจีน เฉพาะอย่างยิ่งสินค้านวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็มักจะทำให้เกิดความรู้สึก “เอะ” หรือฉุกคิดในทำนองว่าจะเป็นภัยคุกคามหรือไม่ โดยเฉพาะจากบรรดาชาติตะวันตก ตั้งแต่โดรน รถยนต์ไฟฟ้า แอปพลิเคชันยอดนิยมเช่น TikTok แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซน้องใหม่ที่ตีตลาดไปทั่วโลกอย่าง Temu จนถึง DeepSeek ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สัญชาติจีนที่มาแรงและกำลังแซง AI ของสหรัฐฯ รุ่นก่อนหน้า ยิ่งในยุคปัจจุบันที่จีนปล่อยนวัตกรรมที่มาจากการรังสรรค์ของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เป็นระยะและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดในและต่างประเทศ จนสั่นคลอนประเทศตะวันตกที่เป็นเจ้าตลาดเดิม ไม่เพียงสินค้าไฮเทคที่มีต้นกำเนิดในจีนที่ตกผู้บริโภคได้ทั้งในและต่างประเทศ แต่ผลงานการสร้างสรรค์ของจีนที่ออกมาในรูปศิลปะ วัฒนธรรม ภาพยนตร์แอนิเมชัน ซีรีส์ เกมส์ หรือแม้แต่อาร์ตทอย Pop Mart ก็ได้รับความนิยมและตอบรับจากผู้บริโภคชาวจีนและทั่วโลกไม่แพ้กัน จนอาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรม C-Pop (Chinese pop culture) กำลังขึ้นมาท้าชนเจ้าตลาดสินค้าที่ว่ากันว่าเป็นอำนาจละมุน (soft power) เดิมทั้ง J-Pop และ K-Pop รวมถึง Hollywood กระแสตอบรับ “Ne…

นาง Ursula von der Leyen ระบุว่ายุโรปต้องเสริมสร้างกำลังทางทหารอย่างเร่งด่วน

ถ้อยแถลงของนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หลังการประชุมสุดยอดเพื่อสนับสนุนยูเครนที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อ 2 มี.ค.68 ว่ายุโรปต้องเสริมกำลังทางทหารและเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง หลังจากมีงบประมาณไม่เพียงพอมานาน การเพิ่มการลงทุนในภาคการป้องกันสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของยุโรป และสนับสนุนให้สมาชิกเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ ยังย้ำความสำคัญในการแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่ายุโรปพร้อมจะปกป้องประชาธิปไตย ขณะที่นาย Mark Rutte เลขาธิการ NATO ระบุหลังการประชุมว่า ผู้นำบางคนเริ่มจัดทำแผนการใช้จ่ายด้านการป้องกันใหม่แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ผู้นำแต่ละคนจะเปิดเผยเอง การเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงในการประชุมครั้งนี้ พร้อมกับการหารือเกี่ยวกับแนวทางสู่สันติภาพสำหรับสงครามในยูเครนกับรัสเซีย

อิสราเอลจะเริ่มก่อสร้างรั้วตามแนวพรมแดนติดกับจอร์แดน

นาย Israel Katz รมว.กห.อิสราเอล แถลงขณะเยือนหุบเขาจอร์แดน เมื่อ 3 มี.ค.68 ว่า จะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วกั้นบริเวณพรมแดนด้าน ตอ.ของอิสราเอล ติดกับจอร์แดน มูลค่าประมาณ 1,445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดนและต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในการป้องกันการลักลอบขนอาวุธเข้าไปยังเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครองอยู่ รวมถึงป้องกันเหตุก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทั้งนี้ รั้วดังกล่าวจะมีความยาวประมาณ 425 กม. จากทางใต้ของที่ราบสูงโกลันผ่านเขตเวสต์แบงก์ ไปจนถึงบริเวณทะเลทราย Samar ทางตอนเหนือของเมือง Eilat ในอิสราเอล นาย Katz ระบุเพิ่มเติมว่า จะมีการตั้งฐานที่มั่นทางทหารของ กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) ตลอดแนวรั้วกั้น เพื่อรองรับการเสริมกำลังเข้าไปประจำการในพื้นที่ดังกล่าว  

อิหร่านเตือนตุรกี ที่แสดงความเห็นเชิงลบต่อกัน

แถลงการณ์ของ กต.อิหร่าน เมื่อ 3 มี.ค.68 ว่า นายมะห์มูด ฮัยดะรี ผู้ช่วย รมว.กต.อิหร่าน พบหารือกับนาย Hicabi Kırlangıç ออท.ตุรกี/กรุงเตหะราน หลังจากเกิดกรณีที่นาย Hakan Fidan รมว.กต.ตุรกี ให้สัมภาษณ์ สนข. Al Jazeera เมื่อ 26 ก.พ.68 พาดพิงถึงอิหร่านว่าดำเนินนโยบายต่างประเทศผ่านการใช้ กกล.ติดอาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเรียกร้องให้อิหร่านเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวและเลิกครอบงำประเทศอื่น ทั้งนี้ นายฮัยดะรีเตือน ออท.ตุรกี/กรุงเตหะราน ว่า ตุรกีควรคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างอิหร่านกับตุรกีและสภาพการณ์ปัจจุบันในภูมิภาคที่มีความละเอียดอ่อน ดังนั้น ตุรกีจึงจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อความเท็จ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและความตึงเครียดระหว่างกัน นอกจากนี้ นายฮัยดะรียังระบุว่าประเทศมุสลิมที่มีบทบาทสำคัญอย่างอิหร่านและตุรกีควรร่วมมือกันยับยั้งอิสราเอลซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สุดในภูมิภาคมากกว่า อนึ่ง ออท.ตุรกี/กรุงเตหะราน ยืนยันว่าตุรกียังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน และจะนำข้อห่วงกังวลของ กต.อิหร่านไปยังรัฐบาลตุรกี

รัสเซียห้าม รมว.กต. และนักการทูตระดับสูงของญี่ปุ่นเข้าประเทศเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตร

สนข. Tass รายงานเมื่อ 3 มี.ค.68 ว่า กต.รัสเซีย สั่งห้ามพลเมืองญี่ปุ่นจำนวน 9 คน เดินทางเข้ารัสเซีย เพื่อตอบโต้นโยบายคว่ำบาตรของญี่ปุ่นต่อรัสเซีย ที่สำคัญ ได้แก่ นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต. นาย Masashi Nakagome ออท.ญี่ปุ่นประจำยูเครน นาย Kuninori Matsuda อดีต ออท.ญี่ปุ่นประจำยูเครน นาย Shohei Hara รองประธานอาวุโสของสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency -JICA) นาย Hideki Matsunaga หัวหน้าสำนักงาน JICA ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น 4 บริษัท คือ IHI Corporation (บริษัทด้านวิศวกรรม) Isuzu Motors Limited (บริษัทผลิตรถยนต์) Prodrone (บริษัทผลิตโดรน) และ Cyberdyne…

จนท.หน่วยงานด้านความมั่นคงของอินเดีย ตรวจยึดอาวุธสงครามจำนวนมากในรัฐมณีปุระ

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 2 มี.ค.68 ว่า จนท.หน่วยงานด้านความมั่นคงของอินเดียตรวจยึดอาวุธปืนมากกว่า 42 กระบอก อาทิ ปืนพก ปืนไรเฟิล และปืนขนาด 9 มม. ระเบิดมือ และลูกกระสุนจำนวนมาก ใน 5 เขต ของรัฐมณีปุระ ได้แก่ เขต Imphal ตต. เขต Imphal ตอ. เขต Churachandpur เขต Bishnupur และเขต Tamenglong เมื่อ 1 มี.ค.68 อีกทั้ง ยังรื้อถอนบังเกอร์จำนวน 5 จุด บริเวณใกล้พื้นที่เชิงเขา Thingsat และ Wakan ก่อนหน้านี้ นาย Ajay Kumar Bhalla ผู้ว่าการรัฐมณีปุระ แจ้งเตือนเมื่อ 20 ก.พ.68…

พณ.จีน จะตอบโต้สหรัฐฯ กรณีเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกร้อยละ 10

สพ.Global Times รายงานเมื่อ 4 มี.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของโฆษก พณ.จีน ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ ว่า จีนคัดค้านอย่างมากที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก ร้อยละ 10 ตั้งแต่ 4 มี.ค.68 โดยใช้ข้ออ้างเรื่องสารเสพติดเฟนทานิล ซึ่งจีนเป็นประเทศปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่งในโลก  สหรัฐฯ ยังละเลยระเบียบการค้าระหว่างประเทศ  และดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว (unilateralism)   พร้อมกันนี้จีนได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศอื่น  และกลับสู่กระบวนการเจรจา  ทั้งนี้ พณ.จีน กำลังศึกษาและกำหนดมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีทั้งมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี ซึ่งอาจจะมุ่งไปที่สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารของสหรัฐฯ

จีนพัฒนาแนวทางสร้างขีปนาวุธล่องหนที่อาจหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยระบบเตือนภัยล่วงหน้าได้

นักวิจัยของจีน ได้เผยแพร่รายงานการพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนจรวดซึ่งอาจทำให้ขีปนาวุธสามารถเปลี่ยนความเร็วกลางอากาศและหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยระบบเตือนภัยล่วงหน้าได้ โดยนักวิจัยของจีนได้รับแรงบันดาลใจจากความผิดพลาดในยานอวกาศของบริษัทโบอิ้ง

ทิศทางการดำเนินนโยบายด้านข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ

งานข่าวกรองเป็นงานที่สำคัญอย่างมากต่อภารกิจด้านความมั่นคง แต่ในการบริหารประเทศสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจกล่าวได้ว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานข่าวกรองมากนัก จึงต้องจับตามองต่อไปว่าในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 งานข่าวกรองจะมีบทบาท และทิศทางอย่างไรต่อภารกิจด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ต้องการคุมทิศทางโลกมาทุกยุคทุกสมัย เริ่มรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเน้นปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานภายในประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ จากเดิมที่ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เน้นใช้การทูตข่าวกรอง เป็นการทำงานเชิงรุกและแข็งกร้าวมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA)  เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากจีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความมั่นคงบริเวณชายแดน และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เป็นต้น การเปลีี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ ๆ ที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น เช่น การปรับขนาดและโครงสร้างองค์กร เช่น การควบรวมสำนักต่าง ๆ ที่มีภารกิจคล้ายกันและกำหนดภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ที่มีถึง 5 สำนัก การเสนอเงินชดเชยให้ จนท.ลาออกก่อนอายุครบเกษียณ รวมทั้งชักชวน และคัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและรอบด้าน ทั้งปฏิบัติการและวิเคราะห์ข่าวกรอง การเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการลับอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะต่อจีน รวมทั้งเป้าหมายใหม่ตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลก…