รัก (ษ์) สิ่งแวดล้อม

 ผลงาน Podcast ของนิสิต มศว. ที่มาฝึกงานกับ #TheIntelligence จากการค้นคว้าของน้องๆ สู่ผลงานสาธารณะ #ความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม ในวันที่โลกรวน โลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป !!! แต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคน ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไร เราต้องเผชิญกับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น

The White Lotus SS3 กับการเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำมาไทย

 The Intelligence Podcast ในวันนี้จะมาพูดคุยกันว่า “ทำไม The White Lotus ซีซั่น 3 ถึงเลือกถ่ายทำที่ไทย?“ มาค้นหาความลับเบื้องหลังการเลือกสถานที่ในการถ่ายทำ ประเทศไทยจะเป็นฉากใหม่ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับประเทศไทยของเราบ้าง 🇹🇭✨ มารับชมกันได้เลยครับ

จับตา 16 รอยเลื่อนมีพลังในไทยกับความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

  สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในเมียนมา จากรอยเลื่อนสะกายในเมืองมัณฑะเลย์ ระดับความลึก 10 กิโลเมตร เมื่อ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. จากนั้นอีก 12 นาที เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.4 ตามมา เมื่อเวลา 13.32 น. และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 1,100 กิโลเมตร (ตามรายงานของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS) สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนและสร้างความเสียหายในหลายจังหวัดโดยเฉพาะอาคารสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งจนถึง 3 เมษายน 2568 มีผู้เสียชีวิตในไทยแล้ว 22 ราย บาดเจ็บ 35 ราย และสูญหาย 72 ราย ส่วนเมียนมามีรายงานมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3,085 ราย บาดเจ็บ 4,715 ราย และสูญหาย 341 ราย   ที่มา…

เหตุแผ่นดินไหวกระทบเศรษฐกิจไทยกว่า 30,000 ล้านบาท

  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินสถานการณ์แผ่นดินไหวมีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ 1) ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณจากการยกเลิกเที่ยวบินและห้องพักของชาวต่างชาติแล้ว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 400,000 คน 2) ภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือโอนกรรมสิทธิ์น่าจะเลื่อนการตัดสินใจออกไปจนกว่าจะมีความมั่นใจในความปลอดภัย ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมที่ยังมีสต็อกสะสมประมาณ 7.4 หมื่นยูนิต น่าจะต้องใช้เวลาในการขายนานขึ้น และ 3) ภาคการลงทุน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนต่อไป ทั้งนี้ ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจน่าจะเกิดขึ้นรุนแรงในช่วงเดือน เม.ย. 68 ก่อนปรับเข้าสู่ฐานปกติได้ภายใน 3 เดือน

สังคมพยายามขุดค้นข้อมูลกิจการของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ

พบการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่รับจ้างก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่มลงมา พบว่าบริษัทฯ ยังได้สัมปทานก่อสร้างโครงการรัฐอย่างน้อย 12 แห่ง เช่น อาคารผู้ป่วยภายนอกโรงพยาบาลสงขลา อาคารศาลอาญามีนบุรี อาคารพักอาศัยข้าราชการศาลอุทธรณ์ภาค 9 สงขลา อาคารหอพักของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใน จ.ภูเก็ต ทำให้มีกระแสวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยโครงการดังกล่าวมากขึ้น นอกจากนี้ สื่อได้พยายามขุดค้นข้อมูลของกรรมการบริษัทฯ ที่เป็นคนไทย ซึ่งพบว่าสภาพฐานะไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ได้รับ ทำให้สังคมเชื่อว่าคนไทยดังกล่าวเป็นนอมินีของทุนจีน และเชื่อว่ามีข้าราชการที่ทุจริตด้วยการช่วยเหลือให้ได้รับสัมปทานแลกกับผลประโยชน์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบถึงต้นตอและเอาผิดบริษัทฯ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ไทยอาจใช้สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ

  นิตยสาร The Diplomat เผยแพร่บทความของนาย Sukegawa Seiya อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ม.Kokushikan ญี่ปุ่น เกี่ยวกับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเสี่ยงต้องเผชิญ เพราะเมื่อปี 2567 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับอาเซียนสูงถึง 230,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 11 มูลค่า 45,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแนวทางของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ประเทศต่าง ๆ จึงจะต้องรู้ว่าถือไพ่อะไรอยู่ และคิดว่าจะใช้อย่างไรในการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งไทยถือไพ่ที่ทรงพลังในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ลงนามเมื่อปี 2509 ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ ถือหุ้นใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศได้ โดยไทยอาจใช้สนธิสัญญาดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ หรืออาจพยายามรวมเนื้อหาของสนธิสัญญาดังกล่าวเข้ากับความตกลง FTA (ไทยยังไม่มี FTA กับสหรัฐฯ) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดึงดูดการลงทุนได้อย่างมาก

หลายกลุ่มออกมาร่วมคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มากขึ้น

  พบกลุ่ม สว.แสดงท่าทีไม่เห็นชอบ พร้อมกับยื่นญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาจัดการประชุมพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฯ ของสภาฯ และเตรียมนำเสนอความเห็นต่อ ครม.ต่อไป ด้านที่ประชุมราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ 2 เม.ย. 68 มีมติขอให้รัฐบาลยุติหรือชะลอการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ฯ เข้าสู่สภา เพราะได้ไม่คุ้มเสียและสร้างผลกระทบต่อสังคม ขณะที่บนเฟซบุ๊กมีกระแสแฮชแท็ก #ภูเก็ตไม่เอาคาสิโน โดยกลุ่มนักการเมือง เพจชุมชน และคนพื้นที่ภูเก็ต มองว่าการสร้างกาสิโนในจังหวัดจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว เช่น รถติด นักท่องเที่ยวกร่าง และการก่ออาชญากรรม โดยนัดแสดงจุดยืนที่เวทีกลางสะพานหินภูเก็ต ใน 5 เม.ย. 68 ตั้งแต่ 17.30 น. ส่วนความเคลื่อนไหวเมื่อ 3 เม.ย. 68 กลุ่ม คปท.และแนวร่วม จัดชุมนุมและเดินขบวนไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ตามที่มีกระแสข่าวว่ากฎหมายจะเข้าสู่สภาฯ  ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฯ เป็นที่ถกเถียงในวงกว้างมากขึ้น

ไทยถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ในอัตราสูงที่ร้อยละ 36

  กรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยถูกคิดภาษีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอัตราร้อยละ 36 (ต่อมาเพิ่มเป็นร้อละ 37) มากกว่าที่ภาคเอกชนไทยประเมินไว้ที่ร้อยละ 10 – 25 และเดิมคาดว่าจะกระทบต่อ GDP ไทยอย่างน้อยร้อยละ 0.6 ทำให้ GDP ตลอดทั้งปี 2568 อาจขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 2.4 นั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะต่อการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว กุ้งแปรรูป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยางล้อรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และปิโตรเคมี รวมถึงกังวลว่าสินค้าจีนจะทะลักเข้าไทยมากขึ้น ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นด้วย หากรัฐบาลไทยจะพิจารณาเจรจาการค้า โดยนำเข้าสินค้ากลุ่มต่าง ๆ จากสหรัฐฯ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ แต่ควรคำนึงไม่ให้กระทบต่อผู้ค้าและเกษตรกรภายในประเทศด้วย

นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางจากเหตุแผ่นดินไหว

  สมาคมโรงแรมไทยเปิดเผยว่าเหตุแผ่นดินไหว ทำให้มีการยกเลิกห้องพักของโรงแรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมกว่า 1,100 ห้อง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ทำให้กังวลว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 อาจเงียบเหงามากกว่าปี 2567 สอดคล้องกับข้อมูลจากสมาคมสายการบินประเทศไทยที่ประกอบด้วยสายการบินชั้นนำของประเทศ พบว่ายอดจองที่นั่งโดยสารเครื่องบินหลังเกิดแผ่นดินไหว มีอัตราลดลงเฉลี่ยร้อยละ 40 – 60 โดยตลาดที่ลดลงมากที่สุด คือ นักท่องเที่ยวจีนลดลงประมาณร้อยละ 60 อินเดียและเวียดนามลดลงร้อยละ 45 และมาเลเซียลดลงร้อยละ 43 ขณะที่อัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ค่อนข้างนิ่ง เพราะนักท่องเที่ยวไม่มั่นใจสถานการณ์ จึงเลื่อนแผนการเดินทาง อย่างไรก็ดี เอกชนในภาคการท่องเที่ยวมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศช่วงสงกรานต์อาจไม่ได้แย่นัก ยังมียอดการจองที่พัก รถโดยสาร หรือตั๋วเครื่องบินจำนวนมาก รัฐควรมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางของประชาชนในช่วงนี้ เพื่อแทนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พบการแชร์ข่าวในลักษณะสร้างความวิตกกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหวมากขึ้น

  จากความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียพบว่าประชาชนยังคงให้ความสนใจต่อเหตุแผ่นดินไหวและประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแชร์โพสต์ข่าวหรือคอนเทนต์ของผู้เชี่ยวชาญด้านที่ออกมาประเมิน/คาดการณ์สถานการณ์ในทำนองว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงแชร์โพสต์ข่าวในเชิงสร้างความวิตกกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหว เช่น กรณีมีรายงานว่าตึกสูงในกรุงเทพฯ บางแห่งยังมีแรงสั่นสะเทือนและพื้นทรุด ซึ่งต่อมาพบเป็นความเข้าใจผิดและอาการตื่นตระหนก กรณีมีรายงานภาพปากแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.สมุทรปราการ แห้งขอดจนเรือเดินไม่ได้ ซึ่งต่อมาถูกนำมาบิดเบือนว่าเป็นสัญญาณการเกิดสึนามิ ทั้งที่ความจริงคือปรากฏการณ์น้ำลดและอ่าวไทยไม่มีโอกาสเกิดคลื่นสึนามิได้ อย่างไรก็ตี กระแสตื่นตัวต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ประชาชนสนใจตรวจสอบการดำเนินโครงการป้องกันภัยพิบัติของภาครัฐและเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็วด้วย