อิหร่านเตือนความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

ทางการอิหร่านเมื่อ 3 เมษายน 2568 ยกระดับการป้องกันภัยคุกคามจากการโจมตีโดยต่างประเทศ พร้อมกับเตรียมพร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีมาตุภูมิอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อิหร่านให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฮะมาส กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่มฮูษี ตลอดจนเพิ่มการประจำการยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งอิหร่านประเมินว่าเป็นการเตรียมความพร้อมกดดันและโจมตีอิหร่านเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเชื่อว่า สหรัฐฯ ต้องการข่มขู่อิหร่านเพื่อกดดันให้ต่ออายุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) และปรับให้ข้อตกลงดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในปลายปี 2568 

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าร้อยละ 34

บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ประเทศคู่ค้าอย่างน้อยร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 เป็นต้นไป นอกจากกรณีดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้จีน คู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อ 5 เมษายน 2568 ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ครอบคลุมสินค้าทุกประเทศ โดยจีนจะเริ่มใช้มาตรการนี้สัปดาห์หน้า เหตุการณ์นี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่แรงที่สุดตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ ทำสงครามการค้าระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ อ้างว่าจีนมีนโยบานการค้าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกล่าวโทษเมื่อห้วงต้นปี 2568 ว่าจีนไม่แก้ไขปัญหาการค้ายาเสพติด สหรัฐฯ จึงกดดันจีนด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เมื่อ กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568