จีนจับตาการฝึกร่วมรหัส Oriental Shield 26 ระหว่างญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-สหรัฐฯ

การฝึกร่วมรหัส Oriental Shield 26 ระหว่างญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-สหรัฐฯ จะจัดขึ้นระหว่าง 8-24 กันยายน 2569 ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยสื่อจีนระบุว่าการฝึกร่วมทางทหารดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค แม้ว่าทั้ง 3 ประเทศจะยืนยันว่าการฝึกทางทหารร่วมกันมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม แต่จีนเชื่อว่าทั้ง 3 ประเทศพยายามใช้ “ความร่วมมือ” เป็นข้ออ้างในการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่มุ่งสกัดกั้นประเทศอื่น ๆ สื่อมวลชนจีนอ้างกรณีสื่อมวลชนญี่ปุ่นรายงานว่า การฝึกรหัส Oriental Shield 26 ที่ญี่ปุ่น จะมีทหารเข้าร่วมประมาณ 3,700 นาย จึงทำให้เป็นการฝึกร่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และประเด็นที่อาจทำลายสันติภาพในภูมิภาค คือ การฝึกครั้งนี้จะมีการใช้กระสุนจริง สหรัฐฯ จะนำระบบขีปนาวุธ “Typhon” เข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก และจะมีการปฏิบัติการทางอากาศ ตลอดจนการปฏิบัติการเชื่อมโยงกันข้ามฐานทัพ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการทหารร่วมกันเชิงรุก (offensive) มากขึ้น รัฐบาลจีนน่าจะเฝ้าติดตามความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด เฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นที่มีที่ตั้งใกล้กับจีน และออสเตรเลียที่เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่มีอิทธิพลในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ก่อนหน้านี้ การฝึกรหัส Oriental Shield เป็นความร่วมมือด้านการทหารระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ จากนั้นเมื่อปี…

ธารน้ำแข็งละลายอาจเป็นสาเหตุภัยพิบัติในเนปาล-ทิเบต

นักวิทยาศาสตร์เมื่อ 27 สิงหาคม 2569 เปิดเผยผลการวิเคราะห์สาเหตุภัยพิบัติดินถล่มและอุทกภัยครั้งรุนแรงในบริเวณพื้นที่พรมแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ว่าอาจเป็นผลจากธารน้ำแข็งละลาย โดยสถาบัน US Geological Survey และ ดร. Simon Cook ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง ระบุว่าธารนำแข็งขนาดใหญ่ที่ยอดเขาลังตัง ลิรุง (Langtang Lirung) ของเทือกเขาหิมาลัย ละลายและถล่มลง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.2 และทำให้เกิดอุทกภัย รวมทั้งดินถล่มในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากยอดเขาดังกล่าวประมาณ 15 กิโลเมตร ด้านสถาบัน International Centre for Integrated Mountain Development (ICIMOD) ซึ่งเป็นสถาบันนานาชาติ คาดว่าสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ที่ที่มวลน้ำแข็ง ก้อนหิน และเศษตะกอนจำนวนมหาศาลพังทลายและร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็ว หรือปรากฏการณ์ Ice-Rock Avalanche ทำให้มีมวลน้ำและเศษหินจำนวนมากตกลงสู่แม่น้ำ Lende Khola ส่งผลให้เกิดอุทกภัยแบบรุนแรงและฉับพลันจากพื้นที่สูงลงพื้นที่ต่ำ ปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานสาเหตุที่ทำให้ธารน้ำแข็งละลาย หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Ice-Rock…

ผู้นำกาตาร์เยือนอิหร่าน เร่งใช้การทูตแก้ไขความขัดแย้ง

นายกรัฐมนตรี Sheikh Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim Al Thani ของกาตาร์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เยือนอิหร่านใน 27 สิงหาคม 2569 เพื่อใช้กลไกการทูตเจรจาลดระดับความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และฟื้นฟูการพูดคุยระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะทำให้ทั่วโลกตระหนักว่าการเจรจาและการทูตจะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ และกาตาร์จะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความมั่นคงในภูมิภาค ที่ผ่านมา กาตาร์เคยประสบความสำเร็จเมื่อ มิถุนายน 2569 ในการเป็นตัวกลางประสานงานให้สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในความตกลงร่วม (MoU) เพื่อยุติการตอบโต้ทางทางทหารได้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ นอกจากประเด็นฟื้นฟูการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง ผู้แทนของกาตาร์จะหารือประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่อิหร่านให้ความสำคัญ คาดว่า ผู้แทนกาตาร์จะขอให้อิหร่านทบทวนแผนบริหารจัดการช่องแคบดังกล่าว โดยให้กลับสู่สภาวะเดิมก่อนการปะทะทางทหารเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เป็นจุดเริ่มต้นสงคราม ความเคลื่อนไหวด้านการทูตของกาตาร์ มีขึ้นหลังจากปากีสถานและโอมาน ส่งผู้แทนเจรจากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด สะท้อนว่าทั้ง 3 ประเทศยังมีศักยภาพในการหารือและเจรจากับอิหร่านโดยตรง ด้านผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเมินว่าประเทศในภูมิภาคดังกล่าวเร่งเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับอิหร่านในห้วงนี้ เนื่องจากวิตกว่าแนวโน้มสถานการณ์ความขัดแย้งและการโจมตีทางทหารจะรุนแรงและขยายตัวมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันทั้งอิหร่านและประเทศคู่ค้าของอิหร่าน ทำให้หลายประเทศเสี่ยงได้รับผลกระทบทั้งในมิติความมั่นคงปลอดภัย และเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอิหร่านเมื่อ 27 สิงหาคม 2569…

อินเดีย-อินโดนีเซีย พัฒนาท่าเรือซาบังร่วมกัน

อินเดียจะมีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนาท่าเรือซาบังในอินโดนีเซีย โดยเป็นโครงการสำคัญที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงกันเมื่อ กรกฎาคม 2569 ว่าจะร่วมมือกัน เพื่อทำให้ท่าเรือซาบัง บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย กลายเป็นจุดส่งเสริมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 ให้ความสนใจกับความร่วมมือดังกล่าว เนื่องจากท่าเรือซาบัง บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ติดกับทะเลอันดามัน และอยู่ใกล้กับหมู่เกาะนิโคบาร์ในมหาสมุทรอินเดียตะวันออกของอินเดีย มีโอกาสพัฒนาเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ดังนั้น อินเดียอาจใช้ประโยชน์จากท่าเรือพาณิชย์ดังกล่าวเพื่อประจำการเรือรบหรือหน่วยความมั่นคงที่เอื้อต่อการติดตามและสกัดกั้นการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อินเดียแสดงความสนใจร่วมพัฒนาท่าเรือซาบังตั้งแต่ปี 2561 ผ่านเอกสารว่าด้วยความมั่นคงทางทะเล หรือ Shared Vision on Maritime Cooperation ที่ระบุถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินเรือระหว่างเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ทะเลอันดามัน กับหมู่เกาะนิโคบาร์ของอินเดีย จากนั้นอินเดียกับอินโดนีเซียมีความร่วมมือด้านการลาดตระเวนร่วมเพื่อปกป้องความมั่นคงทางทะเลมากขึ้น รวมทั้งเมื่อ กรกฎาคม 2569 อินเดีย-อินโดนีเซียบรรลุข้อตกลงในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและบริการซ่อมบำรุงเรือพาณิชย์ และส่งเสริมกิจกรรมด้านพลังงานระหว่างกัน การพัฒนาท่าเรือซาบัง จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือของทั้ง 2 ประเทศ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะถูกใช้ประโยชน์ด้านการทหารและความมั่นคง เนื่องจากปัจจุบัน อินโดนีเซียพยายามเสริมภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้นำในการพัฒนาท่าเรือดังกล่าว มีกฎระเบียบที่ชัดเจนและเข้มงวด เน้นผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งจะไม่พัฒนาท่าเรือดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอื่น ๆ ขณะที่อินเดียระมัดระวังท่าทีและเน้นย้ำว่าบทบาทของอินเดียในการพัฒนาท่าเรือซาบังจะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงทางทะเลและเส้นทางเดินเรือที่จะเป็นประโยชน์ต่อนานาชาติ…

การตอบโต้นโยบายการค้า สหรัฐฯ-แคนาดา

แคนาดาประกาศเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 จะใช้มาตรการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 50 ตั้งแต่ 8 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่จะเผชิญมาตรการภาษีตอบโต้ อาจมีมูลค่ามากถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินค้าประเภทเหล็ก เครื่องใช้ในบ้าน ปลาทูน่า และเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ รายการสินค้าที่แคนาดาจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ นั้นสอดคล้องกันกับรายการสินค้าที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งสะท้อนว่าแคนาดาไม่พอใจนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างมาก และกำหนดมาตรการตอบโต้อย่างเท่าเทียมหรือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” การตอบโต้ด้วยนโยบายทางการค้าระหว่างแคนาดา-สหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงและการเจรจาเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันได้เมื่อ 21 สิงหาคม 2569 ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขหรือข้อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ขณะที่รัฐบาลแคนาดาย้ำว่าจำเป็นต้องปกป้องตลาดแรงงานและนักธุรกิจของแคนาดาจากมาตรการที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแคนาดา ระบุว่ามาตรการของแคนาดานั้นมีลักษณะเป็นสัดส่วน (proportionate) และเป็นกลยุทธ์ (strategic) โดยนอกจากจะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว แคนาดายังประกาศงบประมาณจำนวน 7,500 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและกลุ่มแรงงานชาวแคนาดาที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ท่าทีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ที่อาจเป็นปัจจัยทำให้แคนาดาไม่พอใจอย่างมาก…

ความมั่นคงในชองแคบฮอร์มุซยังไม่แน่นอน สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังตึงเครียดและไม่แน่นอน เนื่องจากคู่ขัดแย้งมีท่าทีที่แตกต่างกัน จากกรณีอิหร่านยืนยันเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ว่ายังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือขนส่งสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตแล่นผ่าน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่อรบของต่างชาติ ด้านโอมาน ประเทศที่มีน่านน้ำติดกับช่องแคบฮอร์มุซ ระบุว่าได้หารือกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยชั่วคราวได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยผู้แทนจากโอมาน อิหร่าน และปากีสถาน ได้หารือประเด็นกรอบการบริหารจัดการร่วมกัน การกำหนดเส้นทางใหม่ภายใน 60 วัน และปฏิบัติการถอนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ที่ไม่ให้ประเทศอื่น ๆ เข้าไปแทรกแซง อิหร่านยืนยันว่าเงื่อนไขของอิหร่านด้านการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซไม่เปลี่ยนแปลง คือ ต้องการมีสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือ และหากไม่บรรลุเป้าหมายดังกล่าว อิหร่านก็จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศว่าได้ใช้กองทัพเรือเดินทางเข้าไปสำรวจและทำลายทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว พร้อมกับประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการยุติสงครามและความขัดแย้งกับสหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขู่ว่าประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จะถูกโดดเดี่ยวเช่นกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดว่าการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะบั่นทอนอำนาจของรัฐบาลอิหร่านได้ เนื่องจากการคว่ำบาตรครอบคลุมบริษัทอิหร่านและต่างประเทศมากกว่า 60 แห่ง ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล เช่น ธุรกิจน้ำมัน ยุทโธปกรณ์ และปฏิบัติการทางไซเบอร์ อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเมืองจากสหรัฐฯ และนานาชาติบ่อยครั้ง ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 ทำให้รัฐบาลอิหร่านมีประสบการณ์ในการรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากประเทศมหาอำนาจ ซึ่งในครั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าได้เตรียมพร้อมรับมือกับการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ แล้วล่วงหน้า…

สหประชาชาติกังวลวิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมา

สำนักงานสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (UN Human Rights Office) เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา โดยในภาพรวมระบุว่าวิกฤตการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมาน่าห่วงกังวล เฉพาะอย่างยิ่งการละเมิดสิทธิชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศ และประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่แรร์เอิร์ธผิดกฎหมาย นอกจากนี้ UN ยังมีมุมมองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนย่ำแย่ลง เนื่องจากมีรายงานรัฐบาลและกองทัพเมียนมาข่มขู่คุกคามพลเรือนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยปืนใหญ่ต่อเป้าหมายกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและชนกลุ่มน้อยในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจำนวนอย่างน้อย 3.6 ล้านคน รวมทั้งทำให้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8,075 ราย UN คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและชนกลุ่มน้อย จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองมีแนวโน้มตึงเครียดในระยะยาว สำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ กองทัพเมียนมาปะทะกับกองทัพอาระกัน ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ อย่างรุนแรงต่อเนื่องอย่างน้อย 9 ปี ทำให้ชาวโรฮีนจาประมาณ 700,000 คน ต้องอพยพออกจากประเทศ เพื่อความปลอดภัย และต้องการหลบหนีจากกองทัพอาระกัน ซึ่งต้องการให้ชาวโรฮีนจาเข้าร่วมเป็นกองกำลังในการต่อสู้ นอกจากปัจจัยด้านความรุนแรงทางการเมืองและการสู้รบกับชนกลุ่มน้อยที่ทำให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษชนในเมียนมาน่าห่วงกังวล ยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายและกำหนดระเบียบเพื่อควบคุมอุตสาหกรรมเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ หรือแร่หายาก ในพื้นที่รัฐฉานและรัฐคะฉิ่น โดย UN มีมุมมองว่าเป็นอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการทำอุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธ เป้าหมายสำคัญของ…

มาเลเซียเผชิญมลภาวะทางอากาศ

มาเลเซียกำลังเผชิญวิกฤตมลภาวะทางอากาศจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนแพร่กระจายทั่วประเทศ เนื่องจากปัญหาไฟป่าในอินโดนีเซีย และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมีรายงานเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 อ้างข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุรภาพอากาศของมาเลเซียทั้ง 17 แห่ง ระบุว่าสภาพอากาศอยู่ในระดับไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ มีค่าดัชนีมลพิษเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 167 เฉพาะอย่างยิ่งในรัฐซาราวัก ซึ่งมีหมอกควันรุนแรงมากที่สุด ปัจจุบัน รัฐบาลมาเลเซียประกาศคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในพื้นที่โล่ง และพิจารณาใช้อุปกรณ์ป้องกันการสูดหมอกควันเข้าร่างกาย พร้อมคาดการณ์ว่าวิกฤตมลภาวะทางอากาศจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า มีรายงานว่าอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นต้นทางปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากไฟป่า กำลังเร่งแก่ไขปัญหา ขณะที่ประชาชนบางส่วนรวมตัวกันประกอบพิธีละหมาดขอฝนเพื่อลดหมอกควัน สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่ามาเลเซียเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเพื่อให้ทันการฉลองวันชาติ หรือ Merdeka ครั้งที่ 69 ใน 31 สิงหาคม 2569 จึงต้องการขยายความร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อควบคุมสถานการณ์ เช่น กรณีอินโดนีเซียอนุมัติให้มาเลเซียบินข้ามพรมแดนเพื่อปฏิบัติการทำฝนเทียม (Cloud Seeding) เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน  

จีนเปิดเผยสูตรสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

สื่อมวลชนจีนเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 รายงานเกี่ยวกับความสำเร็จของจีนที่จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระหว่างหุ่นยนต์ที่เลียนแบบท่าทางมนุษย์ ครั้งที่ 2 หรือ “World Humanoid Robot Games” ประจำปี 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 22-23 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวทำให้ทั่วโลกเห็นพัฒนาการอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนที่เติบโตและมีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว แม้ว่าปัจจุบัน จีนจะเผชิญกับมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ จนทำให้มีข้อจำจัดเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์ แต่จีนสามารถพัฒนาระบบการควบคุม ซอฟต์แวร์สั่งการ และการออกแบบหุ่นยนต์ที่มีท่าทางเลียนแบบมนุษย์ได้ดีขึ้น จนสามารถทำความเร็วในการเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น รักษาสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวได้ และทำให้นักพัฒนาหุ่นยนต์รุ่นต่อไปได้ทดสอบศักยภาพของหุ่นยนต์ได้อย่างเต็มที่ ปัจจัยที่ทำให้จีนประสบความสำเร็จ หรือมีความคืบหน้าในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในช่วงที่เผชิญแรงกดดันจากต่างประเทศนั้น สื่อมวลชนจีนระบุว่า “สูตรสำเร็จ” คือ การมีระบบอุตสาหกรรมที่ดีภายในประเทศ มีห่วงโซ่การผลิตขนาดใหญ่ที่พร้อมตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศ ทั้งระบบเซนเซอร์ ระบบการควบคุมและสั่งการ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนที่สำคัญ ข้อมูลสำหรับการฝึกฝนหุ่นยนต์ โรงงานประกอบหุ่นยนต์และโรงงานบำรุงรักษา การที่รัฐบาลจีนสนับสนุนให้ภาคเอกชนสร้างและพัฒนาห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดนี้ในประเทศ ทำให้จีนได้เปรียบประเทศอื่น ๆ รวมทั้งทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายจากการจัดกิจกรรมแสดงสินค้า รวมทั้งกิจกรรม World Humanoid Robot Games แต่ละครั้งด้วย…

กัมพูชาจะจัดการประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านสแกมเมอร์ใน ก.ย.69

กัมพูชาแสดงบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ โดยรัฐบาลกัมพูชาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม International Conference on Combating Online Scams หรือ ICCOS 2026 ระหว่าง 23-24 กันยายน 2569 ที่โรงแรม Sofitel กรุงพนมเปญ ภายใต้หัวข้อ “Acting Together Towards Breaking the Chain and Eradication of Online Scams” โดยจะมีสมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกัมพูชามีเป้าหมายเพื่อให้นานาชาติ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เห็นว่ากัมพูชาจะให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ สำหรับการประชุมดังกล่าวจะมีผู้แทนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี สถาบันวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เดินทางไปเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหา แนวปฏิบัติที่ดี (best practices) ในการจัดการและป้องกันปัญหา รวมทั้งแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต…