WHO เตือนการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา แต่ยังไม่พบในไทย

องค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เตือนภัยอันตรายด้านสาธารณสุข จากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอีโบลา (Ebola) ที่สาธารณรัฐคองโก ภูมิภาคแอฟริกาใต้ โดยกำหนดให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวเป็นระดับ outbreak หรือเชื้อโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ และต้องการให้นานาชาติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 246 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเชื้อโรคดังกล่าวแล้ว 80 ราย ส่วนในไทย กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดในไทย แต่มีมาตรการเฝ้าระวังเต็มที่ เพราะเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เชื้อโรคอีโบลาที่แพร่ระบาดที่สาธารณรัฐคองโกในปัจจุบัน เป็นสายพันธุ์ไวรัส Bundibugyo ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้ขึ้น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเจ็บคอ จากนั้นจะมีอาการท้องเสียและเลือดออกตามมา ปัจจุบัน WHO ประเมินว่าเชื้อโรคอีโบลาดังกล่าวแพร่ระบาดออกไปนอกสาธารณรัฐคองโกแล้ว เนื่องจากมีรายงานผู้ติดเชื้อชาวคองโกที่เดินทางไปยูกันดา อายุ 59 ปี เสียชีวิตและได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 ราย ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโรคอีโบลา ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามส่งตัวชาวอเมริกันกลุ่มดังกล่าวไปยังประเทศอื่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในมาตุภูมิสหรัฐฯ ด้านศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers…

สปป.ลาว-กัมพูชา กระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

สปป.ลาวและกัมพูชา ให้คำมั่นระหว่างกันเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า จะร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยพลโทวันทอง กองมะนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ เป็นผู้แทนจาก สปป.ลาวเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 และหารือในประเด็นดังกล่าวร่วมมือ พร้อมทั้งระบุว่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิด สปป.ลาวและกัมพูชาใช้การหารือครั้งนี้ ทบทวนความร่วมมือระหว่างกันเมื่อปี 2568 และลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกันต่อไปในปี 2569 โดยเห็นพ้องที่จะคงความสัมพันธ์ใกล้ชิดผ่านการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายร่วมกัน และสร้างความไว้วางใจ นอกจากนี้ ผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาวและกัมพูชายังจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเครื่องมือส่งเสริมความมั่นคงและป้องกันภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้กิจกรรมชายแดนของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งในมิติการค้า และการท่องเที่ยวที่เป็นระเบียบและปลอดภัย สำหรับความร่วมมือด้านชายแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชาในปี 2569 จะให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดกันของทั้ง 2 ประเทศ และ 2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นศูนย์ความร่วมมือข้ามแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชา เน้นส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการเดินทางของประชาชน มีรายงานว่าผู้แทนฝ่ายกัมพูชา…

ผู้นำสหรัฐฯ กดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เผยแพร่คำเตือนอิหร่านเมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เพื่อกดดันให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจายุติสงคราม โดยระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องตัดสินใจให้เร็ว เวลาเหลือไม่มาก ไม่เช่นนั้นอาจไม่เหลืออะไรเลย ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากเดินทางกลับจากจีน และจัดการประชุมหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายต่อสถานการณ์สงครามอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ รองประธานาธิบดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษการเจรจาระหว่างประเทศ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ สะท้อนว่าไม่พอใจอิหร่านที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขและเข้าสู่การเจรจา ตลอดจนไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าตามปกติ และอาจตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อกดดันอิหร่านอีกครั้ง หลังจากที่การปฏิบัติการทางทหารหรือ Operation Epic Fury ยุติไปแล้วตามกฎหมายสหรัฐฯ เมื่อปลาย เมษายน 2569 โดยปัจจัยที่อาจสนับสนุนให้ผู้นำสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอีกครั้ง ได้แก่ 1) อิสราเอลพร้อมสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่านอย่างเต็มที่ เฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารและพลังงานของอิหร่าน 2) ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการยืนยันจากผู้นำจีนว่าจะไม่แทรกแซงสถานการณ์การสู้รบ และ 3) อิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะยอมแพ้สหรัฐฯ จึงยังคงเป็นภัยคุกคาม นอกจากนี้ มีรายงานว่าหน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะก่อเหตุก่อการร้ายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยุติบทบาทในสงครามอิหร่าน…

ไทยและอินโดนีเซียจะทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

เหตุผลด้านความมั่นคงในประเทศ ทำให้ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย และอินโดนีเซีย เป็นสองประเทศที่กำลังเร่งทบทวนนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) แม้อาจมีผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งไทย เห็นว่าการมีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เอื้อประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าในเชิงปริมาณ อย่างไรก็ดี เป้าหมายการดึงดูดการท่องเที่ยวก็ยังเป็นนโยบายหลักในการสร้างรายได้ของประเทศ ไทยย้ำว่าการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาลดระยะเวลาสิทธิยกเว้นฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ก็เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า ไทยจะทบทวนวีซ่าทุกประเภทที่อาจให้ระยะเวลาพำนักเกินความจำเป็น และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเป็นพิเศษ แต่เพื่อทบทวนการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงในไทย ไทยประกาศ รายชื่อ 93 ประเทศหรือดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่า และสามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567  อย่างไรก็ดี หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้างต้น รัฐบาลจะมีการพิจารณาทบทวนรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธิ์ใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมประเทศที่ประเทศไทยต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือมีการเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตใหม่ ๆ นโยบายการลดจำนวนวันฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวของไทย…

มาเลเซียไม่พอใจที่นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธ

มาเลเซียไม่พอใจกรณีนอร์เวย์ ประกาศยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธและระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ให้มาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียแสดงความเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า การตัดสินใจของนอร์เวย์จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการทหารของมาเลเซียให้ทันสมัย รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับผู้นำนอร์เวย์แล้ว และแสดงความไม่พอใจว่านอร์เวย์ตัดสินใจดำเนินการยกเลิกสัญญานี้เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นผลดีต่อความร่วมมือในอนาคต นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกระบบขีปนาวุธดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และให้สอดคล้องกับกฎหมายห้ามส่งออกอาวุธฉบับใหม่ โดยนอร์เวย์จะส่งออก Naval Strike Missile ให้กับสมาชิกเนโต และประเทศที่เป็หุ้นส่วนของเนโตเท่านั้น มาเลเซียไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต ทำให้นอร์เวย์ไม่สามารถส่งออกขีปนาวุธและระบบดังกล่าวให้ได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของนอร์เวย์มีสภาวะ “เหตุสุดวิสัย” หรือ force majeure และคาดว่าสาเหตุที่ทำให้นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งอาวุธให้มาเลเซีย เพราะส่วนประกอบของระบบ Naval Strike Missile เฉพาะอย่างยิ่งระบบนำทางขีปนาวุธ หรือ ไจโรสโคป (Gyroscope) เป็นส่วนประกอบที่บริษัทนอร์เวย์นำเข้าจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีมาตรการเข้มงวดการส่งออกส่วนประกอบดังกล่าวไปยังประเทศที่สาม ปัจจุบัน ประเทศที่ใช้ระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ได้แก่ สหรัฐฯ…

สาระสำคัญจากการพบหารือผู้นำจีน-สหรัฐฯ

บรรยากาศการพบหารืออย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 13-14 พฤษภาคม 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และไม่ต้องการติดกับดักมหาอำนาจ หรือ Thucydides Trap ที่จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศหวาดระแวงระหว่างกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้ง 2 ผู้นำยังไม่มีถ้อยแถลงร่วม แต่ต่างฝ่ายต่างเผยแพร่ผลการหารือบางส่วน โดยประเด็นการหารือที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ผู้นำจีนย้ำประเด็นความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมเตือนว่าจีนและสหรัฐฯ ไม่ควรทำให้ความมั่นคงในพื้นที่ไร้เสถียรภาพ หรือตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย 2) ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจีนให้คำมั่นจะสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมจะปฏิบัติการทางทหารเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่านต่อไป และ 3) ทั้ง 2 ผู้นำมีมุมมองเชิงบวกว่าการพบหารือกันครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และในอนาคต ทั้ง 2 ประเทศจะสร้าง “วิสัยทัศน์ใหม่” เพื่อขยายความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในระยะ 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งเห็นพ้องว่าจีนกับสหรัฐฯ…

กัมพูชาปฏิเสธกรณีไทยระบุว่ากองทัพกัมพูชายิง M79

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 รายงานปฏิเสธกรณีสื่อมวลชนไทยอ้างว่ากองทัพกัมพูชายิงระเบิด M79 โจมตีฐานที่มั่นของกองทัพไทย ใกล้บริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่าข้อกล่าวหาของไทยไม่มีหลักฐาน และต้องการให้แก้ไขการสื่อสารโดยเร็ว เนื่องจากการรายงานดังกล่าวเท่ากับสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม และอาจทำให้เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายงานของสื่อมวลชนไทยทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพกัมพูชาเสื่อมเสียด้วย กัมพูชาให้ความสำคัญกับการแก้ไขเนื้อหาที่สื่อมวลชนรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างมาก เนื่องจากมีมุมมองว่าเนื้อหาที่ไม่ชัดเจนจะส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคง ทั้งนี้ นอกจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะมีถ้อยแถลงแล้ว ยังมีรายงานว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สังกัดกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ด้วยอีกช่องทาง พร้อมเรียกร้องไทยให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคี สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารยั่วยุกันในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษของไทย และจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา โดยมีรายงานได้ยินเสียงระเบิด แม้ยังไม่มีรายละเอียด แต่ฝ่ายไทยเตรียมความพร้อมด้านการทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์อ่อนไหว ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีความเสี่ยงเกิดการปะทะหรือการยั่วยุทางทหาร เพราะเคยเกิดเหตุปะทะ ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีคณะสังเกตการณ์ของอาเซียน (ASEAN Observer Team-AOT) ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกตั้งอยู่ จึงได้รับความสนใจจากอาเซียนและนานาชาติ มีข้อสังเกตว่าปัจจุบันสื่อมวลชนกัมพูชาและสื่อมวลชนไทยมีบทบาทและอิทธิพลในการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์บริเวณชายแดนค่อนข้างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากรัฐบาลและประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ขณะเดียวกันก็อาจเป็นช่องทางหรือเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์ความตึงเครียดครั้งนี้

กัมพูชาปราบปรามสแกมเมอร์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ 

กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศและป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุดเมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 โฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุว่าสามารถจัดกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ได้ 40 ราย จากการปฏิบัติการปราบปรามเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม รวมทั้งผู้ที่สนับสนุนเงินทุนให้กับสแกมเมอร์ ปัจจุบัน กัมพูชาจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนจำนวน 38 ราย และชาวกัมพูชาจำนวน 2 ราย ในจังหวัด Tbong Khmum จังหวัด Preah Sihanouk และจังหวัด Battambang ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์และฐานการก่ออาชญากรรมทางการเงิน รัฐบาลกัมพูชามีกฎหมายใหม่สามารถดำเนินคดีต่อชาวต่างชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางการเงินได้ รวมทั้งสามารถดำเนินคดีข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย สะท้อนว่า รัฐบาลกัมพูชาใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความมั่นคงและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ขยายตัวมากขึ้น และทำให้นานาชาติมีมุมมองเชิงลบต่อความปลอดภัยในกัมพูชา กัมพูชาเร่งแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ เนื่องจากที่ผ่านมา กัมพูชาเผชิญกระแสวิจารณ์ว่าเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ หรือ “Scam hub” จนทำให้กระทบต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของกัมพูชา รวมทั้งอาจไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดระหว่างกัมพูชา-ไทย บริเวณชายแดน เนื่องจากกัมพูชามีภาพลักษณ์ที่ไม่น่าเชื่อถือจากปัญหาสแกมเมอร์ ดังนั้น ปัจจุบัน รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งปราบปรามสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างประเทศว่ากัมพูชาต่อต้านการก่ออาชญากรรมทางการเงิน การหลอกลวง และพร้อมร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อรักษาความมั่นคง

อินเดียจัดการประชุมกลุ่ม BRICS ระดับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ

อินเดียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มความร่วมมือในกรอบ BRICS ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย โดยการประชุมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือของสมาชิกกลุ่ม BRICS และหุ้นส่วน ที่สำคัญคือกลุ่มประเทศโลกใต้ หรือ Global South และไทย  เป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS ด้วย  การประชุมดังกล่าวจะหารือประเด็นสถานการณ์สำคัญระดับโลก ได้แก่ สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน สำหรับสมาชิกสำคัญของกลุ่ม BRICS คือประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ จากนั้นมีการเพิ่มสมาชิก ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) และอินโดนีเซีย ด้านซาอุดีอาระเบียสนใจสมัครเป็นสมาชิก แต่ยังอยู่ในกระบวนการเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่น่าสนใจในการประชุม BRICS ครั้งนี้ คือ ท่าทีของประเทศสมาชิกต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะมีผู้แทนจากทั้งอิหร่านและ UAE เข้าร่วม นอกจากนี้ กลุ่ม BRICS จะหารือกันด้านความร่วมมือและการส่งเสริมความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤต…

ผู้นำจีนระบุความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วน

บรรยากาศการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เป็นไปในเชิงบวก  ผู้นำจีนใช้โอกาสนี้ลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดยระบุว่าจีนกับสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วน (partner) ระหว่างกัน และไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน (rival)  ท่าทีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการเจรจาหารือระหว่างกันใน 14-15 พฤษภาคม 2569 ที่อาจมีประเด็นสำคัญทั้งความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาระดับโลก ประธานาธิบดีทรัมป์ชื่นชมประธานาธิบดีสี จิ้นผิงว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนดีขึ้น ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจกรณีผู้นำทั้ง 2 ประเทศจับมือทักทายกันท่ามกลางบรรยากาศที่ดี ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์พาคณะนักธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะการเยือนดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย ทำให้คาดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้จีนอนุมัติการลงทุนขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ แม้ว่าบรรยากาศในช่วงเริ่มต้นการพบหารือครั้งนี้จะเป็นเชิงบวก แต่จีนกับสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือกันในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขึ้นภาษีตอบโต้ การกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยี สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่จีนกับสหรัฐฯ มีท่าทีและจุดยืนที่แตกต่างกัน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยี ที่ผูกพันกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศอย่างแน่นแฟ้น การพบหารือระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ในระยะยาว ความสัมพันธ์ของทั้ง 2…