พัฒนาการสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และท่าทีรัสเซีย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนข้อเสนอของอิหร่านที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างกัน เพื่อหาแนวทางยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับไปเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานได้โดยเร็ว ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นในห้วงเดียวกันกับที่สหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงานโลกที่เป็นผลจากสงครามครั้งนี้ ประกอบกับอิหร่านเดินเกมส์การทูตเข้มข้นขึ้นด้วยการส่งผู้แทนระดับสูงเยือนรัสเซีย เป็นสัญญาณให้สหรัฐฯ ตระหนักว่าอิหร่านกับรัสเซียยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ก็สนับสนุนอิหร่าน พร้อมชื่นชมชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ท่าทีของรัสเซียดังกล่าวน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ในระยะถัดไป ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ จะดีขึ้น หรือเกิดการปะทะกันรอบใหม่ แม้ก่อนหน้านี้ รัสเซียยืนยันว่าต้องการเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ มากกว่าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียคาดหวังว่าจะเกิดสันติภาพขึ้นในภูมิภาคเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันก็ย้ำว่ารัสเซียจะสนับสนุนผลประโยชน์ของอิหร่านด้วย ทั้งนี้ บทบาทของรัสเซียอาจเป็นประโยชน์ต่อการลดระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เนื่องจากปัจจุบัน ปากีสถาน ซึ่งแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างประเทศ เริ่มเผชิญความท้าทายในประเทศเองจากความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกับอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า ปากีสถาน-อัฟกานิสถานกล่าวโทษกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ปากีสถานอาจไม่สามารถแสดงบทบาทนำในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านได้เต็มที่ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามในการดำเนินการดังกล่าว เช่น พบหารือกับโอมาน และรัสเซีย…











