การท่องเที่ยว : หนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

สปป.ลาว เสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ คำคำนี้คงไม่ผิดนัก เพราะ สปป.ลาวมีธรรมชาติที่ร่ำรวย ยังไม่ถูกคุกคามจากโลกภายนอกมากนัก วัฒนธรรมที่เรียบง่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สูงลิบลิ่ว ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเที่ยว สปป.ลาวกันอย่างไม่หยุดยั้ง รายได้จากการท่องเที่ยวจึงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลัก (key driver) ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศซี่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งเมื่อปี 2567 ปีแห่งการท่องเที่ยว (Visit Laos Year 2024) ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใน สปป.ลาว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 21 เป็นมากกว่า 4.1 ล้านคน และจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 102 เป็นมากกว่า 3 ล้านคน ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เผยแพร่การประเมินเศรษฐกิจของ สปป.ลาวปี 2568 เมื่อต้นเมษายน 2568 ว่า จะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.9 ส่วนการเติบโตภาคบริการ เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่ง และการท่องเที่ยวจะขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟระหว่าง สปป.ลาวกับจีน…

กองทัพปากีสถานปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos เพื่อโจมตีฐานทัพอินเดีย

เว็บไซต์ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 10 พ.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของกองทัพปากีสถานว่า ปากีสถานจะปฏิบัติการโจมตีฐานทัพอินเดีย ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos (หมายถึง โครงสร้างที่มั่นคงหนึ่งเดียว) เพื่อตอบโต้อินเดียที่โจมตีฐานทัพอากาศ 3 แห่งของปากีสถาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศ Noor Khan, Murid และ Shorkot ทั้งนี้ ปากีสถานจะมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอินเดีย อาทิ คลังเก็บขีปนาวุธ BrahMos ในเมือง Beas สนามบิน Pathankot ในรัฐปัญจาบตะวันตกของอินเดีย ศูนย์ฝึกข่าวกรองทางทหารใน Rajouri และกองทัพอากาศ Udhampur ในดินแดนสหภาพชัมมูและแคชเมียร์ ในการปฏิบัติการครั้งแรก เบื้องต้นกองทัพปากีสถานยืนยันว่า ทรัพย์สินของกองทัพอากาศไม่ได้รับความเสียหาย และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการโจมตีของอินเดียในครั้งนี้

รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติในการค้าทวิภาคีเกือบทุกสาขา

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงมอสโก เมื่อ 8 พ.ค.68 ว่า รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติ (รูเบิลและหยวน) ทำการค้าระหว่างกันในเกือบทุกสาขา รวมถึงสร้างระบบการค้าที่มั่นคง เพื่อป้องปรามอิทธิพลทางการค้าจากประเทศที่สามและกระแสเชิงลบในตลาดโลก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของรัสเซีย  มูลค่าการค้าระหว่างกันเมื่อปี 2567 มีสถิติสูงสุดประมาณ 245,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งมีความร่วมมือด้านการลงทุน และจะมีโครงการสำคัญกว่า 90 โครงการ มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ  ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การคมนาคม การเกษตร และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมของสองฝ่ายยังครอบคลุมการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนให้ก้าวหน้าภายในปี 2573 อาทิ การเพิ่มส่วนแบ่งของสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนานวัตกรรมด้านการค้าดิจิทัล และการจัดหาวัสดุพื้นฐาน ทรัพยากรแร่ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์หารือกับผู้นำจีนที่กรุงมอสโก

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะรัสเซียได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่ Beijing Hall of Soluex Hotel กรุงมอสโก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ค.68 ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน การเสริมสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน เน้นย้ำความสัมพันธ์แบบ “พี่-น้อง” (Pauk-Phaw)  รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค

อินเดีย-ปากีสถานปะทะรุนแรงสุดในรอบ 30 ปี

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 พ.ค.68 ว่า อินเดียและปากีสถานต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเริ่มต้นการโจมตี โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และปืนใหญ่ ส่งผลให้เกิดการปะทะที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ ปากีสถานระบุว่าได้ยิงทำลายโดรนอินเดีย 77 ลำ รวมถึงโดรนอิสราเอล 25 ลำ และการตอบโต้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และจะไม่ยอมให้อินเดียยั่วยุอีกต่อไป เหตุปะทะในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และเมืองหลายแห่งในพื้นที่ชายแดนได้รับ ผลกระทบ  โรงเรียนและสนามบินหลายแห่งต้องระงับการให้บริการชั่วคราว ขณะเดียวกัน ผู้นำระดับนานาชาติได้ออกมาเรียกร้องให้อินเดียและปากีสถานลดความตึงเครียด และหาทางยุติความขัดแย้งผ่านกระบวนการทางการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงการลุกลามของวิกฤตในภูมิภาคเอเชียใต้ อย่างไรก็ดี มีรายงานเมื่อ 11 พ.ค.68 ว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือกันแล้ว และผลไปในเชิงบวก

ประธานาธิบดีจีนเยือนรัสเซียและย้ำความสัมพันธ์ที่แนบแน่น

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อ 7 พ.ค.68 ในโอกาสเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะ (Victory in the Great Patriotic War)  ย้ำถึงความแนบแน่นของความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซีย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรกันอย่างถาวรและแท้จริง ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในฐานะสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อปกป้องระบบและกฎหมายระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติ (UN) เป็นแกนหลัก ส่งเสริมแนวคิดพหุภาคี เสริมสร้างความเท่าเทียมในระบบธรรมาภิบาลโลก และต่อต้านแนวคิดอำนาจนิยมอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสีจะหารือเชิงลึกกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในประเด็นการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างกัน