ตำรวจสหราชอาณาจักรจะใช้ AI ช่วยสืบสวนผู้กระทำผิด

กองกำลังตำรวจประจำเมือง Cheshire เป็นหน่วยงานแรกในสหราชอาณาจักรที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นเครื่องมือในการสืบสวนคดีที่ผู้เสียหายถูกสะกดรอย โดยนาย Danielle Knox หัวหน้าหน่วยติดตาม

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเพื่อผลักดันให้ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำด้าน AI

บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หลายแห่งได้บรรลุข้อตกลงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับซาอุดีอาระเบีย อาทิ บริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัท AMD ผลิตอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์และ QCOM บริษัทผลิตสารกึ่งตัวนำ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 68

จีนจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยของกองทัพใหม่ 3 แห่ง

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 15 พ.ค.68 ว่า คณะกรรมาธิการทหารกลาง (Central Military Commission-CMC) อนุมัติการปรับโครงสร้างโรงเรียนทหาร และการจัดตั้งสถาบันการศึกษาทหารใหม่อีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนสำหรับเหล่าทัพต่าง ๆ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมของกองกำลังสนับสนุนข้อมูล และมหาวิทยาลัยวิศวกรรมของกองกำลังสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงร่วม โดยจะประกาศข้อมูลเกี่ยวกับสาขาวิชาเฉพาะทาง โควตาการลงทะเบียน และกระบวนการรับสมัครให้สอดคล้องกับแผนการรับสมัครทหารแห่งชาติประจำปี  สถาบันใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นความพยายามเชิงยุทธศาสตร์ของจีนในการสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มประสิทธิภาพจากทรัพยากรทางการศึกษาที่มีอยู่ในเหล่าทัพ มุ่งยกระดับการฝึกบุคลากรทหารอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการบูรณาการและประสานงานที่ดีขึ้นระหว่างกองทัพ และเสริมสร้างประสิทธิภาพการรบ

อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายเป็นผู้ผลิตกาแฟมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

นาย Zulkifli Hasan รมว.ประสานงานด้านอาหารของอินโดนีเซีย แถลงในงาน World of Coffee เมื่อ 15 พ.ค.68 ที่จาการ์ตา ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก มากกว่าเวียดนามซึ่งมีผลผลิตกาแฟ 1.8 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบัน อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตกาแฟมากที่สุดอันดับ 4 ของโลก รองจากบราซิล เวียดนามและโคลอมเบีย โดยมีสัญญาณบวกจากอัตราการผลิตต่อปีที่เกิน 700,000 ตัน นาย Zulkifli ยังเสนอให้รัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมเพิ่มผลผลิตกาแฟภายในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกและใช้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาตลาดโลก ทั้งนี้ ข้อมูลของสำนักงานสถิติกลาง (BPS) ระบุว่า ตั้งแต่ห้วง ม.ค.-ก.ย.67 อินโดนีเซียส่งออกกาแฟ 342,220 ตัน มูลค่า 1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังตลาดหลัก ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (85,000 ตัน) สหรัฐฯ (31,730 ตัน) และมาเลเซีย (32,330 ตัน) ขณะที่นำเข้ากาแฟ…

อินเดียสังหารกองกำลังติดอาวุธใกล้ชายแดนอินเดีย-เมียนมา

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 15 พ.ค.68 ว่า กองบัญชาการฝ่ายตะวันออก ทบ.อินเดีย เผยแพร่ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุ หน่วย Assam Rifles (AR) ซึ่งเป็นกองกำลังที่รับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยชายแดนบริเวณอินเดีย-เมียนมา ปฏิบัติภารกิจหลังได้รับข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธใกล้หมู่บ้าน New Samtal เขตย่อย Khengjoy Tehsil ในเขต Chandel รัฐมณีปุระ  ได้ปะทะกับกองกำลังติดอาวุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 10 ราย อีกทั้ง จนท.สามารถยึดอาวุธและกระสุนได้จำนวนมาก ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 14 พ.ค.68 และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการ  

รัฐกลันตันเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบเนื้อสัตว์นำเข้าหลังไทย

ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐกลันตัน เปิดเผยเมื่อ 15 พ.ค.68 ว่า กรมตำรวจรัฐกลันตันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ เพิ่มความเข้มงวดการตรวจ บริเวณจุดผ่านแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการลักลอบขนย้ายเนื้อวัว หลังไทยเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ใน จ.มุกดาหาร กรมตำรวจรัฐกลันตันย้ำเตือนกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ให้ขนส่งสินค้าผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยที่เหมาะสม พร้อมทั้งเฝ้าระวังการนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย เพราะเสี่ยงนำเชื้อโรคมาติดฝูงปศุสัตว์ในประเทศ

ผอ.DNI สั่งปลด จนท.ข่าวกรองระดับสูง

สนข.วอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 14 พ.ค.68 นางตุลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (DNI) สั่งปลด จนท.ข่าวกรองระดับสูง 2 คน ประกอบด้วยนาย Michael Collins รรก.ประธานสภาข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (National Intelligence Council-NIC) และนาง Maria Langan-Riekhof รองประธาน NIC ซึ่งออกรายงานข่าวกรองเมื่อ 7 เม.ย.68 ประเมินว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาอาจไม่ได้อยู่เบี้องหลังหรือให้ความช่วยเหลือกลุ่มอาชญากรรม Tren de Aragua ก่อเหตุในสหรัฐฯ ซึ่งขัดแย้งต่อคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้รัฐบัญญัติ Alien Enemies Act เพื่อเร่งรัดการเนรเทศผู้อพยพที่ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มอาชญากรรมดังกล่าว    

การเปลี่ยนแปลงของฤดูฝน สู่บททดสอบความพร้อมของมนุษย์

ภาวะโลกเดือดที่เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงของมนุษยชาติทั่วทุกมุมโลก สภาวะนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเกิดเหตุการณ์หิมะตกในทะเลทราย ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2567 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ต้องเผชิญพายุฝนครั้งใหญ่  แม้ปัญหาโลกเดือดจะได้รับการจัดหมวดหมู่ให้เป็นประเด็นความท้าทายและภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปใหม่ (New Security Challenges) แต่เชื่อไหมว่า!?…หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ความแปรปรวนนี้เป็นส่วนเล็ก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นมาตลอด  เพราะที่ผ่านมาโลกเราได้เผชิญกับการเคลื่อนตัวของแผ่นโลก เหตุภูเขาไฟระเบิด การเปลี่ยนเส้นทางของกระแสน้ำในมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งยุคน้ำแข็ง  ดังนั้น อาจสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน เมื่อประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2568 บทความนี้อยากจะชวนผู้อ่านทำความรู้จักกับวัฏจักรและความสำคัญของ “ฝน” โดยย้อนกลับไปในอดีตตั้งแต่โลกยังไม่มีแผ่นดิน …หรือเหตุการณ์ที่เรียกว่า The Great Dying Rain หรือฝนตกไม่หยุดต่อเนื่องมากกว่า 2 ล้านปี เมื่อ 2,500-3,500 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับยุคอาร์เคียน (Archean Eon) แต่ไม่สามารถระบุสถานที่ได้ชัดเจน เพราะหากย้อนไป 3,000 ล้านกว่าปี แผ่นทวีปในตอนนั้นไม่เหมือนกับปัจจุบัน ในช่วงนั้นโลกยังเต็มไปด้วยหินหลอมเหลวที่เริ่มโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำทะเล แผ่นดินที่ร้อนระอุนี้ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ ทำให้เกิดไอร้อนและควันจากภูเขาไฟปริมาณมาก และการระเหยของไอน้ำนั่นเองที่กลายเป็น “น้ำฝน”…

จีนยกเลิกการควบคุมส่งออกแร่หายากและการขึ้นบัญชีบริษัทสหรัฐฯ

สนข.Bloomberg และ สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ค.68 ว่า พณ.จีนระงับการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก รวมถึงสินค้าและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้ทางการทหาร ให้แก่หน่วยงาน 28 แห่งของสหรัฐฯ โดยผู้ส่งออกสามารถยื่นขอใบอนุญาตส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางได้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จีนยังระงับการบังคับใช้การขึ้นบัญชีบริษัทสหรัฐฯ ในรายชื่อหน่วยงานที่ไม่น่าไว้วางใจ (unreliable entity list) จำนวน 11 และ 6 บริษัท เมื่อ 4  เม.ย.68 และ 9 เม.ย.68 ตามลำดับ ส่งผลให้บริษัทจีนได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมกับบริษัทสหรัฐฯ ตามบัญชีข้างต้นได้ ทั้งนี้ การระงับมาตรการดังกล่าวข้างต้นมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 90 วัน โดยเกิดขึ้นหลังจากจีนและสหรัฐฯ ตกลงลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันเป็นการชั่วคราวเพื่อบรรเทาความตึงเครียดทางการค้า

นรม.เวียดนามต้อนรับ นรม.ไทย ระหว่าง 15-16 พ.ค.68

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 14 พ.ค.68 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.วียดนาม เตรียมให้การต้อนรับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นรม.ไทย ซึ่งเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่าง 15-16 พ.ค.68 และเป็น นรม.ไทยคนแรกที่เยือนเวียดนามในรอบ 11 ปี โดย นรม.ทั้งสองฝ่ายจะเป็นประธานการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างการไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat-JCR) ครั้งที่ 4 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของเวียดนาม โดยการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 20,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ