ไต้หวันอาจจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่ม

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 16 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนายหง เซิน-ฮั่น รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน ว่า ไต้หวันอยู่ระหว่างการพิจารณานโยบายใหม่ให้นายจ้างสามารถเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติที่ต้องการว่าจ้างได้โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนให้แก่แรงงานท้องถิ่น การปรับนโยบายดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรม และรับมือกับการที่ไต้หวันจะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานจำนวน 400,000 คน ภายในปี 2573 เนื่องมาจากอัตราการเกิดลดลงและมีจำนวนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการปกป้องสิทธิของแรงงานท้องถิ่นไม่ให้ถูกลดเงินเดือนเพื่อรองรับการจ้างงานชาวต่างชาติ

ผบ.กองทัพอวกาศสหรัฐฯ เตือนภัยคุกคามทางอวกาศจากจีนและรัสเซีย

สนข. Politico รายงานเมื่อ 15 พ.ค.68 ว่า พลเอก บี. แชนซ์ ซอลท์ซแมน ผู้บัญชาการกองทัพอวกาศสหรัฐฯ  ระบุถึงขีดความสามารถทางอวกาศของจีนและรัสเซีย โดยจีนได้พัฒนาเครือข่ายดาวเทียมหลายร้อยดวที่เรียกว่า “Kill web” ซึ่งสามารถสอดแนม ตรวจจับการเคลื่อนไหวข้อมูลของกองทัพสหรัฐฯ รอบโลกซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อศักยภาพปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ส่วนรัสเซียได้ขยายความร่วมมือกับจีน อาทิ โครงการสำรวจดวงจันทร์ เพื่อสร้างสถานีวิจัย ซึ่งนโยบายและปฏิบัติการในอวกาศของรัสเซียที่ผ่านมา มุ่งส่งเสริมความสามารถในการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการสื่อสารในอวกาศ รวมถึงมีแนวคิดที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในอวกาศ

วีซ่า DTV กลายเป็นช่องทางใหม่ในการลักลอบเข้ามาทำงานของคนจีน

พบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่ามีกลุ่มขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วีซ่า DTV เป็นช่องทางนำคนจีนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายในไทย หรือลักลอบทำงานในธุรกิจของทุนจีน แทนการใช้วีซ่านักเรียนที่ถูกเปิดโปงไปก่อนหน้านี้ โดยในการขอวีซ่า DTV นั้น จะมีเอเย่นต์จีนรับหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งเหตุผลในการขอวีซ่ามักระบุว่าต้องการเข้ามาเรียนทำอาหารไทยหรือมวยไทย ตามนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ โดยมีโรงเรียนนอมินีของทุนจีน 2-3 แห่ง ใน จ.เชียงใหม่ ที่ถูกใช้สมัครวีซ่าบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้มีการบังคับให้นักเรียนเข้าเรียนจริง ส่วนค่าธรรมเนียมที่เอเย่นต์จีนเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และมักดำเนินการผ่านสถานทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศที่สาม เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในรู้เห็นเป็นใจด้วย

กรณีสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย

พบสื่อรายงานข้อมูลว่ามีเหมืองที่เป็นต้นตอของมลพิษในแม่น้ำกกตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียงประมาณ 15 กม. และอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลัง UWSA ซึ่งปัจจุบันได้อนุญาตให้ชาวจีนขยายพื้นที่ทำเหมืองทอง จากเดิมที่มีอยู่ในเมืองกก เมืองสาด และบ้านฮุ่ง นอกจากนี้ ทุนจีนยังมีแผนจะสร้างเรือขุดเหมืองทองในแม่น้ำเพิ่ม แต่จะย้ายจุดขุดไปอยู่ในที่ลับสายตามากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ด้านกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนยังคงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและเปิดเผยข้อมูลให้แก่ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนกับสถานการณ์มลพิษตะกั่วในห้วยคลิตี้ ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2545 ที่ชาวบ้านประสบกับความยากลำบากในการพิสูจน์ว่าได้รับสารพิษ และไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษได้