รัสเซียระบุยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการพบปะระหว่างผู้นำรัสเซียกับสหรัฐฯ

สนข. Tass รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.68 อ้างสัมภาษณ์ของนาย Yuri Ushakov ที่ปรึกษาประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการพบปะระหว่างประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ หรือการประชุมในประเทศที่สาม อย่างไรก็ดี ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายสนทนาทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง ทำให้คงรักษาช่องทางติดต่อระหว่างกัน  ฝ่ายรัสเซียเน้นย้ำว่าการประชุมระหว่างผู้นำรัสเซียกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การหารือระหว่างกันเกิดผลอย่างเป็นทางการ

AEOI ระบุสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านขัดต่อ NPT

  องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่าน (Atomic Energy Organization of Iran – AEOI) ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 มิ.ย.68 ว่า การที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในเมืองฟอรโด (Fordow) เมืองนะฏันซ์ (Natanz) และเมืองอิศฟะฮาน (Isfahan) ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) โดยเกิดขึ้นภายใต้การเมินเฉยหรือสมรู้ร่วมคิดกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) นอกจากนี้ AEOI เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายดังกล่าวและสนับสนุนอิหร่านในการยืนยันสิทธิที่ชอบธรรมตามกฎหมาย รวมถึงยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้อิหร่านยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน  

สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จการโจมตีทางอากาศโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความทาง truth social เมื่อ 21 มิ.ย.68 ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในเมือง Fordow Natanz และ Esfahan และเตรียมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเวลา 22.00 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ)

เลขาธิการ UN วิตกกังวลที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายอันโตนิโอ กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุผ่านทางบัญชี X เมื่อ 21 มิ.ย.68 ว่า กังวลอย่างยิ่งต่อกรณีสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายในภูมิภาคที่กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดสูงอยู่แล้ว และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของโลก กับทั้งเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสมาชิกลดระดับความรุนแรงลงและยึดมั่นตามพันธกรณีที่มีอยู่ตามพันธกรณีกฎบัตรสหประชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

มาเลเซียอยู่ระหว่างทบทวนการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไทย-รัฐกลันตัน

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.68 ว่า Datuk Seri Shamsul Anuar Nasarahi รมช.กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศ มาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียอยู่ระหว่างทบทวนโครงการเสริมความมั่นคงบริเวณชายแดนอย่างเช่นการนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนมาเลเซีย-ไทย เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรัฐกลันตัน ซึ่งเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูงด้านความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการลักลอบสิ่งของผิดกฎหมาย และยาเสพติด ซึ่งหากไม่มีมาตรการป้องกันอาจขยายเป็นภัยคุกคามในวงกว้างได้ โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจและหน่วยความมั่นคงลงสำรวจพื้นที่ เพื่อระบุตำแหน่งที่ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษแล้ว ทั้งนี้ เมื่อ 11 มิ.ย.68 ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐ กลันตัน แสดงจุดยืนสนับสนุนการสร้างกำแพงหรือรั้วตามแนวชายแดนด้านรัฐกลันตัน เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนเช่นกัน

การเจรจาภาษีระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ เป็นไปอย่างราบรื่น

เว็บไซต์ The Business Times รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม เมื่อ 19 มิ.ย.68 ว่า การเจรจาภาษีระหว่างมาเลเซียและสหรัฐฯ นำโดย เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย กับนาย Howard Lutnick รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ ดำเนินไปอย่างราบรื่น เป้าหมายของมาเลเซีย คือ เจรจาขอลดภาษีจากร้อยละ 24 เหลือร้อยละ 10 อย่างไรก็ดีประเด็นที่สหรัฐฯ จะพิจารณาให้แก่มาเลเซีย ก็ควรให้สมาชิกอาเซียนในแนวทางเดียวกัน นรม.อันวาร์ ยังยอมรับว่าการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกันยังคงแข็งแกร่ง

อาเซียนและจีนหารือแลกเปลี่ยนระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศ

สนข.ซินหัว รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.68 ว่า การประชุมแลกเปลี่ยนระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศระหว่างจีน-อาเซียน (China-ASEAN Think Tank Exchange) ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่กุ้ยหยาง จีน เมื่อ 19 มิ.ย .68 โดยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การทหาร กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) ภายใต้แนวคิด “Jointly Promote Regional Peace and Build a Safe and Secure Home” การประชุมดังกล่าว มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง PLA กับกองทัพของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่นคงทางทะเลและการจัดการภาวะวิกฤต

รายได้ภาคการท่องเที่ยวลดลงและเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

  สมาคมโรงแรมไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำ พ.ค.68 พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีแนวโน้มลดลง และรายได้ธุรกิจในไตรมาส 2/2568 อาจหายไปถึงร้อยละ 20 เพราะอัตราเข้าพักเฉลี่ยโดยรวมลดลง ได้แก่ ภาคเหนือมีอัตราเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 30.4 ภาคตะวันออกร้อยละ 62.2 ภาคกลางร้อยละ 61 และภาคใต้ร้อยละ 51.1  นักวิเคราะห์แสดงความเห็นตรงกันว่าสาเหตุมาจาก 1) การแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูงขึ้น โดยหลายประเทศต่างออกนโยบายฟรีวีซ่า หรือโปรแกรมการท่องเที่ยวฟรีสำหรับผู้โดยสารที่แวะพักเครื่อง เพื่อดึงดูดให้สายการบินเข้ามาเปิดเส้นทาง 2) ราคาที่พักและบริการท่องเที่ยวในไทยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน เช่น เวียดนามที่ทำการตลาดในเรื่องความคุ้มค่า ทั้งค่าครองชีพ ค่าโรงแรม ค่าอาหาร และราคาทัวร์ที่ถูกกว่าไทย และ 3) ความกังวลในความปลอดภัยและคุณภาพในการบริการ เนื่องจากไทยถูกมองว่าไม่ปลอดภัยจากปัญหาขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมักถูกคิดค่าบริการในราคาสูงเกินจริง เช่น ค่าแท็กซี่ ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีและไม่กลับมาซ้ำ

คนไทยเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดจากฝุ่น PM 2.5

มีข้อมูลว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบันยังคงรุนแรง โดยค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 รายปีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับปี 2565 และในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคเหนือ พบค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขณะที่ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพเพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจนถึงถุงลมปอด และเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในเนื้อเยื่อปอด รวมถึงกระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยในปัจจุบัน  จากการสำรวจพบว่า ประชาชนทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่อาศัยหรือทำงานกลางแจ้งที่มีการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจ รวมถึงมะเร็งปอด

กลุ่ม BRN เรียกร้องการปกครองตนเองและตั้งรัฐปาตานีดารุสสลาม

กลุ่ม BRN เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านทางยูทูบ ระบุว่า “ประชาคมปาตานี” ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาโดยตลอด รัฐบาลไทยไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้งคณะพูดคุยอย่างจริงจัง ทั้งยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในทางปฏิบัติ  เนื้อหาในคลิปวิดีโอยังได้กล่าวถึงแนวคิดการปกครองตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และตั้งรัฐปาตานีที่จะประกอบด้วยฝ่ายนิติบัญญัติ (สภาชูรอ) ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ (ศาลกฎหมายอิสลาม) พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมปาตานีออกมารวมตัวกันเพื่อปกป้องดินแดนที่เป็นสิทธิของตน โดยยืนยันว่ากลุ่ม BRN จะยืนหยัดต่อสู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย