ประธานาธิบดีรัสเซียอาจพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จีน ห้วง ก.ย.68

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุเมื่อ 21 ก.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ห้วงการเยือนจีนใน ก.ย.68 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปี ชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2   ขณะที่โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียระบุเมื่อ 20 ก.ค.68 ว่า การพบหารือระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน (ไม่ระบุห้วงเวลาและสถานที่) และประเด็นความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนจะไม่กระทบการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย

เวเนซุเอลาอ้างว่าหรัฐฯ เนรเทศชาวเวเนซุเอลาไปเอลซัลวาดอร์ถูกทรมาน

สนข. BBC รายงานเมื่อ 22 ก.ค.68 อ้างอัยการสูงสุดเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า ชาวเวเนซุเอลากว่า 250 คน ซึ่งสหรัฐฯ เนรเทศไปคุมขังที่ศูนย์กักขังผู้ก่อการร้าย (Terrorism Confinement Center – CECOT) ในเอลซัลวาดอร์ ตั้งแต่ มี.ค.68 ถูกทรมานขณะอยู่ใน CECOT มีทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ ทุบตีทำร้ายร่างกาย ให้อาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย  และไม่มีการเข้าถึงทนายความหรือญาติ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายและคำให้การของชาวเวเนซุเอลากลุ่มดังกล่าว ซึ่งถูกส่งตัวกลับประเทศเมื่อ 18 ก.ค.68 แลกกับการปล่อยตัวชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังในเวเนซุเอลา นอกจากนี้ อัยการสูงสุดเวเนซุเอลาประกาศจะดำเนินกระบวนการการสอบสวนประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล นายกุสตาโว วิญญาโตโร  รมว.ยธ. และนายโอซีริส ลูนา เมซา ผอ. CECOT  พร้อมเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court – ICC) คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council –…

มาเลเซียตรวจสอบคลิปวีดิโอ AI หลอกลวงว่าสมเด็จพระราชาธิบดีฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือ

สนข.Malaymail รายงานเมื่อ 22 ก.ค.68 ว่า สำนักงานตำรวจสืบสวนกลางมาเลเซีย ได้รับรายงานเกี่ยวคลิปวีดิโอใน TikTok ความยาว 32 วินาที โพสต์จากบัญชีชื่อ @DATUKZULKARNAIN77 มีเนื้อหาภาพและเสียงเกี่ยวกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียทรงอธิบายมาตรการช่วยเหลือการเงินแก่ประชาชนที่ประสบปัญหา และให้ผู้เดือดร้อนสามารถติดต่อกับผู้ใช้ชื่อ “Datuk Zulkarnain” เพื่อขอรับความช่วยเหลือ โดยตำรวจระบุว่าเป็นคลิปปลอม ที่สร้างจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  เพื่อหลอกลวงทางการเงิน ทั้งนี้ ตำรวจมาเลเซียอยู่ระหว่างสืบสวนคดีดังกล่าวเพิ่มเติม ภายใต้กฎหมายอาญา ม. 419 ว่าด้วยการหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น และกฎหมายว่าด้วยการสื่อสารและมัลติมีเดีย ม. 233 ว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อ

จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดจีน-EU ครั้งที่ 25

สื่อจีนรายงานเมื่อ 21 ก.ค.68 ว่า  การประชุมสุดยอดจีน-EU ครั้งที่ 25 ที่กรุงปักกิ่ง นายหลี่ เฉียง นรม.จีน จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับนาง Ursula Von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนาย Antonio Costa ประธานคณะมนตรียุโรป ซึ่งจะเยือนจีนใน 24 ก.ค.68  ผู้นำ EU ทั้งสองคนจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงด้วย   จีนเชื่อว่า ความสัมพันธ์จีน-EU เผชิญความท้าทายจากการกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับการค้าและธุรกิจ และการกล่าวหาจีนโดยไม่มีมูลความจริงในประเด็นยูเครน ซึ่งจีนคาดหวังให้ EU ทำงานร่วมกับจีน ก้าวข้ามความแตกต่าง วางแผนความร่วมมือร่วมกันในอีก 50 ปีข้างหน้า และขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดีขึ้นสำหรับความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างกัน

มุขมนตรีรัฐอัสสัมของอินเดีย แสดงทัศนะต่อกรณีจีนเริ่มก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ

เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 21 ก.ค.68 ว่า นาย Himanta Biswa Sarma มุขมนตรีรัฐอัสสัมของอินเดีย ให้สัมภาษณ์สื่อในวันเดียวกัน กรณีจีนเปิดโครงการก่อสร้างเขื่อนยาร์ลุง จังโป (Yarlung Zangbo) เมื่อ 19 ก.ค.68 ว่า อินเดียอาจจะได้รับผลกระทบหากปริมาณน้ำในแม่น้ำพรหมบุตรลดลงจากการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว 2 กรณี ได้แก่ 1) จะช่วยป้องกันน้ำท่วมในรัฐทางภาค ตอ.น.ของอินเดีย ห้วงฤดูน้ำหลาก และ 2) ผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ดี นาย Sarma ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำพรหมบุตรมีต้นน้ำหลายสายทั้งจากรัฐอรุณาจัลประเทศ ภูฏาน และน้ำจากฝน ซึ่งคาดว่ารัฐบาลกลางอินเดียจะหารือกับจีนในประเด็นการสร้างเขื่อนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านสำคัญต่อไป ทั้งนี้ เขื่อนยาร์ลุง จังโป เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนแม่น้ำยาร์ลุง จังโป ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำพรหมบุตร ใกล้ชายแดนรัฐอรุณาจัลประเทศ อินเดีย

โครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจได้ผลดีกว่าหากแจกในรูปแบบบัตรของขวัญดิจิทัล

นิตยสาร The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความของนาย David Hutt นักวิจัยจาก Central European Institute of Asian Studies (CEIAS) ในสโลวาเกีย เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นนโยบายหลักของพรรค พท. ซึ่งเริ่มแจกเงินในเฟสแรกให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ และเฟสที่ 2 ให้ผู้สูงอายุ แต่ได้ยกเลิกเฟสสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ รัฐบาลอ้างว่าเป็นเพราะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ แต่ที่แท้จริงคาดว่าเป็นเพราะการดำเนินโครงการ 2 เฟสแรกไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคได้  ผู้เขียนบทความมองว่า การแจกเงินเป็นแนวคิดที่ดี แต่นโยบายนี้ไม่ได้ผล เพราะการแจกที่แจกเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม เพราะประชาชนอาจเก็บเงินไว้ หรือนำไปใช้ชำระหนี้สินมากกว่าจะนำไปใช้จ่าย จึงไม่เห็นผลในการกระตุ้นการบริโภค โดยเสนอให้แจกเงินในรูปแบบบัตรของขวัญดิจิทัลที่มีวันหมดอายุสั้น และใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่กำหนด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

สังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม

นสพ.Independent ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีกระแสความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนโดยการตัดผมของโรงเรียนนารีวุฒิ จ.ราชบุรี ซึ่งหลายคนมองเป็นวิธีการลงโทษที่ล้าสมัย ในขณะที่ศาลปกครองสูงสุดให้ยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการผลักดันสิทธิของนักเรียน แต่การบังคับตัดผมยังคงเป็นการลงโทษทางวินัยของโรงเรียนไทยหลายแห่ง ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนมาแล้วหลายครั้ง โดยยกกรณีการตัดผมนักเรียนกว่า 10 คนของโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2565 ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางออนไลน์ จนเกิดการประณามว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก รวมถึงกรณีครูโรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ลงโทษด้วยการตัดผมนักเรียนกว่า 100 คน เมื่อปี 2566

กลุ่มค้ายาในเกาหลีใต้แอบอ้างส่งออกยาเอโทมิเดตไปไทย

นสพ.Korea JoongAng Daily ของเกาหลีใต้ รายงานกรณีสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซลสั่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายยาเอโทมิเดตปริมาณ 35,000 มิลลิลิตร มูลค่า 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.3 ล้านบาท) โดยรายงานเท็จว่ายาดังกล่าวเป็นสินค้าส่งออกไปยังไทย แต่กลับนำไปกระจายในตลาดมืดในเกาหลีใต้แทน  จนท.ตั้งข้อสังเกตว่าพัสดุส่งออกไปยังไทยมีน้ำหนักเบาผิดปกติ เมื่อติดต่อผู้รับจึงทราบว่าไม่มีการสั่งซื้อยาดังกล่าว และสืบสวนจนพบว่ายาถูกส่งไปที่คลินิกผิวหนังปลอมที่ตั้งอยู่ในเขตกังนัม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการฉีดยาเอโทมิเดตให้กับผู้ที่ติดยา ปัจจุบันยาเอโทมิเดตถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้น  เกาหลีใต้อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้ยาเอโทมิเดตเป็นยาเสพติด

ไทยกำลังถอยกลับจากนโยบายกัญชาเสรี 

นิตยสาร The Week ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนโยบายกัญชาของไทยที่ประกาศเมื่อ มิ.ย. 68 กรณีเตรียมนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งจะเป็นการพลิกกลับครั้งใหญ่จากนโยบายกัญชาเสรี จากเมื่อปี 2565 ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างอุตสาหกรรมกัญชาที่มีมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้ควบคุมกัญชา รวมถึงแรงกดดันจากสหราชอาณาจักรที่พบการลักลอบนำเข้ากัญชาจากไทยจำนวนมาก มีคนหนุ่มสาวถูกล่อลวงโดยแก๊งค้ายาเสพติดให้ขนกระเป๋าเดินทางที่บรรจุกัญชากลับประเทศ  การจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเกิดความสับสน ผู้ประกอบการกังวลว่าจะถูกผลักออกจากตลาดอย่างไม่เป็นธรรม อาจต้องปิดตัว หรือไปอยู่ใต้ดิน  การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชายังถูกทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้ผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมาย ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล