EP 3 : จีนกับมาตรการเฉียบขาดต่อกลุ่มจีนเทาเพื่อจัดระเบียบเศรษฐกิจและสังคม

ห้วงที่ผ่านมา ทางการจีนตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากกลุ่ม “จีนเทา” ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจีนในสายตาประชาคมโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพลเมืองจีนเอง ที่มีคนจีนจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและการค้ามนุษย์ในต่างแดน ทำให้ทางการจีนเร่งกวาดล้างกลุ่มทุนจีนเทาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จีนผนึกกำลัง เมียนมา กัมพูชา ลาว ปราบ “จีนเทา” ทั่วอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและหลากหลายมิติในการปราบปรามทุนจีนเทา เช่น กดดันทางการทูตและกฎหมาย จีนใช้ช่องทางทางการทูตกดดันรัฐบาลเมียนมา กัมพูชา และลาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศในอาเซียน “แสดงความรับผิดชอบ” และจัดการกับการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้เรียกร้องให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามพรมแดนเหล่านี้ ผลักดันความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จีนเพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งเมียนมา กัมพูชา และลาว รวมถึงไทย ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ดำเนิน ปฏิบัติการร่วม และส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกันเพื่อต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ เห็นได้จากกรณีที่ตำรวจเมียนมาส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีนจำนวนมากกลับจีนเพื่อรับโทษตามกฎหมาย รวมถึงการหารือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยและกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา กัมพูชา และลาว จีนยังผลักดันการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้ในระดับพหุภาคีอย่างความร่วมมือภายใต้ “ศูนย์ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายแม่โขง-ล้านช้าง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center–LMLECC) ซึ่งจีนก่อตั้งเมื่อปี 2560 มีภารกิจส่งเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ…

EP 2 : ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจากกลุ่มจีนเทา

การใช้กลไกเศรษฐกิจนำการเมือง ทำให้จีนได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรสำคัญด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นคู่ค้า โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ของจีน ทำให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอนุภูมิภาคขยายตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดทางสังคม วัฒนธรรม และการให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไขด้านประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชน ยิ่งทำให้จีนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในอนุภูมิภาค แต่ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่เกิดขึ้น เช่น การค้ามนุษย์อาชญากรรมหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ (call center) การใช้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในลาวกับกัมพูชา และเขตที่ควบคุมโดยกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมาเป็นฐานดำเนินการก่ออาชญากรรม เป็นช่องทางให้กับกลุ่มจีนเทา เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการเม็ดเงินและการพัฒนา แต่กลับมีการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอและตรวจสอบได้ยาก กลุ่มจีนเทาบางส่วนฉกฉวยโอกาสจากการผลักดันโครงการภายใต้กรอบ BRI และการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศรอบบ้านที่เป็นส่วนหนึ่งของ BRI แอบแฝงใช้ประโยชน์เป็นฐานดำเนินการอาชญากรรม เช่น ส่วยโก๊กโก่ ในเมียนมา และเขตเศรษฐกิจพิเศษแขวงบ่อแก้วในลาว รวมถึงเข้าหาและประสานผลประโยชน์กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในเมียนมา อาชญากรรมจีนเทาในประเทศรอบบ้านมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จุดอันตรายที่สุดคือด้านเมียนมา เนื่องจากค่อนข้างปลอดจากอิทธิพลของรัฐบาลจีน เมื่อเทียบกับลาวและกัมพูชา ทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและชาติพันธุ์ที่ยังคั่งค้าง ทำให้ยากต่อการควบคุมกวาดล้าง จีนให้ความสำคัญอย่างมาก และมุ่งดำเนินการกวาดล้างกลุ่มจีนเทาจนประสบความสำเร็จ เฉพาะอย่างยิ่งขบวนการหลอกลวงทางเทคโนโลยีทั้งในลาวและเมียนมาอย่างแข็งขันมาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงการกวาดล้างอย่างจริงจังในเมียนมาติดชายแดนไทย โดยร่วมมือกับไทยเมื่อปลายมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ 2568 รวมทั้งขยายผลการปราบปรามไปยังกัมพูชาและบริเวณสามเหลี่ยมทองคำในลาว เนื่องจากกลุ่มจีนเทาได้บั่นทอนภาพลักษณ์ BRI…

EP 1 : ปัญหากลุ่มจีนเทาในลาว เมียนมา และกัมพูชา

สถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ลาว เมียนมา และกัมพูชาในปัจจุบันทวีความรุนแรงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ อาทิ การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้ายาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทย ทั้งในมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติของกลุ่มทุนชาวจีน หรือที่เรียกว่ากลุ่มจีนเทา ฉวยโอกาสใช้ประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยเป็นพื้นที่ก่อเหตุ ดำเนินการทั้งการหลอกลวง การจัดหา และการลักลอบนำพาเหยื่อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปเป็นแรงงานบังคับ รวมทั้งก่ออาชญากรรมอื่น ๆ เช่น การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงข้ามชาติในรูปแบบคอลเซนเตอร์ และการหลอกลวงด้วยวิธีการหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต (Romance scam) ปัจจัยที่ส่งเสริมให้กลุ่มจีนเทาขยายตัวในประเทศเพื่อนบ้านบริเวณชายแดนไทย เช่น 1) อาชญากรชาวจีนย้ายฐานดำเนินการออกนอกประเทศ จากการที่รัฐบาลดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ในประเทศอย่างจริงจัง 2) ผู้ประกอบการกลุ่มจีนเทาส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดนไทย ที่ต้องปิดไปเพราะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไปเป็นฐานดำเนินการอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การพนันออนไลน์ และการฉ้อโกงข้ามชาติ และ3) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เข้าถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น ฐานดำเนินการของกลุ่มจีนเทา มีทั้งชายแดนเมียนมา เช่น ในเมืองเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ชายแดนลาว เช่น…

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอินเดีย และ รมว.กต.อินเดียจะเยือนรัสเซียใน ส.ค.68

นายอาจิต โดวาล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ นรม.อินเดีย และนายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดียจะเยือนรัสเซียใน ส.ค.68 โดยนายโดวาล จะเดินทางช่วงต้น ส.ค.68 เพื่อหารือประเด็นการขยายความร่วมมือด้านการทหาร ขณะที่นายชัยศังกระ จะเดินทางช่วงกลาง ส.ค.68 โดยจะพบหารือกับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย และนาย Denis Manturov รอง นรม.รัสเซีย ประเด็นความร่วมมือด้านทรัพยากรในภูมิภาคอาร์กติก และการเพิ่มการส่งออกไปรัสเซีย  การเยือนดังกล่าวมีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในอัตราร้อยละ 25  และจะเพิ่มมาตรการลงโทษประเทศที่ยังค้าขายกับรัสเซีย ซึ่งอินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย รองจากจีน และยังคงจัดซื้อยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่จากรัสเซีย

นรม.มาเลเซียอ้างไทยกับกัมพูชาเลือกมาเลเซียเป็นพื้นที่เจรจา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวระหว่างพิธีปิดงาน National Farmers, Breeders and Fishermen’s Day เมื่อ 3 ส.ค.68 ว่า ไทยกับกัมพูชาเลือกมาเลเซียเป็นพื้นที่เจรจาแก้ไขความขัดแย้งชายแดน เนื่องจากการเมืองมาเลเซียมีเสถียรภาพและเศรษฐกิจขยายตัว ถือเป็นความภูมิใจของมาเลเซียในฐานะประเทศที่เป็นมิตรในการช่วยเหลือให้สองประเทศสมาชิกอาเซียนแก้ไขความขัดแย้ง ทั้งยังช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะที่ผลสำเร็จจากการเจรจาระหว่างนายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นรม.ไทย และ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา เมื่อ 28 ก.ค.68 ทำให้มาเลเซียเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ