UNHCR ยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68  ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวนกว่า 81,000 คน พักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ยาวนานหลายสิบปี เกือบครึ่งหนึ่งเกิดและเติบโตที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้ นางสาว Tammi Lynn Sharpe ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย ระบุว่า การให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของไทย เนื่องจากช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ดี UNHCR เห็นว่านโยบายดังกล่าวของไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับสิทธิ แต่หน่วยงานของ UN จะสนับสนุนการดำเนินงานของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมผู้ลี้ภัยมากขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คนศึกษาต่อในสหรัฐฯ

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คน เข้าศึกษาในสหรัฐฯ  โดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และปัจจุบันมีนักศึกษาชาวจีนประมาณ 270,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ  จากเดิมที่เคยมีนักศึกษาจีนในสหรัฐฯ ถึง 370,000 คนเมื่อปี 2552  โดยก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ค.68  นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุ มีแผนจะตรวจสอบและเพิกถอนการตรวจลงตราให้ชาวจีนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน  การเปลี่ยนท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ – จีน ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะยังคงการเจรจาต่อเนื่อง  โดยสหรัฐฯ  จะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีนในอัตราร้อยละ 145 และจีนตอบโต้ด้วยการประกาศจะเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ที่อัตราร้อยละ 125  และต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าแม่เหล็กจากจีนสูงถึงร้อยละ 200 โดยอ้างความไม่พอใจที่จีนผูกขาดตลาดแม่เหล็กของโลก

รัฐสภาจีน-รัสเซียกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 25 ส.ค.68 ว่า นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National’s People Congress-NPC) พบหารือกับนาย Vyacheslav Volodin ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (State Duma) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการจีน-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง นายจ้าวระบุว่า NPC พร้อมจะร่วมมือกับรัฐสภารัสเซียในการยกระดับความร่วมมือ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล รวมถึงการสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กลไกพหุภาคี  ขณะที่นาย Volodin แสดงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียที่จะกระชับความสัมพันธ์กับ NPC เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวของฝ่ายจีนต่อไป

สหรัฐฯ เสริมเรือรบเข้าประจำการในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่าเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิธีของสหรัฐฯ USS Lake Erie (CG-70)  ชั้น Ticonderoga และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ USS Newport News (SSN-750)  ชั้น Los Angeles กำลังเคลื่อนไปเสริมกำลังในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเรือลำเลียงพลและยกพลขึ้นบก อิโวจิมา (Iwo Jima Amphibious Ready Group – IWO ARG) ที่เคลื่อนกำลังกลับท่าเรือ เพื่อหลบพายุเฮอริเคนเอริน และเคลื่อนกำลังอีกครั้งเพื่อเข้าประจำการในพื้นที่ดังกล่าว

สิงคโปร์สั่งจำคุกผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นคดีแรก

นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินจำคุกนาย Mohammed Akil Abdul Rahim วัย 41 ปี เป็นเวลา 16 เดือน พร้อมปรับ 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในข้อหาผลิตพ็อดบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสาร etomidate (Kpods) ซึ่งนับเป็นคดีแรกในสิงคโปร์ โดยนาย Mohammed สารภาพว่ารับสารจากนาย Joe (ไม่ระบุรายละเอียด) ที่มาเลเซีย เพื่อนำมาผสมและบรรจุพ็อดที่บ้านในย่านยิชน  ขณะที่ศาลชี้ว่าการผลิต Kpod เป็นภัยสาธารณะร้ายแรง มีลักษณะเป็นเครือข่ายข้ามชาติ และมีองค์ประกอบอาชญากรรมเชิงองค์กร ปัจจุบันสาร etomidate ยังอยู่ใน Poisons Act แต่ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 จะถูกจัดเป็นสารเสพติด Class C ภายใต้ Misuse of Drugs Act โทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ปรับ…

ออสเตรเลียประกาศขับนักการทูตอิหร่าน จากกรณี IRGC อยู่เบื้องหลังการโจมตีชุมชนชาวยิว

  นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อ 26 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับเหตุโจมตีชุมชนชาวยิวหลายครั้งในออสเตรเลียนับตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566 โดย ASIO และตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police-AFP) ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านเป็นผู้สั่งการโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ การวางเพลิงร้านอาหาร Lewis’ Continental Kitchen ในนครซิดนีย์ เมื่อ 20 ตุลาคม 2566   และการวางเพลิงโบสถ์ Adass Israel ในนครเมลเบิร์น เมื่อ 6 ธันวาคม 2567 และมีแนวโน้มจะสั่งการโจมตีอีกในอนาคต การกระทำดังกล่าวของอิหร่านเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวและอันตราย มุ่งเป้าไปที่การสร้างความกลัว ปลุกปั่นความแตกแยกภายใน และทำลายความสามัคคีทางสังคม ซึ่งออสเตรเลียดำเนินการตอบโต้โดย 1) ขับเอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมนักการทูตอีก 3 คน 2) ระงับการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย…