กค.เวียดนามประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศครึ่งแรกปี 2568 เติบโตร้อยละ 7.3

สนข.VNexpress International รายงานเมื่อ 4 ก.ค.68 อ้างข้อมูลของ กค.เวียดนาม ประเมินว่า เศรษฐกิจของประเทศห้วงครึ่งแรกของปี 2568 เติบโตที่ร้อยละ 7.3 สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อยู่ที่ 21,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.6 และมีการลงทุนของธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2 ทั้งนี้ กค. ระบุว่าเวียดนามตั้งเป้าหมายจะสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นร้อยละ 10 ต่อปี

จีนตีตลาดแตก ราคาถูกกระแทกใจ

ช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา สินค้าจากประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ด้วยจุดแข็งด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และกำลังการผลิตขนาดใหญ่ จีนสามารถส่งออกสินค้าไปยังเกือบทุกมุมโลกในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งหลายรายอย่างเห็นได้ชัด

การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชาส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

สนข.Al Jazeera ของกาตาร์ รายงานกรณีรัฐบาลกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์ และเตรียมนำกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้กัญชาเชิงสันทนาการ หลังจากไทยทำให้กัญชาถูกกฎหมายเมื่อปี 2565 ซึ่งก่อให้เกิดธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลอ้างว่าเป็นสาเหตุให้มีการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น และมีการลักลอบขนยาเสพติดไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกระทันหันกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องทำให้ขาดทุนและต้องปิดกิจการ โดยผู้ประกอบการมองว่า ผลกระทบด้านลบของการปลดล็อคกัญชาถูกกล่าวเกินจริง พร้อมเตือนว่า การจำกัดให้ใช้กัญชาเฉพาะทางการแพทย์จะเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมกัญชาลงสู่ใต้ดินซึ่งยากต่อการควบคุมมากขึ้น และยังเห็นว่าเรื่องกัญชากลายเป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างพรรค พท.กับพรรค ภท. โดยกลุ่มสนับสนุนกัญชาเตรียมจัดการชุมนุมประท้วงใน 7 ก.ค. 68 และมีแผนจะยื่นฟ้องรัฐบาลด้วย

ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ

เว็บไซต์ Macao Business ของมาเก๊า รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากกรณี น.ส.แพทองธาร ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นรม.ชั่วคราว และกระแสข่าวการทำรัฐประหารในไทย รวมถึงการคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้าน กำลังสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ส่งผลให้การพิจารณาร่างกฎหมายไม่เป็นไปตามแผน ในขณะที่ผู้ประกอบการกาสิโนในมาเก๊าต่างจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากไทยทำให้กาสิโนถูกกฎหมายไทยอาจก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ตลาดกาสิโนชั้นนำของโลก แข่งขันกับลาสเวกัส มาเก๊า และสิงคโปร์ได้ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในปัจจุบันกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก

ยอดมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางออนไลน์พุ่งสูงขึ้น

CardX ผู้ให้บริการบัตรเครดิตภายใต้กลุ่ม SCBX เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 แม้จำนวนคดีที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจะลดลงจากปี 2567 แต่จำนวนเงินที่สูญเสียต่อรายกลับเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9 จาก 83,800 บาท เป็น 91,500 บาท สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพเริ่มมุ่งเป้าไปยังเหยื่อที่มีศักยภาพในการหลอกลวงสูงมากขึ้น ขณะที่ยอดอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพยังมีสูงถึงกว่า 739,000 บัญชี นอกจากนี้ กลโกงที่พบมากที่สุดยังเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ มีสัดส่วนถึงร้อยละ 57 ของคดีทั้งหมด

กลุ่มมิจฉาชีพใช้โครงการของรัฐในการหลอกลวงประชาชน

ในช่วงที่รัฐบาลเปิดโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กลุ่มมิจฉาชีพได้อาศัยโอกาสดังกล่าวในการหลอกลวงประชาชนในหลายรูปแบบ ได้แก่ 1) ส่งข้อความ SMS ปลอมโดยแอบอ้างว่าเป็นข้อความยืนยันสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่ง พร้อมแนบลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันสิทธิ์หรือรับรหัส OTP ซึ่งเป็นกลลวงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงิน 2) ประกาศรับลงทะเบียนโครงการให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกลงทะเบียนด้วยตนเอง โดยมิจฉาชีพจะขอข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชนและรหัสหลังบัตร เพื่อใช้ในทางทุจริต 3) แอบอ้างเป็นผู้ให้บริการจองที่พักผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียหรือโทรศัพท์ พร้อมขอข้อมูลส่วนตัวและหลอกให้โอนเงินมัดจำสำหรับการจองห้องพักในโครงการ

จีนประกาศมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าบรั่นดีจาก EU

พณ.จีนประกาศว่า จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อสินค้าบรั่นดีนำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) เป็นเวลา 5 ปี มีผลตั้งแต่ 5 ก.ค.68 โดยจะเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 27.7-34.9 เนื่องจากพบว่า สินค้าบรั่นดีจาก EU มีการทุ่มตลาด และกระทบต่ออุตสาหกรรมบรั่นดีของจีน ทั้งนี้ พณ.จีน ยอมรับข้อเสนอการกำหนดราคาขั้นต่ำจากสมาคมและกิจการของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจาก EU และจะไม่เรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าที่ปฏิบัติตามข้อเสนอดังกล่าว เพื่อแสดงถึงความจริงใจของจีนที่จะแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าผ่านการเจรจาและหารือ ซึ่งจีนหวังว่า EU จะปฏิบัติต่อจีนในลักษณะเดียวกัน และให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับ EU

สหรัฐฯ บรรลุการเจรจาการค้ากับเวียดนามเป็นประเทศที่ 3

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความทาง Truth Social เมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า ประสบความสำเร็จในการเจรจาการค้ากับเวียดนามเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากสหราชอาณาจักร และจีน โดยสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีจากร้อยละ 46 เหลือร้อยละ 20 สำหรับสินค้านำเข้าจากเวียดนาม และร้อยละ 40 สำหรับสินค้าประเทศอื่นที่ส่งออกผ่านเวียดนาม ขณะที่เวียดนามจะยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์คาดว่าจะเพิ่มการส่งออกไปเวียดนาม เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถ SUV อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ และเวียดนามยังคงต้องหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาเช่นเดียวกับกรณีสหราชอาณาจักร ที่บรรลุการเจรจาตั้งแต่ต้น พ.ค. และลงนามข้อตกลงเมื่อต้น มิ.ย.68 

ติมอร์-เลสเตไม่เชื่อว่าเมียนมาจะคัดค้านการเป็นสมาชิกอาเซียน

สนข.UCA News รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ของติมอร์-เลสเต ว่า การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบมีความมั่นคงแล้ว และไม่เชื่อว่าการคัดค้านของเมียนมาจะมีความสำคัญ เนื่องจากหลังการรัฐประหาร ทำให้เมียนมามีอิทธิพลที่จำกัดในอาเซียน และติมอร์-เลสเต หากประธานอาเซียน (มาเลเซีย) จะตอบสนองข้อเรียกร้องของเมียนมาก็กระทำได้ แต่กระบวนการจะรับรองติมอร์-เลสเตก็คืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่นาย Valentin da Costa ผอ.องค์กรพัฒนาเอกชนติมอร์-เลสเต (FONGTIL) เชื่อว่าท่าทีดังกล่าวของเมียนมา มาจากจุดยืนของติมอร์-เลสเต ที่สนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)

สหรัฐฯ ระงับการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครน

สนข. AP รายงานเมื่อ 3 ก.ค.68 ว่า สหรัฐฯ ระงับการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ประเภทจรวดป้องกันทางอากาศ กระสุนปืนใหญ่อัตตาจร และขีปนาวุธให้ยูเครน เนื่องจากปริมาณยุทโธปกรณ์ลดลง จากการที่สหรัฐฯ ส่งอาวุธเหล่านั้น ไปยังพื้นที่ปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น ตะวันออกกลาง โดยอาวุธเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อ​ปฏิบัติการทางทหารรวมถึงการปกป้องชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่าง ๆ ของ​ยูเครน ทั้งนี้ การระงับส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มีกระแสต่อต้านจากสมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคริพับลิกัน โดยเห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงสามารถสนับสนุนยูเครนต่อไปได้ พร้อมใช้เป็นโอกาส​ในการขยายศักยภาพทางการผลิตและขีดความสามารถในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ