ประธานาธิบดีทรัมป์หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำเวียดนาม

  ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อ 4 เม.ย. 68 ว่า ได้หารือทางโทรทัศน์กับ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยเวียดนามได้แจ้งความประสงค์ขอเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐฯ ในการขอลดภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามให้เหลือร้อยละ 0 ซึ่งประธานาธิบดีทรัทป์ได้ขอบคุณในนามของรัฐบาลสหรัฐฯ และหวังว่า จะมีโอกาสพบหารือกับ พล.ต.อ.โต เลิม  ทั้งนี้ การหารือทางโทรศัพท์ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเตรียมใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) เมื่อ 2 เม.ย. 68 กับเวียดนามที่ร้อยละ 46

ไต้หวันเสนอเจรจาภาษี 0% กับสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มการลงทุน-นำเข้าอาวุธและสินค้าจากสหรัฐฯ

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 6 เม.ย. 68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน แถลงหลังการประชุมร่วมกับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมที่ทำเนียบประธานาธิบดี ระบุว่า ไต้หวันจะไม่ตอบโต้ต่อสหรัฐฯ กรณีกำหนดอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ร้อยละ 32 สำหรับสินค้านำเข้าจากไต้หวันทุกประเภท แต่จะเสนอการเจรจา โดยเริ่มจากอัตราภาษีร้อยละ 0 พร้อมจะยกเลิกข้อจำกัดทางการค้า และเพิ่มการลงทุนของบริษัทไต้หวันในสหรัฐฯ  โดยนอกเหนือจากบริษัท TSMC ยังจะมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลและการสื่อสาร ปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติ ด้าน ครม.ไต้หวัน กำลังพิจารณาจัดซื้อสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และพลังงานจำนวนมากจากสหรัฐฯ ขณะที่ กห.ไต้หวัน ได้ดำเนินการตามแผนจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ แล้ว

ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์

นสพ.USAtoday รายงานเมื่อ 5 เม.ย.68 ว่า  ชาวอเมริกันที่ไม่พอใจการบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวชุมนุมประท้วงตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัย 2  การนัดหมายประท้วงในสุดสัปดาห์นี้ เริ่มจากกลุ่มชนชั้นรากหญ้าในสังคมอเมริกันหลายกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์และนายอีลอน มัสก์ ภายใต้แคมเปญ “Hands Offs” ที่ต้องการให้ยุติการครองอำนาจอย่างไม่ชอบธรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งนี้ มีผู้ชุมนุมประท้วงรวมตัวกันประมาณแห่งละ 1,000 คน ใน 50 รัฐทั่วประเทศ การชุมนุมใหญ่สุดคงจะเป็นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งจะทำกิจกรรมระหว่าง 12.00 – 15.00 น. ขณะที่โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า  การประท้วงจะไม่บั่นทอนการทำงานของรัฐบาล และประธานาธิบดีทรัมป์พักผ่อนอยู่บ้านพักที่มาร์อาลาโก รัฐฟลอริดาสุดสัปดาห์นี้

ญี่ปุ่นเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงในพื้นที่รอบหมู่เกาะทางใต้ของประเทศ

สุนทรพจน์ของนายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น เมื่อ 6 เม.ย.68 .นพิธีเฉลิมฉลองการก่อตั้งหมวดขนส่งทางทะเล (Maritime Transportation Group) ว่า Maritime Transportation Group จะช่วยให้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self-Defense Forces-JSDF) เคลื่อนย้ายกำลังได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมให้คำมั่นจะใช้หน่วยดังกล่าวเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงในพื้นที่รอบหมู่เกาะทางใต้ของประเทศ ทั้งนี้ Maritime Transportation Group ก่อตั้งเมื่อ 24 มี.ค.68 รขึ้นตรงต่อ รมว.กห.ญี่ปุ่น  อยู่ที่ จ.ฮิโรชิมะ มีกำลังพล 100 นาย ประกอบด้วยกำลังพลสังกัดกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) และกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) และมีแผนต่อเรือเข้าประจำการ 10 ลำ ภายในปี 2571 โดย ดำเนินการแล้ว 2 ลำ ขณะที่สื่อญี่ปุ่นตั้งข้อสังเกตว่าการจัดตั้งหน่วยดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบไต้หวันเพิ่มขึ้น

กลุ่ม G7 กังวลการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ของจีนบริเวณรอบไต้หวัน

รมว.กต.กลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 เม.ย.68 กังวลอย่างยิ่งต่อการยั่วยุของจีน เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่บริเวณรอบไต้หวันเมื่อ 1 เม.ย.68 ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ช่องแคบไต้หวันทวีความตึงเครียด และทำให้ความมั่นคงและความรุ่งเรืองของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ กลุ่ม G7 คัดค้านการกระทำใด ๆ เพียงฝ่ายเดียวที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพ ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหรือการบังคับขู่เข็ญ กลุ่ม G7 สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจาอย่างสร้างสรรค์

OPEC+ ย้ำให้สมาชิกยึดมั่นการผลิตน้ำมันตามโควตาอย่างเคร่งครัด

ที่ประชุม Joint Ministerial Monitoring Committee (JMMC) ครั้งที่ 59 ของ OPEC+ เมื่อ 5 เม.ย.68 ย้ำให้สมาชิกยึดมั่นการผลิตน้ำมันตามโควตาอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้สมาชิกที่ผลิตน้ำมันเกินโควตาส่งแผนการดำเนินการเพื่อชดเชยการผลิตส่วนเกิน ภายใน 15 เม.ย.68 ก่อนจะจัดการประชุม JMMC ครั้งต่อไป (ครั้งที่ 60) ใน 28 พ.ค.68 เพื่อพิจารณาทบทวนแผนการผลิตน้ำมัน ก่อนหน้านี้ สมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ประกาศเมื่อ 3 เม.ย.68 ว่า จะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในห้วง พ.ค.68 เป็น 411,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตกต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี

กรอบความร่วมมือ“วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ ในการประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6

การประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (The Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) ครั้งที่ 6 และการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดที่กรุงเทพฯ ได้สิ้นสุดลงเมื่อ 4 เมษายน 2568 แล้วด้วยความราบรื่น และประสบความสำเร็จ  ซึ่งมีทั้งการเปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ โดยนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเป็นประธานการประชุมฯ และมีการลงนามในปฏิญญาการประชุมฯ  การประชุมฯ ครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่มีการชุมแบบพบปะกันโดยตรง สำหรับประธาน BIMSTEC ลำดับถัดไปคือบังกลาเทศ “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” เป็นไฮไลท์สำคัญที่นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวในเปิดการประชุมฯ หลังจากผู้เข้าร่วมประชุมฯ ได้รำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไวเมื่อ 28 มีนาคม 2568   “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” ที่นายกรัฐมนตรีไทยเสนอ จะเป็นกรอบความร่วมมือ ที่จะนำสมาชิก BIMSTEC ไปสู่อนาคตที่มีความเจริญรุ่งเรือง ยืดหยุ่น และเปิดกว้าง เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ส่งเสริมความเชื่อมโยง…

ลมช.ไต้หวันนำคณะเยือนสหรัฐฯ

สนข.Reuters อ้างรายงานของ Financial Times เมื่อ 5 เม.ย.68 ว่า นาย Joseph Wu เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน นำคณะเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบหารือด้วยช่องทางพิเศษ (special channel) กับทีมบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากจีนเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเมื่อ 2 เม.ย.68 และสหรัฐฯ ประกาศดำเนินมาตรการภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากไต้หวัน ขณะที่ไต้หวันแสดงความเสียใจต่อมาตรการดังกล่าว โดยนาย Wu เคยกล่าวย้ำว่า ไต้หวันยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสหรัฐฯ

อาเซียนเตรียมจัดประชุม รมว.ศก. วาระพิเศษ หารือรับมือผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐฯ

อาเซียนจะจัดการประชุม รมว.ศก.อาเซียน วาระพิเศษ (Special ASEAN Economic Ministers’ Meeting) ใน 10 เม.ย. 68 โดยดาโต๊ะ ซรี เติงกู ซาฟรูล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซียเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากดำเนินมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค เสถียรภาพเศรษฐกิจในระดับมหภาค และการตอบสนองร่วมกันของอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของภูมิภาค รวมถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อระบบการค้าที่เปิดกว้าง ยุติธรรม และมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว จะมุ่งเน้นแสวงหาแนวทางการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการค้าในภูมิภาค ห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนระดับโลกต่อไป

อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม แต่พร้อมปกป้องตนเอง

ประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิซกียอน ของอิหร่าน หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและ นรม.ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 3 เม.ย.68 โดยแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันอีดิลฟิฏริ (Eid al-Fitr) หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ขณะเดียวกันก็ระบุว่าพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพและยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม แต่ไม่ลังเลที่จะปกป้องตนเอง อิหร่านมีความพร้อมและศักยภาพที่จะป้องกันตนเองในระดับสุงสุด  การแสดงท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า อาจตัดสินใจส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าไปโจมตีอิหร่าน หากไม่ยอมเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติปัญหาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ