กลุ่มกบฏในโคลอมเบียก่อเหตุโจมตี

สนข. AP รายงานเมื่อ 20 ม.ค.68 ว่ากองทัพโคลอมเบียเตรียมส่งกำลังพล 5,000 นาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ในภูมิภาคคาตาตัมโบ ซึ่งเกิดเหตุโจมตีระหว่างกลุ่มกบฏ National Liberation Army (ELN) กับอดีตสมาชิกกลุ่มกบฏ Revolutionary Armed Forces of Colombia (FARC) ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย ด้านนายวิลเลียม วิลลามิซาร์ ผู้ว่าการเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ ในภูมิภาคดังกล่าวระบุว่า ประชาชนบางส่วนอพยพไปยังเมืองทิบู ซึ่งมีศูนย์พักพิงหลายแห่ง หรือข้ามชายแดนไปยังเวเนซุเอลา ขณะที่นายอีวาน วาลาเกซ รมว.กห.โคลอมเบีย เดินทางไปยังเมืองคูคูตาในเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ เพื่อจัดประชุม จนท.ด้านความมั่นคงและเจรจาให้กลุ่มกบฏหยุดยิง

แอฟริกาใต้จะไม่ถอนคำร้องให้ ICJ สอบสวนกรณีอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

นาย Ronald Lamola รมว.กต.แอฟริกาใต้ เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 20 ม.ค.68 ว่า แอฟริกาใต้ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส แต่ยังมีประเด็นท้าทายคือการปฏิบัติตามข้อตกลง แอฟริกาใต้เรียกร้องให้หยุดยิงและแก้ไขความขัดแย้งตามแนวทาง 2 รัฐ (Two-state solution)  ซึ่งหากข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับการตอบรับเร็วกว่านี้ ก็คงไม่มีประชาชนถูกกองทัพอิสราเอลสังหารมากเช่นนี้ในห้วง 15 เดือนที่ผ่านมา  ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า แอฟริกาใต้จะยังไม่ถอนคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice-ICJ) ให้สอบสวนกรณีอิสราเอลละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 (Convention on the Prevention and Punishment of the Crime of Genocide-CPPCG) ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาตลอดห้วง 15 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งICJอยู่ระหว่างการไต่สวน

มาเลเซียจะส่งชาวปาเลสไตน์ที่เข้ารับการรักษาในประเทศกลับฉนวนกาซา

ดาโต๊ะ ซรี อะห์หมัด ซาฮิด ฮามีดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 19 ม.ค. 68 ว่า มาเลเซียเตรียมส่งตัวชาวปาเลสไตน์ที่บาดเจ็บและเข้ารับการรักษาในมาเลเซียพร้อมครอบครัว รวม 127 คน กลับฉนวนกาซา ในช่วงที่อิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรก เนื่องจากผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษาหายเป็นปกติ และแสดงความประสงค์กลับถิ่นฐานเดิม โดย กต.และกห.มาเลเซีย จะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังเหตุชาวปาเลสไตน์แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะพำนักอยู่ในมาเลเซีย

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสแลกตัวประกันกับนักโทษชุดแรกตามข้อตกลงหยุดยิง

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสแลกตัวประกันชาวอิสราเอลกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ชุดแรกสำเร็จ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 11.15 น. (16.15 น. ตามเวลาไทย) ของ 19 ม.ค.68 ซึ่งล่าช้าไปประมาณ 3 ชม. จากกำหนดเดิมในเวลา 08.30 น. ทั้งนี้ กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกนำไปตัวยังฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ต.ค.66 จำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส. Romi Gonen อายุ 24 ปี น.ส. Emily Damari อายุ 28 ปี (สัญชาติอิสราเอล-อังกฤษ) และ น.ส. Doron Steinbrecher อายุ 31 ปี (สัญชาติอิสราเอล-โรมาเนีย) ขณะที่อิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จากเรือนจำ Ofer รวม 90 คน (นักโทษ 30 คน ต่อตัวประกัน 1…

จีนประสบความสำเร็จในการจำลองการทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง

นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 19 ม.ค.68 อ้างรายงานผลการทดสอบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic) แบบปล่อยจากอากาศสู่อากาศของจีน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Equipment Environmental Engineering โดยนาย Cheng Gong และนาย Huang Yimin นักวิจัยอาวุโส ร่วมกับสถาบัน China Airborne Missile Academy (CAMA) ระบุว่า จีนประสบความสำเร็จในการใช้อุโมงค์ลม (ตั้งอยู่ที่เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ซึ่งใช้ทดสอบระบบลงจอดของโครงการไปดาวอังคารของจีน) เพื่อทดสอบสมรรถนะของขีปนาวุธดังกล่าว โดยสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 5 มัค (Mach) และทนต่ออุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียสได้เป็นเวลานาน แม้รายงานดังกล่าวไม่เปิดเผยชื่อรุ่นของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่ถูกทดสอบ แต่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยถึงการมีอยู่อย่างเป็นทางการของอาวุธดังกล่าว หลังกองทัพจีนกล่าวอ้างว่าขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงหลายรุ่นในครอบครอง

ภาคประชาสังคมและประชาชนเรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ

  เว็บไซต์ Mongabay ของสหรัฐฯ นำเสนอบทความเกี่ยวปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การประมง อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเนื้อหาระบุถึงข้อถกเถียงเรื่องต้นตอของปัญหาปลาหมอคางดำหลังจาก CP บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยขออนุญาตนำเข้าปลาดังกล่าว ความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้น กรณีภาคประชาสังคมและประชาชนรวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบรวมถึงนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และกรณีภาคประชาชนยื่นฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อรัฐบาล ขณะที่ CP ได้ยื่นฟ้ององค์กรไบโอไทย ฐานหมิ่นประมาทจากกรณีปลาหมอคางดำเช่นกัน

ไทยพยายามลดความกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน

นสพ.SCMP ของฮ่องกง รายงานระบุ ข่าวการหายตัวไปของนาย Wang Xing นักแสดงชาวจีน ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทางมายังไทยของนักท่องเที่ยวจีนจนมีการยกเลิกการจองโรงแรมในไทย ซึ่งไทยพยายามลดความกังวล โดย ททท.ได้ออกแถลงการณ์บน Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และรัฐบาลไทยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกหลอกลวงที่มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหยื่อหลายรายถูกหลอกลวงด้วยข้อเสนองานปลอม

สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายสุราชุมชน

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ15 ม.ค 68 มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สรรพสามิต (กฎหมายสุราชุมชน) เพื่อส่งเสริมการผลิตสุราของผู้ประกอบการรายย่อย ลดการผูกขาดในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย และสนับสนุนเศรษฐกิจในชนบท โดยการออกใบอนุญาตที่ง่ายขึ้นอาจเป็นประโยชน์ต่อร้านอาหารและร้านสถานบันเทิงในการพัฒนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เฉพาะกลุ่มเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายล้านคนที่เดินทางมาเยือนไทยในทุกปีด้วย แต่การเปิดโรงเบียร์และโรงกลั่นสุราขนาดเล็กอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และ บจ.บุญรอดบริวเวอรี่ ที่ครองตลาดเบียร์และสุราในไทย

ไทยสนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อแข่งขันเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย-แปซิฟิก

สนข.Bloomberg และเว็บไซต์ข่าวสารด้านคริปโทเคอร์เรนซี อาทิ Coinpedia Cryptodaily รายงานกรณี ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันสามารถลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ในประเทศได้ หลังจากเมื่อ มิ.ย. 66 ได้อนุมัติการจัดตั้งกองทุนที่ลงทุนใน Bitcoin ETF ในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญท่ามกลางการแข่งขันในการเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิกที่ปัจจุบันนำโดยสิงคโปร์และฮ่องกง ทั้งนี้ บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่งจัดให้ไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่สำคัญ เพราะไทยมีการผ่อนปรนข้อจำกัดต่าง ๆ อีกทั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม.ผู้เป็นหัวหน้าพรรค พท.ทางพฤตินัย ยังสนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัล

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการใน ก.พ.68

สำนักข่าว Fresh News และ หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 17 ม.ค.68 อ้าง กต.กัมพูชาว่า สมเด็จฯ ฮุน มาแนต  นรม.กัมพูชา จะเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการใน ก.พ.68 ซึ่งจะเป็นการเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะด้านการป้องกันประเทศ  เศรษฐกิจและการค้า รวมถึงการเชื่อมโยงและการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน ทั้งนี้ เมื่อ 16 ม.ค.  68 นายปร๊ะ สุคน รอง นรม.และ รมว.กต.หารือทางโทรศัพท์กับนายเอ็นริเก  มานาโล  รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ถึงรายละเอียดการเยือนฟิลิปปินส์  และผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีกัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2567 ด้า รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ขอบคุณกัมพูชาที่ช่วยเหลือชาวฟิลิปปินส์จากกรณีอุ้มบุญ