รมว.กต.รัสเซียระบุว่าลาวได้รับสถานะเป็นประเทศคู่เจรจา SCO

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย แถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ รมว.กต.องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ที่เมืองเทียนจิน จีน เมื่อ 15 ก.ค.68 ว่า ลาวได้รับสถานะเป็นประเทศคู่เจรจา SCO เพิ่มจากอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย บาห์เรน กัมพูชา อียิปต์ คูเวต มัลดีฟส์ เมียนมาร์ เนปาล กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ศรีลังกา ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้ รัสเซียคาดว่าประเทศคู่เจรจา SCO รวมถึงประเทศสังเกตการณ์  และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 30 ประเทศ จะเข้าร่วมการประชุม SCO Plus ในห้วงการประชุมสุดยอด SCO ที่เมืองเทียนจิน จีน ระหว่าง 31 ส.ค. – 1 ก.ย.68 โดย SCO Plus จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี…

เวียดนามและสหราชอาณาจักรมุ่งส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ และพลังงาน

ในการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า (Joint Economic and Trade Committee-JETCO) ที่กรุงลอนดอน เมื่อ 14 ก.ค.68นาย Nguyen Hoang Long รมช.อุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามกับนาย Douglas Alexander รมช.พาณิชย์และการค้าสหราชอาณาจักร    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร การเงิน ธนาคาร พลังงานหมุนเวียน การศึกษา การค้าและการลงทุน ฝ่ายเวียดนามขอให้สหราชอาณาจักรสนับสนุนการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างสองประเทศ รวมถึงเพิ่มความช่วยเหลือแก่เวียดนามในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานหมุนเวียน ด้านสหราชอาณาจักรต้องการขยายการส่งออกสัตว์ปีก เนื้อวัว และอาหารทะเล แต่ก็เปิดรับสินค้าเกษตรเวียดนามเข้าตลาด และจะช่วยเวียดนามในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ภัยคุกคามไซเบอร์ในยุคดิจิทัล: ความมั่นคงของประเทศไทยภายใต้ความเสี่ยงใหม่

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วของประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต การผลักดันนโยบาย Digital Government และการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานออนไลน์อย่างมหาศาล ในปี 2568 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 65.4 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 91.2 ของประชากรทั้งหมด ได้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ด้านความมั่นคงไซเบอร์ ระบบข้อมูลที่สำคัญจำนวนมากของภาครัฐและเอกชนถูกจัดเก็บและบริหารในรูปแบบดิจิทัล ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น ข้อมูลจาก Kaspersky ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่พัฒนาและจำหน่ายซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส, การจัดการรหัสผ่าน, ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทาง และโซลูชันเชิงองค์กรอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูง ระบุว่า ไทยมีอัตราการโจมตีทางไซเบอร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงร้อยละ70 และพบภัยคุกคามบนเว็บมากกว่า 10 ล้านรายการในหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงที่โลกไซเบอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิความมั่นคงอย่างแท้จริง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สำคัญมีหลากหลายรูปแบบ เช่น มัลแวร์ (Malware) เป็นหนึ่งในภัยหลักที่ออกแบบมาเพื่อขโมยหรือทำลายข้อมูล ประกอบด้วยไวรัส เวิร์ม โทรจัน และสปายแวร์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายและเข้าควบคุมระบบโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว แรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นภัยคุกคามที่รุนแรง โดยมักใช้การโจมตีผ่านอีเมลหรือไฟล์แนบเพื่อเข้ารหัสข้อมูลเหยื่อและเรียกค่าไถ่ เช่นเดียวกับฟิชชิ่ง (Phishing) ซึ่งใช้การหลอกลวงผ่านเว็บไซต์หรืออีเมลปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาของภัยเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรต่าง ๆ ต้องตื่นตัวและวางมาตรการป้องกันอยู่เสมอ การโจมตีทางไซเบอร์ไม่เพียงเกิดจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังมีมนุษย์เป็นช่องโหว่หลัก โดยเฉพาะการขาดความรู้และทักษะที่จำเป็น จากการทดลองการโจมตีแบบฟิชชิ่งในกลุ่มพนักงานหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานในไทย…

กลไกทางสังคมที่ช่วยแก้ไขและยับยั้งความรุนแรงจากกระแส Islamophobia

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในประเด็นภัยความมั่นคงที่สำคัญอย่างมากหรืออาจพูดได้ว่ามากที่สุดหากมองในแง่มุมความเป็นอธิปไตยของประเทศ โดยความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของผู้เขียน คือสถานการณ์ความขัดแย้งที่แสดงออกผ่านทางการใช้ความรุนแรงในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แต่ร้อยละ 80 ของประชากร เป็นคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 1,100 คน เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่าสถานการณ์ยังเป็นความท้าทายของประเทศ เหตุการณ์เหล่านั้นที่เกิดในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมไทยบางส่วนเกิดความรู้สึกความกลัวต่อชาวมุสลิม หรือ Islamophobia ซึ่งบทความนี้จะชวนขบคิดในเรื่องนี้ จากรายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่อง สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแนวทางแก้ไขเชิงรุก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ปี 2553 ระบุว่า…

ปัญหาอาชญากรออนไลน์ (scammers) บริเวณชายแดน ไทย – เมียนมา

ปัญหาจากอาชญากรออนไลน์ (scammers) จากต่างชาติ  โดยเฉพาะในบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา สร้างความท้าทายด้านความมั่นคงทั้งในมิติเศรษฐกิจ ไซเบอร์ และความมั่นคงมนุษย์ ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ความเสียหายจากอาชญากรรมข้ามชาตินี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยมีผู้ถูกยักยอกทรัพย์สินด้วยการหลอกผ่านโทรศัพท์ หรือช่องทางออนไลน์ เป็นจำนวนมากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  Global Anti-Scam Alliance-GASA รายงานเมื่อปี 2567 ว่า ความเสียหายของการคุกคามของอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers นั้นมีมูลค่าสูงถึง 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเรียงลำดับจากความเสียหายมากที่สุดคือ สหรัฐฯ 3,520 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว เดนมาร์ก 3,067 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และสวิตเซอร์แลนด์ 2,980 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว และยังพบว่าการหลอกลวงด้วยโทรศัพท์นั้นมีมากที่สุดในไทย รัสเซีย และฮ่องกง บทความนี้อยากจะชวนทำความเข้าใจและตีแผ่ภัยคุกคามจากจากอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers ที่ส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะแค่ไทย แต่ทั่วโลก กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ หมายถึงกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ปฏิบัติการการหลอกลวงผ่านช่องทางไซเบอร์ และโทรศัพท์ อยู่ในบริเวณชายแดนของประเทศไทย โดยเฉพาะกับประเทศเมียนมาและกัมพูชา ที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินการการปราบปรามการปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรออนไลน์ หรือ scammers เช่น กลุ่ม บริษัท…

เนปาลถูกจับตาเป็นฐานแฝงตัว ISI

  เว็บไซต์ นสพ.India Today รายงานเมื่อ 13 ก.ค.68 ว่า นาย Jalaluddin หรือที่รู้จักในชื่อ Chhangur Baba ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาและผู้ต้องหาคดีเปลี่ยนศาสนาโดยมิชอบในหลายรัฐของอินเดีย ได้เดินทางไปยังกรุงกาฐมาณฑุ เนปาล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองระหว่างเหล่าทัพของปากีสถาน (Inter-Services Intelligence – ISI) โดยนาย Chhangur Baba ได้เข้าร่วมการประชุมกับ จนท.ISI ที่ สอท.ปากีสถาน/กาฐมาณฑุ และมีแผนสนับสนุนการสมรสระหว่างสตรีชาวฮินดูที่เปลี่ยนศาสนากับ จนท.ISI รวมถึงสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงที่แฝงตัวอยู่ในเนปาล (sleeper cell operatives) นอกจากนี้ นาย Chhangur Baba ยังมีแผนจัดตั้งฐานปฏิบัติการในรัฐอุตตรประเทศ และขยายกิจกรรมเปลี่ยนศาสนาในกลุ่มผู้ลี้ภัยโรฮีนจามาในอินเดีย  

เมียนมาจัดตั้งหน่วยงานอวกาศ เพื่อการวิจัยและสนับสนุนความมั่นคงของชาติ

ประกาศของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เมื่อ 4 ก.ค.68 ระบุว่าเมียนมาได้จัดตั้งหน่วยอวกาศเมียนมา (Myanmar Space Agency-MSA) เมื่อ 1 มิ.ย.68 หลังจาก พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และ นรม.เมียนมา เยือนกรุงมอสโก รัสเซีย เมื่อ มี.ค.68 และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับรัสเซียหลายฉบับ รวมถึงบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการสำรวจและการใช้พื้นที่อวกาศเพื่อสันติ โดยหน่วยงานแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมตรงของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รวมถึงการตรวจสอบและอนุมัติผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่หน่วยงาน ปัจจุบัน มีเพียงรัสเซีย ที่ให้ความร่วมมือกับเมียนมาด้านอวกาศ  เมียนมาระบุว่า หน่วยงาน MSA ก่อตั้งขึ้นเพื่อสันติ เพื่อความร่วมมือในระดับนานาชาติสำหรับการวิจัยและการใช้ประโยชน์จากอวกาศ ตลอดจนสนับสนุนความมั่นคงของชาติ เกษตรกรรม การจัดการภัยพิบัติ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 

อินโดนีเซียอาจยกเลิกแผนนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ

 นาย Bahlil Lahadalia รมว.พลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 14 ก.ค.68 ว่า อินโดนีเซียอาจยกเลิกแผนนำเข้าสินค้าพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากการเจรจาเรื่องมาตรการภาษีไม่บรรลุข้อตกลง ทั้งนี้ กระทรวงฯ เตรียมจัดสรรงบประมาณ 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับการนำเข้าพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คณะผู้แทนการเจรจา นำโดยนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รมต.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ กำลังเร่งการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลง ก่อนกำหนดใน 1 ส.ค.68 โดยตั้งเป้าหมายให้สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีตอบโต้ลงจาก ร้อยละ 32 ซึ่งเป็นอัตราเดิมที่เคยประกาศไว้เมื่อห้วง เม.ย.68   

แรงงานต่างด้าว : กลไกเศรษฐกิจและความท้าทายด้านความมั่นคงของไทย

สถานการณ์ของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยยังคงมีความซับซ้อนและท้าทาย เนื่องจากการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เผชิญปัญหาในหลายมิติ หนึ่งในปัญหาหลักคือแรงงานจำนวนมากยังคงเข้าสู่ประเทศโดยผิดกฎหมาย ส่งผลให้รัฐไม่สามารถควบคุม ดูแล หรือคุ้มครองสิทธิได้อย่างทั่วถึง และยังเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ เช่น การเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ หรือการตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ รัฐบาลไทยจึงได้จัดระเบียบแรงงานเหล่านี้ เช่น การตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน การเร่งรัดการขึ้นทะเบียน และการขยายระยะเวลาพำนักอาศัยในไทยของแรงงานตามระบบหนังสือบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (Memorandum of Understanding หรือ MOU) เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศกับประเทศต้นทาง โดยเฉพาะเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เพื่อจัดการแรงงานอย่างเป็นระบบกำกับการนำเข้าแรงงานอย่างถูกกฎหมาย ลดการลักลอบเข้าเมือง และส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างรัฐ โดยจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้เข้ามาในไทย ในปี 2568 ประเทศที่มีแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากที่สุดคือ เมียนมาร์ จำนวน 969,000 คน ต่อมาคือกัมพูชา จำนวน 167,000 คน ลำดับต่อมาคือลาว 64,000 คน อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติพบปัญหา เช่น ความล่าช้าในกระบวนการ ความไม่โปร่งใสในระบบนายหน้า แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือกลายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งนำไปสู่แรงกดดันจากทั้งประเทศต้นทางและองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านสิทธิมนุษยชนและภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลก ในช่วงที่ประเทศต้นทางเกิดวิกฤต เช่น ความไม่สงบในเมียนมา…

จากชุมชนค้าส่ง สู่ย่านครีเอทีฟสุดแพง : ถนนทรงวาด

ทุกวันนี้ภาพจำของถนนทรงวาดในสายตาคนรุ่นใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเหมาะสำหรับคนมีรสนิยมและต้องการประสบการณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง ด้วยย่านดังกล่าว มีคาเฟ ดีไซน์ที่โดดเด่น แกลเลอรีแสดงผลงานของศิลปิน ร้านอาหารหลากหลาย และร้านขายสินค้างานคราฟต์สวย ๆ ร้านค้าเหล่านี้ใช้สถานที่ซึ่งเคยเป็นโกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยานำมาปรับปรุงและรีโนเวท สร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการ อย่างไรก็ดี หากเราถามนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น หลายคนบอกว่าสินค้าแถวถนนทรงวาดที่อยู่บริเวณใกล้ถนนเยาวราช “ของมีราคาแพงขึ้นมาก” ก่อให้เกิดความสงสัยว่า ปัจจัยใดทำให้ราคาสินค้าและบริการในย่านนี้แพงกว่าพื้นที่รอบข้างถึงหลายเท่าตัว….. ย่านค้าส่งเก่าแก่ สู่ย่านไลฟ์สไตล์ชิค ๆ ของคนรุ่นใหม่ ถนนทรงวาดเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ  โดยมีจุดกำเนิดจากการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนโพ้นทะเลที่โล้สำเภามายังสยามอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวจีนกลุ่มนี้ได้เข้ามาเป็นแรงงานและประกอบอาชีพด้านการค้า โดยรัฐได้จัดสรรพื้นที่ให้ตั้งถิ่นฐานในย่านสำเพ็งและเยาวราชเป็นหลัก ต่อมาได้ขยายตัวจนกลายเป็นชุมชนหนาแน่น ในช่วงเวลานั้น เกิดเหตุเพลิงไหม้ในย่านเหล่านี้บ่อยครั้ง ด้วยสภาพความแออัดและโครงสร้างที่พักอาศัยไม่เอื้อต่อการควบคุมอัคคีภัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จึงมีพระราชดำริให้สร้างถนนสายใหม่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับท่าเรือ ทำให้สะดวกต่อการลำเลียงสินค้าจากเรือขึ้นฝั่งได้โดยตรง นอกจากจะเป็นศูนย์กลางทางการค้าของชาวจีนแล้ว ถนนทรงวาดยังกลายเป็นพื้นที่ที่รวมความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งเอื้อให้ผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้ามาประกอบกิจการและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ดังกล่าว เช่น ชาวอินเดีย ชาวมุสลิม ชาวตะวันตก ฯลฯ  ความหลากหลายนี้ ได้ส่งผลให้ถนนทรงวาดไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังสะท้อนให้เห็นถึงพหุวัฒนธรรมและพลวัตของสังคมเมืองในช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาประเทศอีกด้วย เมื่อกาลเวลาผ่าน บริบทสังคมก็แปรเปลี่ยน ทรงวาดจากถนนที่เคยเป็นแหล่งขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ สู่ย่านที่รู้จักในฐานะแหล่งค้าขายพืชผลทางเกษตรเป็นหลัก…