สหรัฐฯ ออกมากระตุ้นให้ประเทศลาตินอเมริกาและแคริบเบียนร่วมทำสงครามยาเสพติด

นายพีท เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ กล่าวถึงประเทศแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียนในงานประชุมต่อต้านยาเสพติด ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อ 5 มี.ค. 69 ว่า ต้องการให้ประเทศในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียนเพิ่มความจริงจังและความเข้มข้นในการปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติด มิเช่นนั้นสหรัฐฯ จะลงมือดำเนินการเอง นาย เฮกเซธระบุเพิ่มเติมว่าสหรัฐฯ ทำสงครามต่อต้านยาเสพติดกับแก๊งค้ายาเสพติดในภูมิภาคอเมริกามาเป็นเวลาหลายเดือนโดยสหรัฐฯ พร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามจากยาเสพติดและโต้ตอบกลับเพียงลำพัง หากจำเป็น แต่เป้าหมายของการประชุมครั้งนี้คือความร่วมมือกันภายในภูมิภาคเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางยาเสพติดเพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคอเมริกา

เมียนมาและนิการากัวกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

เว็บไซต์ The Global New Light of Myanmar เผยเมื่อ 6 มี.ค.69 ว่า พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ได้รับสาส์นตราตั้งจากนาย เซกุนโด มาร์ติน กาเลโร เอสกอร์เซีย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐนิการากัวประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาคนใหม่ ณ ห้องรับรองสาส์นตราตั้ง สำนักงานสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ กรุงเนปยีดอ เมื่อ 5 มี.ค.69 ในโอกาสนี้ทั้งสองได้เน้นย้ำถึงการหารือเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือด้านความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังหารือเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา และการเตรียมการเพื่อเปิดการประชุมรัฐสภา

อิหร่านโจมตีระลอกใหม่ต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กห.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หเปิดเผยเมื่อ 5 มี.ค.69 ว่า มีขีปนาวุธ 1 ลูกและโดรน 6 ลำ โจมตีเข้ามาในอาณาเขตของประเทศได้สำเร็จ พร้อมระบุว่าได้ทำการสกัดกั้นขีปนาวุธ 6 ลูกและโดรนมากกว่าร้อยลำภายในวันเดียว ทั้งนี้ นสพ. เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล อ้างว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เตือนอิหร่านถึงความเป็นไปได้ที่จะตอบโต้อิหร่านจากการปฏิบัติการทางอากาศดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ สื่อข่าวต่างประเทศได้เผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทำการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านไปแล้วเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล

แคนาดาพร้อมพิจารณาบทบาททางทหารท่ามกลางความวิกฤตอิหร่าน

นายมาร์ค คาร์นีย์ นรม.แคนาดา ได้พบกับนายแอนโทนี อัลบานีส นรม.ออสเตรเลีย ณ แคนเบอร์รา ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 โดยกล่าวว่า รัฐบาลยังคงพิจารณาการมีส่วนร่วมทางทหารต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน แต่เน้นย้ำถึงการลดความตึงเครียดภายในภูมิภาค นรม. คาร์นีย์ ระบุ ว่า การมีส่วนร่วมทางทหารขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสถานการณ์ พร้อมทั้งยืนยัน ว่าแคนาดาจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพ และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความกังวลต่อสเถียรภาพด้านความมั่นคง