อาเซียนจะยังไม่อนุญาตให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุม

ถ้อยแถลงของนางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รมว.กต.ฟิลิปปินส์/ผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา ภายหลังการประชุมที่เกี่ยวข้อง ห้วงการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 23 ก.ค.69 ระบุว่า การอนุญาตให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการในกรอบอาเซียนไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2569 หรือในช่วงที่สิงคโปร์ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 เนื่องจากอาเซียนยังคงยึดฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) เป็นกรอบหลักในการแก้ไขวิกฤตเมียนมา แต่ยังมีคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกรอบดังกล่าวของรัฐบาลเมียนมา อย่างไรก็ดี หากเมียนมาสามารถบรรลุดำเนินการตาม 5PC ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาท่าทีของอาเซียนในอนาคต ทั้งนี้ ผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา มีกำหนดนำคณะเดินทางเยือนเมียนมาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 เพื่อดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรมร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) และองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

อาเซียนรับ 4 ประเทศในยุโรปเข้าเป็นอัครภาคีสนธิสัญญา TAC

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามภาคยานุวัติสารเข้าเป็นอัครภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) ของ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย และสวีเดน ในห้วงการประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 24 ก.ค.69 การลงนามดังกล่าวจัดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปีของ TAC สะท้อนถึงความสำคัญและความเกี่ยวข้องของสนธิสัญญาฯ ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความสนใจของประเทศภาคีนอกภูมิภาคที่มีต่ออาเซียน การเข้าเป็นอัครภาคีของทั้ง 4 ประเทศ ส่งผลให้จำนวนอัครภาคีของ TAC รวมเป็น 62 ประเทศ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 24 ก.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนอยู่ที่ 99.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กอยู่ที่ 91.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายหลังกลุ่ม Houthi โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดงและประกาศปิดล้อมการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิหร่านยังคงควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบาบ อัลมันดาบ (Bab al-Mandab) และคลองสุเอซ อาจเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น   รวมทั้งคาซัคสถานปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันชั่วคราว  ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก OPEC+ 7 ประเทศ มีแนวโน้มเห็นชอบให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในห้วง ก.ย.69 อีกประมาณ 188,000 บาร์เรลต่อวัน โดยจะประชุมพิจารณาและรับรองมติดังกล่าวใน 2 ส.ค.69

อาเซียน-จีน มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้ 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน

ที่ประชุม รมว.อาเซียน-จีน (ASEAN Post-Ministerial Conference with China) ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 22 ก.ค.69ได้ทบทวนความคืบหน้าของการดำเนินความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านอาเซียน–จีน พร้อมหารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคต และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน นอกจากนี้ ในวาระครบรอบ 5 ปีของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านอาเซียน–จีน ในปี 2569 ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาเซียน–จีน ปี 2569-2573 (ASEAN–China Plan of Action) ทั้งนี้ รมว.กต.อาเซียน/ผู้แทน นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และนายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

มาเลเซียสั่ง UNHCR ระงับการลงทะเบียนผู้ลี้ภัย

ดาตุ๊ก ลูกานิสมัน อาวัง เซานี รมช.กต.มาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 23 ก.ค.69 ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้รัฐบาลแจ้งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในมาเลเซีย ให้ยุติการลงทะเบียนผู้ลี้ภัย และให้ผู้ลี้ภัยลงทะเบียนในระบบลงทะเบียนเอกสารผู้ลี้ภัย (Refugee Registration Document System-DPP) ของมาเลเซียแทน เนื่องจากมาเลเซียอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการจัดการข้อมูลผู้ลี้ภัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงจะใช้ระบบดังกล่าวในการประสานข้อมูล ยืนยันตัวบุคคล ติดตาม กำกับดูแลผู้ลี้ภัย และลดการพึ่งพาฐานข้อมูลขององค์กรต่างประเทศ  การลงทะเบียนภายใต้ DPP มีกระบวนการที่เข้มงวด โดยมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายช่วยคัดกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม รวมถึงป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และจะแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาร่วมกับเมียนมาและ สมาชิกอาเซียนอย่างจริงจัง ทั้งนี้ มาเลเซียเตรียมส่งตัวชาวโรฮีนจาในค่ายกักกันผู้ลี้ภัยประมาณ 5,000 คน กลับไปยังเมียนมาทางเรือ เมื่อเมียนมาแสดงความพร้อม

ญี่ปุ่นจะจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ญี่ปุ่นมีแผนจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติใน 31 ก.ค.69 เพื่อเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นสำนักเลขานุการของคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติที่ญี่ปุ่นมีแผนจัดตั้ง โดยคาดว่า ครม.จะเห็นชอบเรื่องดังกล่าวใน 24 ก.ค.69 ทั้งนี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะจัดตั้งขึ้น โดยปรับโครงสร้างสำนักข่าวกรองและวิจัยคณะรัฐมนตรี (Cabinet Intelligence and Research Office-CIRO) ซึ่งในระยะเริ่มแรกจะมี จนท. ประมาณ 700 คน และมีผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชา

ผู้นำสหรัฐฯ และเลนาบอนหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งใน ตอ.กลาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หารือกับประธานาธิบดี Joseph Aoun ของเลบานอน ซึ่งเยือนสหรัฐฯ  เมื่อ 21 ก.ค.69   สหรัฐฯ ตกลงที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนเลบานอนในการการปลดอาวุธกลุ่มกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และการถอนทหารอิสราเอลออกจากพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน   ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติให้สายการบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ  กลับไปทำการบินกับเลบานอนได้อีกครั้ง หลังจากยุติไปตั้งแต่ปี 2528 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะจัดการกับกลุ่มฮูษีในเยเมนที่ประกาศกีดกันการเดินเรือพาณิชย์ของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง และช่องแคบบาบ เอล มันเดบ รวมทั้งขู่ว่าจะโจมตีคลังนิรภัยใต้ดินที่ภูเขา Pickaxe ของอิหร่าน

อิหร่านและกลุ่มฮูษีโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง โดยมีรายงานเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านและกลุ่มฮูษีในเยเมน โจมตีเรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง ทั้งนี้ กองบัญชาการกลาง หรือ CENTCOM ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการโจมตีมีเป้าหมายเพื่อทำลายศักยภาพของอิหร่านที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และนานาชาติ ด้านอิหร่านย้ำเช่นกันว่าจะยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการข่มขู่ความมั่นคงอิหร่าน ปัจจุบัน สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งขัดแย้งกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่การยื่นฟ้องคดีก่ออาชญากรรมสงคราม เหตุการณ์ที่กลุ่มฮูษีในเยเมนใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ  Encelia และเรือ Layla เสี่ยงทำให้บรรยากาศความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น เพราะอาจดึงซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้แสดงบทบาทด้วยการตอบโต้ทางทหาร ล่าสุด ซาอุดีอาระเบียประณามการโจมตีดังกล่าวว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเตือนให้กลุ่มฮูษียกเลิกมาตรการปิดล้อมทะเลแดง และช่องแคบ Bab al-Mandeb ทันที ทั้งนี้ กลุ่มฮูษีในเยเมนประกาศปิดล้อมการเดินเรือในทะเลแดงตั้งแต่ 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลเยเมนโจมตีท่าอากาศยาน Sanaa…

ผู้นำมาเลเซียยืนยันนโยบายต่อชาวอิสราเอล ไม่สนใจแรงกดดันจากสหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ตกอยู่ในช่วงเวลาน่าจับตามองและอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง หลังจากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ยืนยันเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า มาเลเซียจะยังคงนโยบายห้ามบุคคลที่มีสัญชาติอิสราเอลเดินทางเข้าประเทศ และให้ชาวมาเลเซียที่มีสัญชาติมาเลเซีย-อิสราเอล เดินทางออกจากประเทศ เพื่อกดดันอิสราเอลให้ยุติการละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากเป็นจุดยืนสำคัญของประเทศ ดังนั้น มาเลเซียจะไม่สนใจกรณีสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ พยายามเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โน้มน้าวและกดดันมาเลเซียให้ยกเลิกนโยบายคว่ำบาตรดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่ามาเลเซียมีอำนาจอธิปไตยและเอกราช มีสิทธิกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนทั่วโลกและต่อต้านการกระทำอันโหดร้าย ผู้นำมาเลเซียปฏิเสธด้วยว่ารัฐบาลมาเลเซียมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮะมาส พร้อมระบุว่าการที่มาเลเซียพบหารือกับผู้นำของกลุ่มฮะมาสเป็นไป เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัวและประชาชนที่ได้รับความสูญเสียระหว่างสงครามและความขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันว่านโยบายของประเทศนั้น ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่ามีประเทศอื่น ๆ ที่ใช้นโยบายลักษณะเดียวกัน เพื่อตอบโต้รัฐบาลอิสราเอลที่ละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด รวมทั้งเคยส่งสายลับไปปฏิบัติการลับในมาเลเซียด้วย ล่าสุด มาเลเซียมีนโยบายเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 สั่งให้ชาวมาเลเซียที่มีสัญชาติมาเลเซีย-อิสราเอล เดินทางออกจากประเทศ ท่าทีของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีขึ้นหลังจากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ จำนวน 8 ราย เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาตรการกดดันมาเลเซียให้ยกเลิกนโยบายดังกล่าว เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าที่ผ่านมา มาเลเซียรับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ รวมทั้งโครงการฝึกอบรม International Military Education and…

ผู้แทนสหรัฐฯ กับจีนหารือกันในการประชุมอาเซียน

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พบหือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 นอกรอบการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรี ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ผลการหารือค่อนข้างเป็นเชิงบวก เนื่องจากผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศมหาอำนาจยอมรับความแตกต่าง และเห็นพ้องกันว่าจะจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เรียบร้อยก่อนที่จะให้ผู้นำรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายได้พบหารือกันในอนาคต ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบันตึงเครียดเป็นระยะ ๆ ล่าสุดกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อกลาง กรกฎาคม 2569 ว่า จีนแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ หลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้จีนไม่พอใจและปฏิเสธ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้จีนไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน รวมทั้งแสดงท่าทีสนับสนุนฟิลิปปินส์ในกรณีพิพาททางทะเลกับจีนในทะเลจีนใต้ด้วย อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนอาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ ใน กันยายน 2569 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำกับผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ต้องเคารพผลประโยชน์แห่งชาติของจีน และร่วมมือกันจัดการความแตกต่างและความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือทั้งประเด็นเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เช่น AI และเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่…