ประธานาธิบดีเมียนมาเยือนจีนเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เยือนจีนอย่างเป็นทางการ (state visit) ระหว่าง 15-19 มิ.ย.69 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา เมื่อ 10 เม.ย.69 โดยนายมินอองไลง์จะพบหารือกับประธานาธิบดีจีน และ จนท.ระดับสูง รวมทั้งเข้าร่วมประชุมด้านเศรษฐกิจ และเยี่ยมชมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง  ทั้งนี้ คาดว่า ฝ่ายจีนจะหยิบยกประเด็นการผลักดันโครงการตามระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (CMEC) ภายใต้กรอบความริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) ของจีนในเมียนมา การรักษาความปลอดภัยแก่แนวท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัฐยะไข่ไปยังมณฑลยูนนาน เขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกเจ้าผิวในรัฐยะไข่ ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนจีน-เมียนมา

สหรัฐฯและอิหร่านจะลงนาม MOU ที่สวิตเซอร์แลนด์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทาง Truth Social เมื่อ 15 มิ.ย.69 ว่า บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านแล้ว และจะลงนามใน MOU ข้อตกลงสันติภาพร่วมกันใน 19 มิ.ย.69 ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่ระบุถึงการกำจัดทุ่นระเบิดและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ  ซึ่งได้รับการยืนยันจากนายคาเซม การิบบาดี รมช.กต.อิหร่านที่แถลงผ่านโทรทัศน์ในวันเดียวกัน

ชาวเมียนมาในไทยเป็นตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

Business Times ของสิงคโปร์ รายงานอ้างข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด และชาวเมียนมาที่อาศัยและทำธุรกิจในไทย ว่าชาวเมียนมาที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไทยทั้งโดยถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายซึ่งมีรวมประมาณ 4.1 ล้านคน กำลังกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความสนใจจากกลุ่มค้าปลีก บริษัทโทรคมนาคม ผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงิน โดยชาวเมียนมาใช้จ่ายในไทยสูงถึงประมาณ 221,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหลังเกิดรัฐประหารในเมียนมา กลุ่มคนชนชั้นกลางและชนชั้นสูงในเมียนมาย้ายถิ่นฐานมายังไทยมากขึ้นจากเดิมที่เคยเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

CyberXplore ปักษ์แรก มิ.ย.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังแรกมิถุนายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

3 อุปสรรคในการทำข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

กรณีประเทศผู้เจรจาและไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดเผยเมื่อ 14 มิถุนายน 2569 ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันที่สวิตเซอร์แลนด์ ใน 19 มิถุนายน 2569 ทำให้บรรยากาศความมั่นคงระหว่างประเทศผ่อนคลายลง เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และพลังงานโลก ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศคู่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจมีอุปสรรคที่ต้องจับตามองอย่างน้อย 3 ประการ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างประเทศ ปัจจัยแรก คือ มุมมองที่แตกต่างกันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการประกาศรายละเอียด สะท้อนว่าเนื้อหาสำคัญยังอยู่ระหว่างการต่อรองของผู้แทนการเจรจาทั่ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ หากพิจารณาจากท่าทีของฝ่ายอิหร่านที่ระบุว่าข้อตกลงที่จะลงนามกันใน 19 มิถุนายน 2569 เป็นบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่จะกำหนดขั้นตอนให้คู่ขัดแย้งปฏิบัติตามอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นเรื่องการยุติปฏิบัติการทางทหาร ไม่มีประเด็นการจัดการโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน สะท้อนว่าอิหร่านยังไม่ต้องการล้มเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ทั้งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ มาโดยตลอด ตลอดจนยังไม่มีการกล่าวถึงเงื่อนไขให้อิหร่านยกเลิกการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย ทั้งที่เป็น 1 ในเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ เช่นกัน มุมมองที่แตกต่างกันต่อข้อตกลงหยุดยิง อาจทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อการเจรจาได้ทุกเวลา เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจระหว่างกันสูงมาก ดังนั้น…

ผู้นำเมียนมาจะเยือนจีน

ประธานาธิบดีมินอองไลง์ ของเมียนมา จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2569 เพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และความมั่นคงระหว่างกัน โดยผู้นำเมียนมาเลือกเดินทางเยือนจีนเป็นประเทศที่ 2 หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมือง เมษายน 2569 ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสนใจความเคลื่อนไหวของผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุน เศรษฐกิจ และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเมียนมา ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนจีนเป็นระยะเวลา 5 วัน คาดว่าจะมีบรรยากาศการเยือนและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงบวก เนื่องจากที่ผ่านมา จีนให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเมียนมา แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและมาตรการคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตก แต่จีนมีมุมมองว่าเมียนมาเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญอย่างมาก รวมทั้งเป็นประเทศหุ้นส่วนที่ให้ความสำคัญและเคารพหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ (Peaceful Coexistence) ทำให้ทั้ง 2 ประเทศมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะโครงการ China–Myanmar Economic Corridor ที่เคยเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศที่สำคัญของจีนและเมียนมาเมื่อปี 2563 ส่วนในปี 2569 เมียนมากับจีนจะครบรอบ 76 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย รัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ขณะที่นานาชาติมีมุมมอว่าปัจจุบันจีนให้ความสำคัญกับการสร้างอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมา เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อไปยังมหาสมุทรอินเดีย และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะแร่หายาก ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเป็นมหาอำนาจของจีน จีนมีบทบาทสำคัญในการจัดการความมั่นคงในเมียนมา…

สหรัฐฯ-อิหร่านจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิง

สหรัฐฯ กับอิหร่าน เห็นพ้องจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันใน 19 มิถุนายน 2569 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อยุติการปฏิบัติการตอบโต้ด้วยเครื่องมือทางทหารระหว่างกัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถกลับไปเป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยได้ตามปกติ หลังจากที่เส้นทางดังกล่าวตกเป็น “ตัวประกัน” ในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งนี้ ผู้นำปากีสถานประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลครอบคลุมความขัดแย้งในทุกพื้นที่ รวมทั้งเลบานอน พร้อมกันนี้ ผู้นำปากีสถานชื่นชมบทบาทของประเทศที่สนับสนุนการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ได้แก่ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี รวมทั้งระบุว่าจะมีการประชุมหารืออย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมการก่อนการลงนามระหว่างคู่ขัดแย้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงเมื่อ 14 มิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 80 ปีวันเกิดของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยระบุว่าตนเองได้สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ สิ้นสุดปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (blockade) และอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่าตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สามารถสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางได้อย่างแท้จริง ด้านนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความยินดีและชื่นชมว่าเป็นผู้นำที่กล้าหาญ และประสบความสำเร็จในการสร้าง “ยุคสมัยใหม่” ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านก็ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวจะระงับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทันที และมีรายงานว่าอิหร่านจะประกาศยุติสงครามที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างเป็นทางการ ใน 15 มิถุนายน 2569…

จีนจะให้ความสำคัญกับ Shanghai Cooperation Organization

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 มีถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ Shanghai Cooperation Organization (SCO) โดยระบุว่า SCO จะเป็นกรอบความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมความมั่นคง การพัฒนา และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศต่อไป พร้อมกันนี้ สื่อมวลชนจีนเผยแพร่ความสำเร็จและผลงานของ SCO ทั้งการขยายจำนวนสมาชิกจาก 6 ประเทศเป็น 10 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน อินเดีย ปากีวถาน อิหร่าน และเบลารุส ตลอดจนมีประเทศผู้สังเกตการณ์และหุ้นส่วนการเจรจามากถึง 15 ประเทศ มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของ GDP โลก นอกจากนี้ SCO ยังขยายขอบเขตความร่วมมือจากประเด็นต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง ไปเป็นการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งเสริมความมั่นคงสาธารณสุข ความมั่นคงอาหารและความมั่นคงพลังงาน ผู้นำจีนให้ความสำคัญกับการประชุมและความร่วมมือในกรอบ SCO อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าร่วมการประชุมทุกครั้ง…

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก มิ.ย.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก มิถุนายน 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม