อินโดนีเซียส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในภาคการท่องเที่ยว

สนข. Antara รายงานเมื่อ 24 ก.ย.69 อ้างถ้อยแถลงของนาง Ni Luh Puspa รมช.กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ในงาน Indonesia Tourism and MICE Outlook 2027 ย้ำว่ารัฐบาลยังคงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม   และอุตสาหกรรม MICE (การประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ การจัดนิทรรศการ)  นอกจากนี้ได้เปิดตัวระบบ MaiA (Meticulous Artificial Intelligence of Indonesia) ผ่านการบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์ม Indonesia.travel เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเยือนอินโดนีเซียเมื่อห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 จำนวน 7.45 ล้านคน เพื่อขึ้นร้อยละ 5.71 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2568

มาเลเซียเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมแก้ไขปัญหาโรฮีนจา

ดาตุ๊ก ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กล่าวต่อที่ประชุมประสานงานประจำปีของ รมว.กต.กลุ่ม OIC ณ สนญ.สหประชาชาติ เมื่อ 24 ก.ย.69 ว่า มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความช่วยเหลือและที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาจำนวนมาก จึงขอเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมรับผิดชอบต่อวิกฤตการณ์ที่ยืดเยื้อในเมียนมาให้มากขึ้น ทางออกที่ยั่งยืนสำหรับปัญหาชาวโรฮีนจานั้นต้องแก้ที่ต้นตอของปัญหา เช่น สถานะความเป็นพลเมือง ควบคู่กับการกำหนดเงื่อนไขที่เอื้อให้ผู้ลี้ภัยเดินทางกลับรัฐยะไข่อย่างปลอดภัย ด้วยความสมัครใจและมีศักดิ์ศรี มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นผลักดันการรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสนับสนุนกรณีแกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

ประธานาธิบดีจีนเรียกร้องให้นำผลการหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ไปปฏิบัติจริง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เมื่อ 24 ก.ย.69  กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสองประเทศว่า การแลกเปลี่ยนการเยือนในห้วงที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ทั้งสองประเทศกำลังพยายามกำหนดแนวทางในการอยู่ร่วมกัน โดยผู้นำจีนได้เสนอประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อนำพาความสัมพันธ์ไปข้างหน้า ส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน   มีระดับการแข่งขันที่เหมาะสม เปิดกว้างรับความแตกต่าง และสร้างสันติภาพในประเด็นที่มีจุดยืนร่วม พร้อมกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1)  การเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าล่าสุดเป็นผลดีต่อประชาชนของสองฝ่ายและต่อเศรษฐกิจโลก 2) จีนเสนอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันใช้จุดแข็งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมความก้าวหน้าของมนุษยชาติ 3) ขอให้สหรัฐฯ เคารพจุดยืนในการรวมชาติจีน (ไต้หวัน)  ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าที่เห็นพ้องในประเด็นการเจรจาการค้า และ AI

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเชิญประธานาธิบดีปูตินเข้าร่วมงานประชุมผู้นำกลุ่ม G20

สนข.Politico รายงานเมื่อ 24 ก.ย.69 อ้างนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่แถลงกับสื่อหลังการหารือระดับทวิภาคีกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซียว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เชิญประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม G20 ที่สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพประจำปี 2026 ณ เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ระหว่าง 14 – 15 ธ.ค.69 โดยมุ่งหวังว่าจะสร้างโอกาสให้กับผู้นำทั้งสองหารือกัน กับทั้งเป็นโอกาสให้ประธานาธิบดีปูติน ได้พบหารือกับผู้นำประเทศกลุ่ม G20 ด้วย โดยเฉพาะการพบหารือที่จะนำไปสู่การหาข้อยุติสงครามรัสเซีย – ยูเครน ทั้งนี้ ทางการรัสเซียยังไม่ยืนยันกรณีดังกล่าว

มาเลเซียจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น

มาเลเซียต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น ตามนโยบายเที่ยวมาเลเซีย ปี 2569-2570 (Visit Malaysia 2026-2027)  ซึ่งช่องทางเพิ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นเป้าหมายหลัก จากที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน  การดำเนินการเชิงรุกล่าสุด คือ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของมาเลเซียเดินทางไปพบหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้แทนสายการบินที่เมืองดูไบ และที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อกลาง กันยายน 2569 รวมทั้งจะเพิ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council -GCC) มาเลเซียคาดว่านอกจากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว ยังเป็นโอกาสของมาเลเซียที่จะใช้เมืองดูไบ และที่เมืองอาบูดาบี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศของภูมิภาค เชื่อมต่อเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากยุโรป และแอฟริกา เนื่องจากการเยือนครั้งนี้ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ได้มีการหารือ และพบปะกับสายการบินสำคัญ ๆ เช่น Emirates Airlines, Qatar Airways, Air Arabia, Gulf Air และ Etihad Airways รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของมาเลเซียยังทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เชื่อมโยงกับสายการบินในภูมิภาค กับสายการบิน United Arab Emirates…

Positive Peace Report 2026

Institute for Economics & Peace (IEP) สถาบันวิจัยและคลังสมองระดับโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เผยแพร่รายงานประจำปี Positive Peace Report 2026 เมื่อ 21 กันยายน 2569 ซึ่งประเมินและวัดผลปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของสังคมครอบคลุม 163 ประเทศ

สภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วทั่วโลก

ในห้วงปลาย กันยายน 2569 สถานการณ์สภาพอากาศทั่วโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและสุดขั้ว โดยมีรายงานพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียน (Dujuan) กำลังลมแรงประมาณ 144 กิโลเมตร/ชั่วโมง พัดเข้าญี่ปุ่นเมื่อ 22 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศเตือนภัยและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเผชิญอุทกภัยและดินถล่มฉับพลัน ล่าสุดเมื่อ 23 กันยายน 2569 มีรายงานว่าปริมาณน้ำฝนที่สะสมขึ้นอย่างรวดเร็วและเหตุดินถล่มในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เช่น เมือง Yokosuka และเมือง Chiba ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ไม่มีไฟฟ้าใช้ในบางพื้นที่ ตลอดจนมีผู้สูญหาย ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีรายงานว่าเหตุพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจนทำให้มีการเลื่อนการแข่งขันกีฬาบางประเภท และเที่ยวบินระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวออกจากญี่ปุ่นสู่มหาสมุทรแปซิฟิก  เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในญี่ปุ่น ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำลังป้องกันประเทศ และหน่วยกู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ดี การที่พายุเข้าญี่ปุ่นมีความรุนแรง ทำให้การช่วยเหลือบางพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง นอกจากสถานการณ์พายุในญี่ปุ่น มีรายงานจากสถาบัน NOAA เมื่อ 23 กันยายน 2569 พบเฮอร์ริเคนโปโล (Hurricane Polo) กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งเม็กซิโก และมีโอกาสกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่มีกำลังรุนแรงระดับ 5 ความเร็วลมประมาณ…

เมียนมากลายเป็นโรงงานผลิตแร่ของจีน

เมียนมาเป็นที่ตั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth Elements) และสินแร่ทังสเตน (tungsten ore) ที่เป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมหนัก เพราะเป็นส่วนผสมในการผลิตเหล็กกล้า ทำให้นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจและต้องการเข้าไปร่วมทุนกับรัฐบาล รวมทั้งชนกลุ่มน้อยในเมียนมา เพื่อเข้าถึงทรัพยากรแร่ดังกล่าว ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของเมียนมา เฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออก เนื่องจากจีนต้องการหาแหล่งผลิตสินแร่ทังสเตนแห่งใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ โดยเข้าไปลงทุนในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยในเมียนมา และขยายกิจการเหมืองแร่ให้มีกำลังการผลิตสูง ส่งออกกลับไปยังจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อ 22 กันยายน 2569 จีนนำเข้าแร่จากเมียนมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 205 ระหว่างปี 2566-2568 จากปัจจัยสถานการณ์การค้าบริเวณชายแดนทั้ง 2 ประเทศเป็นปกติ การลงทุนของนักลงทุนจีนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในเมียนมาขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 2 ปี และมีแนวโน้มจะเป็นผู้ครอบครองอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในภาคตะวันออกของเมียนมา เช่น รัฐว้า และรัฐกะเหรี่ยง โดยนักลงทุนบางส่วนของจีนใช้วิธีการส่งออกแร่จากเมียนมา ไปยังไทย จากนั้นส่งออกไปยังจีน โดยจีนใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและเส้นทางคมนาคมในแม่น้ำโขง นอกจากการส่งออกแร่ จีนส่งเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์เพื่อทำธุรกิจและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ผ่านประเทศเพื่อบ้านของเมียนมา โดยใช้เส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างมณฑลยูนนาน-สปป.ลาว-ไทย ตลอดจนใช้เส้นทางขนส่งทางเรือผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ในจังหวัดชลบุรี โดยนักลงทุนจีนระบุว่า การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ รวมทั้งบุคลากรจากจีนโดยตรง มีโอกาสทำให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมเหมืองดำเนินการได้เร็วกว่าหลายเท่า ส่วนกรณีจีนเข้าไปทำอุตสาหกรรมแร่หายากในเมียนมา…

การประชุม UNGA ครั้งที่ 81 สะท้อนสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้าความท้าทายรอบด้าน

วันนี้ The Intelligence จะมาพูดคุยถึงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 ซึ่งกลายเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างรอบด้าน สำหรับการประชุมวันแรกนี้สะท้อนถึง 3 ประเด็นสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ จะมีประเด็นอะไรบ้าง และแต่ละประเด็นสำคัญอย่างไร มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “การประชุม UNGA ครั้งที่ 81 สะท้อนสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้าความท้าทายรอบด้าน”

ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้มีผู้เสียชีวิต 450,000 ราย

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจากสถาบัน Climate Impact Lab เผยแพร่คำเตือนเมื่อ 23 กันยายน 2569 ว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในห้วง มิถุนายน 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 อาจทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบและเสียชีวิตประมาณ 450,000 รายทั่วโลก โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากรัฐบาลอาจขาดความพร้อมในการเตรียมการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันรุนแรง หรือมีประชากรกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก สำหรับสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้มีประชากรเสียชีวิตจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัด ขาดแคลนวิธีการและเครื่องมือในการตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น พายุผิดฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ อุทกภัย คลื่นความร้อน และสภาพอากาศแล้งจัด นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเปรียบเทียบปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในช่วงนี้ว่าเป็นเหมือน “โปสการ์ดจากอนาคต” หรือคำเตือนว่าสภาพภูมิอากาศโลกจะผันผวนและรุนแรงขึ้นในลักษณะนี้ จนกลายเป็นสภาวะปกติใหม่ (new normal) ในอนาคต เช่น พายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกจะรุนแรงมากขึ้น ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไม่ตรงตามฤดูกาล กระทบต่อการทำเกษตรกรรม แม้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่มีจุดสิ้นสุด และแทนที่ด้วยปรากฏการณ์ลานีญา แต่นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าปัจจัยที่ทำให้เอลนีโญน่าวิตกกังวลมากกว่าในอดีต เป็นเพราะมีภาวะโลกรวน (climate change) ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ กระตุ้นให้ความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นรุนแรงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่ายังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่ชัดเจน จากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ให้แม่นยำ ส่งผลให้เกษตรกรในหลายประเทศ…