4 จุดแข็งของอิหร่าน ในห้วงเผชิญความขัดแย้งกับสหรัฐฯ
สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ปัจจุบันใกล้ครบ 7 เดือน ยังคงตึงเครียด แม้บางช่วงมีสัญญาณการเจรจาเพื่อหยุดยิง แต่ยังไม่มีการทำข้อตกลงสู่สันติภาพในระยะยาว แม้ว่านานาชาติจะหารือประเด็นนี้ทุกเวทีการประชุม และสนับสนุนให้คู่ขัดแย้งยุติปฏิบัติการทางทหาร เพื่อลดความเสียหายจากสงครามที่ทำให้เกิดความสูญเสียด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่คู่ขัดแย้งยังไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือนโยบาย สะท้อนว่าทั้งผู้นำอิหร่านและสหรัฐฯ มีมุมมองเหมือนกันว่าสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่แพ้ไม่ได้ โดยเฉพาะอิหร่าน ที่ประกาศต่อประชาชนของตนเองว่า นี่คือสงครามเพื่อความอยู่รอด ซึ่งรัฐและกองทัพ จะเป็นกลไกสำคัญที่ปกป้องประชาชนและอารยธรรมของอิหร่านต่อไป “รัฐและกองทัพ” จึงเป็น 1 ใน 4 จุดแข็งของอิหร่านที่ทำให้ทำสงครามยืดเยื้อกับสหรัฐฯ ได้ โดยปัจจุบันระบอบการปกครองของอิหร่านยังไม่ล่มสลายตามเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้จะมีความพยายามรายงานข่าวถึงเศรษฐกิจอิหร่านที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรมากขึ้น ขณะที่ผู้แทนระดับสูงทางการเมืองของอิหร่านสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าอิหร่านรู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะเดินหน้าการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ แม้ว่าจะเผชิญสงคราม นอกจากนี้ การวางยุทธศาสตร์สงครามแบบแบ่งแยกส่วนที่มีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเป็นหัวหอกหลัก (The Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ทำให้การบัญชาการรบของอิหร่านมีประสิทธิภาพ พร้อมกับมีกองกำลังที่เข้มแข็ง มียุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ จำนวนมากจากการผลิตเองและได้รับสนับสนุนจากประเทศอื่น ๆ จุดแข็งที่ 2 ของอิหร่าน คือ “มิตรประเทศ” หรือประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ รวมทั้งประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย จุดแข็งนี้อาจเคยเป็นจุดอ่อนมาก่อน ในช่วงที่ทั่วโลกทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและมีมุมมองว่าอิหร่านอาจอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนผู้ก่อเหตุร้ายบางกลุ่ม แต่หลังจากความมั่นคงโลกเปลี่ยนแปลงไป…


