![]()

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตั้งแต่ ปลายกุมภาพันธ์ 2569 ยังทำให้โลกเผชิญทั้งความไม่แน่นอนในเรื่องราคาพลังงาน และสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่บทวิเคราะห์ของมูลนิธิ Observer Research Foundation (ORF) คลังสมองของอินเดีย เรื่อง Xi Signals China’s Readiness to Mediate in the US-Iran War ที่เผยแพร่เมื่อ 21 กันยายน 2569 ชี้ให้ถึงแนวโน้มที่จีนจะก้าวเข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหลักในความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ย้ำข้อเสนอสันติภาพสำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางในการประชุม BRICS ครั้งที่ 18 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย ระหว่าง 12-13 กันยายน 2569 ตั้งอยู่บนหลักการ 4 ข้อ ได้แก่ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การเคารพอธิปไตยของชาติ หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และการประสานระหว่างการพัฒนา และความมั่นคง เพื่อผลักดันให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวร
บทวิเคราะห์เห็นว่าปัจจัยที่เร่งให้จีนต้องเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้อจำกัดของผู้ไกล่เกลี่ยเดิมและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยผู้ไกล่เกลี่ย เช่น โอมาน กาตาร์ ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี ขาดอิทธิพลในฐานะมหาอำนาจ ขณะที่ความไม่ปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบ Bab al-Mandab ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าและพลังงานที่สำคัญของจีน ประกอบกับจีนมีอำนาจต่อรองต่ออิหร่านสูง เช่น จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านมากที่สุดและสนับสนุนการใช้สกุลเงินหยวนในการค้า เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จีนยังประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2566 ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตระหนักว่าจีนสามารถเพิ่มต้นทุนในการสนับสนุนอิหร่าน หากสงครามยืดเยื้อ
นอกจากนี้ ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ความสำคัญกับจีนมากเช่นกัน เช่น ผู้นำ และรัฐมนตรีประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน และคูเวต ได้เดินทางเยือนจีนอย่างต่อเนื่องในห้วงที่เกิดความขัดแย้งครั้งนี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ปลายกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ และพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ใน 24 -26 กันยายน 2569 จะมีการหารือประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย…….ทั้งนี้ หากจีนไกล่เกลี่ยสำเร็จ ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกที่สำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการลดลงของอิทธิพลและการถอนตัวเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเป็นการยุติยุคการเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้







