![]()

การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก เมื่อ 22 กันยายน 2569 เป็นการรวมตัวของผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และถ้อยแถลงเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระหว่างประเทศ สำหรับการประชุมวันแรก สะท้อน 3 ประเด็นสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ ได้แก่ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจะยังคงยืดเยื้อ มุมมองที่แตกต่างกันของมหาอำนาจต่อประเด็นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกรณี UN ถูกวิจารณ์ว่าไม่สามารถแสดงบทบาทได้ตามเป้าหมาย
ประเด็นสงครามสหรัฐฯ -อิหร่านอาจยืดเยื้อต่อไป เป็นผลจากท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ขู่ทำลายอิหร่าน และยืนยันว่าสหรัฐฯ จะทำข้อตกลงกับอิหร่านเมื่อสิ้นสุดการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัย หรือ midterm election ในพฤศจิกายน 2569 แล้วเท่านั้น แม้ว่าจะมีการพบหารือกับผู้แทนของอิหร่านเป็นระยะเวลานาน 3 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ย้ำความสำเร็จของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้านการใช้ปฏิบัติการทหารรักษาสันติภาพ และทำลายภัยคุกคามของสหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูพลังอำนาจของประเทศ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของสหประชาชาติ (UN) แต่เน้นนโยบาย America First
ประเด็นท่าทีที่แตกต่างกันของประเทศมหาอำนาจต่อการพัฒนา AI เป็นผลจากกรณีผู้นำสหรัฐฯ ต้องการยกระดับ AI ให้เป็น SI หรือ Super Intelligence เพื่อปรับภาพลักษณ์เทคโนโลยีดังกล่าวให้เป็นเชิงบวก ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม หรือ Artificial พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยปราศจากกฎระเบียบ เพื่อให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวแตกต่างจากถ้อยแถลงของนายอันโตนิโอ กูเอตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ที่เสนอให้นานาชาติร่วมกันควบคุมการพัฒนาเทคโนโลยีให้ปลอดภัยต่อมนุษย์ ซึ่งเป็นท่าทีที่สอดคล้องกับ สนง.สหประชาชาติว่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ (UN ODET) ที่เสนอให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และให้มนุษย์มีสิทธิควบคุมการทำงานของ AI อยู่เสมอ ทั้งนี้ ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนว่ามหาอำนาจและองค์กรระหว่างประเทศยังไม่มีจุดยืนร่วมกันประเด็นการควบคุม AI แม้ว่าจะมีคำเตือนจากนักวิจัยและผู้พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง
กรณี UN ถูกวิจารณ์จากผู้นำต่างประเทศว่าไม่สามารถแสดงบทบาทได้ตามเป้าหมาย คือ รักษาและส่งเสริมสันติภาพ เป็นผลจากท่าทีของผู้นำตุรกีและบราซิล ที่มีถ้อยแถลงกระตุ้นให้สหประชาชาติปฏิรูปกลไกการแสดงบทบาทให้ยุติธรรม โดยเฉพาะกลไกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) โดยผู้นำตุรกีให้ความเห็นว่า “โลกนี้ไม่ได้มีเพียง 5 ประเทศ” มีนัยหมายถึงสมาชิกถาวรของ UNSC ได้แก่ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร จึงเสนอให้นานาชาติสนับสนุนการปฏิรูป UN ให้เข้าไปมีบทบาทนำเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งในฉนวนกาซา ยูเครน ซีเรีย และเลบานอน ตลอดจนประณามอิสราเอลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วย
การประชุม UNGA ครั้งนี้เป็นโอกาสให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ แสดงมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก ความมั่นคงในประเทศตนเอง และข้อเสนอแนะเพื่อรักษาบรรยากาศความมั่นคงระหว่างประเทศ แม้ว่าอาจไม่สามารถส่งผลเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์โลกหรือยับยั้งวิกฤต รวมทั้งสงครามได้ทันที แต่เป็นข้อมูลหรือท่าทีที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และคาดการณ์การดำเนินนโยบายของประเทศต่าง ๆ ต่อไป







