สหรัฐฯ ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าเกษตร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 14 พ.ย.68 ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้  (reciprocal tariffs) กับสินค้าเกษตรที่นำเข้าหลายรายการ อาทิ เนื้อสัตว์ ชาเขียว กาแฟ กล้วย มะเขือเทศ ส้ม สับปะรด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และโกโก้  จากเดิมที่จะเรียกเก็บในอัตราพื้นฐานที่ร้อยละ 10 กับทุกประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่ 130001 พ.ย.68  กับทั้งระบุว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นไปตามคำแนะนำจาก จนท. ประกอบกับสถานะการเจรจากับประเทศคู่ค้า รวมถึงความต้องการภายในประเทศ และขีดความสามารถทางการผลิตในประเทศ  ขณะที่สภาหอการค้าสหรัฐฯ ยินต่อการตัดสินใจดังกล่าว เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกัน จากการที่ราคาสินค้าแพงขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือนเนื่องจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม

จีนแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น

กต.จีน ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองจีนเมื่อ 14 พ.ย.68 ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น สืบเนื่องจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงหากจีนโจมตีไต้หวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น โดย กต.จีนระบุว่า ความเห็นในเชิงยั่วยุดังกล่าวทำลายบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนอย่างรุนแรง  ขณะเดียวกันยังขอให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เนื่องจากญี่ปุ่นมีความปลอดภัยลดลงในปี 2568 ทั้งนี้ ชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยในห้วง ม.ค.-ก.ย.68 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 31.65 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนประมาณ 7.49 ล้านคน

นรม.มาเลเซียหารือกับ นรม.กัมพูชา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 14 พ.ย.68 หลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.กัมพูชา โดย นรม.อันวาร์ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพและให้ความสำคัญกับกระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และมาเลเซียจะยังคงมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือมิตรทั้งสองประเทศให้บรรลุทางออกที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ นรม.อันวาร์ ยังหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยชี้แจงว่า ไทยและกัมพูชายังคงเลือกใช้แนวทางการทูตและการเจรจาในการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศได้ถอนกำลังทหารออกจากชายแดนแล้ว มาเลเซียสนับสนุนบทบาทเชิงรุกของประธานาธิบดีทรัมป์

สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา

นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ประกาศผ่าน X13 พ.ย.68  ว่า กห.สหรัฐฯ  เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา  โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจจะดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการภาคใต้ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) เพื่อปกป้องสหรัฐฯ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติดในซีกโลกตะวันตก  ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศใช้ปฏิบัติการ Southern Spear ในพื้นที่ดังกล่าวดังกล่าวตั้งแต่ ม.ค.68 ซึ่งเป็นการทดสอบยุทโธปกรณ์ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในสถานการณ์จริงร่วมกับยานพาหนะไร้คนขับในการลาดตะเวนชายฝั่งเพื่อตรวจจับกลุ่มค้ายาเสพติด

สนข.เบอร์นามาแก้ไขเนื้อหาข่าวว่า AOT ยืนยันทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรียมาวางใหม่

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 เวลา 09.26 น. ตามเวลาไทย ขอแก้ไขเนื้อหาข่าวที่รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นั้น สนข.เบอร์นามา ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการแปลจากภาษามาเลเซียเป็นภาษาอังกฤษ โดยข้อความที่ถูกต้องคือ AOT ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน

อินเดียส่งพลเมืองที่หลบหนีจาก KK Park เข้าไทย กลับประเทศ

เว็บไซต์ สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ เมื่อ 10 พ.ย.68 เปิดเผยว่า สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ และสกญ.อินเดีย/จ.เชียงใหม่ อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวอินเดียจำนวน 197 คน ซึ่งหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากการปราบปรามฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีในโครงการ KK Park จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ในการส่งตัวกลับอินเดียเป็นชุดที่สอง ด้วยเที่ยวบินพิเศษของ ทอ.อินเดีย   โอกาสนี้ ยังย้ำคำแนะนำสำหรับการทำงานในต่างประเทศ โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างต่างชาติอย่างรอบคอบ และการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free entry) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการทำงานในไทย ทั้งนี้ อินเดียส่งตัวพลเมืองอินเดียชุดแรก จำนวน 270 คน กลับประเทศแล้วเมื่อ 6 พ.ย.68